ปวดไหล่

165 บทความ

ไหล่ประกอบด้วยกระดูก 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกไหปลาร้า (clavicle) , กระดูกสะบัก (scapula) และกระดูกต้นแขน (humerus) ร่วมกับกล้ามเนื้อ เอ็น และเอ็นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง ข้อต่อระหว่างกระดูกต่างๆเหล่านี้ประกอบกันเป็นข้อต่อไหล่ ไหล่เป็นโครงสร้างที่มีความยืดหยุ่นเพื่อให้แขนและมือสามารถการเคลื่อนที่ได้อย่างมาก และยังมีความแข็งแรงมากเพื่อใช้ในการออกแรงยกของ ดัน และดึง จากหน้าที่การทำงานของไหล่ดังกล่าวทำให้ไหล่เป็นบริเวณที่คนมักบาดเจ็บหรือปวดล้าอยู่สม่ำเสมอ

ปวดไหล่แบบไหน หายเอง แบบไหน ต้องรักษา
ปวดไหล่แบบไหน หายเอง แบบไหน ต้องรักษา

ยกแขนแล้วปวด หยุดชั่วคราว แล้วก็ทน จนถึงวันที่ทำอะไรไม่ได้เลย คุณอาจรู้จักใครสักคน หรืออาจเป็นตัวเอง ที่เริ่มจากปวดนิดหน่อยตอนยกของขึ้นชั้น แล้วค่อยๆ กลายเป็นนอนตะแคงไม่ได้ แต่งตัวเองไม่ได้ ขับรถไม่ได้ หลายคนรอให้หายเอง รอมานานกว่าที่ควร บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่า อาการแบบไหนดูแลตัวเองได้ และแบบไหนที่ไม่ควรรอ ―――――――――――――――――――――――― ปวดไหล่แบบไหน หายเอง แบบไหน ต้องรักษา คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับคนที่ยกแขนแล้วเจ็บ ―――――――――――――――――――――――― [1] เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการปวดไหล่ หลายคนคิดว่าปวดไหล่เป็นเรื่องปกติตามอายุ หรือนอนผิดท่าคืนเดียวก็หาย แต่ความจริงคือ ไหล่เป็นข้อต่อที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกาย มีเอ็น กล้ามเนื้อ และถุงน้ำรายล้อมอยู่หลายชั้น เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งบาดเจ็บ อาการปวดอาจดูเหมือนธรรมดาในตอนแรก แต่ค่อยๆ ลุกลามจนกระทบชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ อาการปวดไหล่เป็นปัญหากระดูกและข้อที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ โดยพบได้ในประชากรผู้ใหญ่ราวหนึ่งในห้าคน และส่วนใหญ่มาจากความเสื่อมของเอ็นกลุ่มหลักของไหล่ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึง ―――――――――――――――――――――――― [2] เรื่องของ "ป้าสมร" วัย 58 ปี ป้าสมรขายของในตลาดมาตลอดชีวิต ยกของหนักทุกวัน เช้าตรู่จนค่ำ อาการเริ่มจากแค่ปวดเวลายกกล่องขึ้นชั้นสูง เธอคิดว่าเป็นอาการล้า นวดแล้วก็ดีขึ้นชั่วคราว จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอเอื้อมหยิบของบนชั้นแล้วรู้สึก "ป๊อก" ขึ้นมาในไหล่ ตามมาด้วยอาการปวดที่รุนแรงจนยกแขนขึ้นไม่ได้เลย หลายเดือนต่อมา เธอยังรอให้มันหายเอง เพราะกลัวว่าจะต้องผ่าตัด กลัวค่าใช้จ่าย กลัวหยุดงาน แต่อาการที่รอไปไม่ได้ดีขึ้น กลับเริ่มทำให้การขายของที่เธอทำมาทั้งชีวิตกลายเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ ―――――――――――――――――――――――― [3] เอ็นไหล่ทำงานอย่างไร และทำไมถึงฉีกขาดได้ ก่อนจะรู้ว่าต้องรักษาแบบไหน ต้องเข้าใจก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน หลายคนไม่รู้ว่าไหล่ทำงานได้อย่างอิสระในหลายทิศทางได้เพราะมีกลุ่มเอ็นและกล้ามเนื้อที่เรียกว่า "เอ็นหุ้มข้อไหล่" (rotator cuff) ทำหน้าที่ยึดหัวกระดูกต้นแขนให้อยู่ในตำแหน่ง เปรียบเหมือนสายรัดที่พยุงลูกบอลให้อยู่ในถ้วยกลมๆ เมื่อมีการใช้งานซ้ำๆ หรือเคลื่อนไหวในมุมที่ไม่ถูกต้องนานๆ เส้นใยของเอ็นจะเริ่มอ่อนแอทีละน้อย เหมือนเชือกที่ถูกสีจนเริ่มขาดครั้งละเส้น ขั้นแรก เส้นใยเอ็นเริ่มอักเสบ ร้อน บวม ทำให้รู้สึกปวดเวลายกแขน โดยเฉพาะในช่วงกลางของการยก ขั้นต่อมา หากยังใช้งานต่อไปโดยไม่รักษา เส้นใยเริ่มฉีกบางส่วน อาการปวดจะรุนแรงขึ้นและมักปวดตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับ ขั้นสุดท้าย เอ็นอาจฉีกขาดสมบูรณ์ ทำให้ยกแขนไม่ได้เลย หรือยกได้แต่แขนสั่นและอ่อนแรง นอกจากเอ็นหุ้มข้อ ยังมีถุงน้ำเล็กๆ ที่เรียกว่า "ถุงน้ำรองรับแรงกด" (subacromial bursa) อยู่ระหว่างเอ็นกับกระดูก เมื่อมีการอักเสบซ้ำๆ ถุงน้ำนี้จะบวมและเจ็บได้มากเช่นกัน นี่คือสาเหตุที่บางคนปวดมากโดยเฉพาะช่วงยกแขนสูงระดับไหล่ ―――――――――――――――――――――――― [4] ความรู้พื้นฐาน สาเหตุและอาการที่พบบ่อย ปัญหาไหล่ที่พบบ่อยมี 3 กลุ่มหลัก กลุ่มที่หนึ่ง คือ เอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด (rotator cuff tendinopathy/tear) เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ความเสื่อมตามอายุ หรืออุบัติเหตุ อาการหลักคือปวดเวลายกแขน โดยเฉพาะช่วงแขนขนานกับพื้น และปวดมากตอนกลางคืน กลุ่มที่สอง คือ ไหล่ติด (frozen shoulder) หรือที่เรียกทางการว่า ภาวะพังผืดในข้อไหล่หนาตัวและอักเสบ (adhesive capsulitis) ข้อไหล่จะค่อยๆ ขยับได้น้อยลงทุกทิศทาง ไม่ใช่แค่ทิศทางเดียว มักเกิดหลังจากไม่ได้ขยับไหล่นานๆ หรือในผู้ที่มีเบาหวาน กลุ่มที่สาม คือ การกดเบียดเอ็นและถุงน้ำ (shoulder impingement syndrome) เกิดจากช่องว่างใต้กระดูกไหล่แคบลง ทำให้เอ็นและถุงน้ำถูกกดเวลายกแขน สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ได้แก่ การยกของหนักบ่อยๆ งานที่ต้องยกแขนสูงซ้ำๆ อุบัติเหตุล้มและยื่นมือค้ำไว้ และความเสื่อมตามวัยที่เริ่มเห็นได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ―――――――――――――――――――――――― [5] ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้ • อายุ 40 ปีขึ้นไป เนื้อเยื่อเอ็นเริ่มมีความยืดหยุ่นน้อยลงตามธรรมชาติ • งานหรือกีฬาที่ต้องยกแขนสูงซ้ำๆ เช่น ว่ายน้ำ แบดมินตัน ทาสี ยกของขึ้นชั้น • มีโรคเบาหวานหรือต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดภาวะไหล่ติด • เคยได้รับบาดเจ็บที่ไหล่มาก่อนและไม่ได้รักษาอย่างเหมาะสม • มีท่าทางการนั่งหรือยืนที่ไม่ถูกต้องเป็นประจำ เช่น ไหล่ห่อ คอยื่นไปข้างหน้า ―――――――――――――――――――――――― [6] การวินิจฉัย ตรวจอย่างไรให้รู้จริง การวินิจฉัยที่ถูกต้องเริ่มจากการซักประวัติโดยละเอียด แพทย์จะถามว่าปวดตำแหน่งไหน ปวดตอนไหนมากที่สุด มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมหรือไม่ และเริ่มเป็นเมื่อไร การตรวจร่างกายจะดูว่าขยับไหล่ได้กี่องศาในแต่ละทิศทาง มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลงหรือไม่ และมีจุดกดเจ็บที่ตำแหน่งใด การทดสอบพิเศษหลายแบบช่วยแยกว่าเป็นปัญหาจากเอ็นกลุ่มใดโดยเฉพาะ การอัลตราซาวด์ไหล่ทำได้ในคลินิก เห็นเอ็น ถุงน้ำ และน้ำในข้อได้แบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับดูว่าเอ็นมีการฉีกขาดบางส่วนหรือไม่ เอกซเรย์ไหล่ช่วยดูตำแหน่งกระดูก ความกว้างของช่องข้อ และหินปูนที่อาจเกาะอยู่ในเอ็น การตรวจ (MRI) หรือ ภาพถ่ายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะให้รายละเอียดสูงสุด เห็นทั้งขนาดและตำแหน่งของรอยฉีกขาด เหมาะสำหรับกรณีที่อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาหรือก่อนพิจารณาผ่าตัด ―――――――――――――――――――――――― [7] แนวทางการรักษา จากเบาไปหนัก สิ่งที่คนไข้หลายคนบอกว่าโล่งใจมากที่สุดหลังมาพบแพทย์คือ "รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร" และรู้ว่ายังมีทางเลือกอีกหลายทางก่อนที่จะถึงการผ่าตัด ขั้นแรก การพักและปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือยกแขนสูงในระยะที่อักเสบรุนแรง ร่วมกับยาลดการอักเสบตามที่แพทย์แนะนำ ในหลายกรณีอาการดีขึ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ขั้นที่สอง กายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่ให้แข็งแรงขึ้น ช่วยลดแรงกดบนเอ็น และค่อยๆ เพิ่มพิสัยการขยับของข้อ สำหรับกรณีไหล่ติดโดยเฉพาะ กายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอมีส่วนสำคัญในการดึงพังผืดออกและคืนการเคลื่อนไหว ขั้นที่สาม การฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ เมื่ออาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยารับประทาน แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาลดการอักเสบเข้าถุงน้ำหรือบริเวณข้อไหล่ ซึ่งช่วยลดอาการปวดและเปิดโอกาสให้ทำกายภาพบำบัดได้ดีขึ้น ขั้นที่สี่ การรักษาด้วยพลาสมาเกร็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เหมาะสำหรับเอ็นที่บาดเจ็บเรื้อรังแต่ยังไม่ฉีกขาดสมบูรณ์ โดยใช้สารจากเลือดของผู้ป่วยเองกระตุ้นการซ่อมแซม ขั้นที่ห้า การผ่าตัด สงวนไว้สำหรับกรณีที่เอ็นฉีกขาดสมบูรณ์ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นอย่างครบถ้วนแล้วไม่ดีขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้องที่แผลเล็กและฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดมาก ดูแลตัวเองให้ไหล่แข็งแรง เพื่อให้ยังทำสิ่งที่ต้องการทำได้ เพื่อคนที่รักและสิ่งที่รักในชีวิต ―――――――――――――――――――――――― [8] พยากรณ์โรค หายได้ไหม นานแค่ไหน ข่าวดีคือ ปัญหาไหล่ส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด เอ็นอักเสบระดับไม่รุนแรง มักดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงสองถึงสามเ

ปวดไหล่จี๊ด ลามขึ้นคอ ลงแขน: สัญญาณเตือนจาก "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" ในชาวสวนยาง
ปวดไหล่จี๊ด ลามขึ้นคอ ลงแขน: สัญญาณเตือนจาก "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" ในชาวสวนยาง

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ต้องตรากตรำทำงานหนักมานาน วันหนึ่งขณะที่กำลังเอื้อมมือไปกรีดหน้ายางที่อยู่สูงกว่าหัว จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่หัวไหล่เหมือนมีเข็มแท่งใหญ่มาทิ่ม บางครั้งความเจ็บนั้นยังลามขึ้นไปถึงต้นคอ หรือร้าวลงไปที่แขนจนแทบไม่มีแรงถือมีดกรีดยาง แม้จะหยุดพักไปนานเป็นเดือนๆ แต่อาการเหล่านั้นก็ยังไม่หายไป แถมเวลาขยับแขนยังมีเสียงดัง "กร็อบแกร็บ" อยู่ข้างในหัวไหล่จนน่ากังวลใจ

ปวดไหล่เรื้อรัง... แค่ "เอ็นอักเสบ" หรือ "เอ็นขาด" ไปแล้ว? เจาะลึกทางออกสำหรับวัย 50+ ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย
ปวดไหล่เรื้อรัง... แค่ "เอ็นอักเสบ" หรือ "เอ็นขาด" ไปแล้ว? เจาะลึกทางออกสำหรับวัย 50+ ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย

“ยกแขนไม่ขึ้น เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถก็ปวดจี๊ด จะใส่เสื้อในก็ลำบาก หรือแม้แต่ตอนนอนตะแคงก็ปวดจนสะดุ้งตื่น...” อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความเสื่อมตามวัยธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นเอ็นภายในข้อไหล่ของคุณกำลังมีปัญหาใหญ่ หลายคนพยายามนวด กินยา หรือทำกายภาพมานานนับปี แต่อาการกลับทรงๆ ทรุดๆ เหมือนวนอยู่ในอ่างน้ำที่หาทางออกไม่เจอ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับว่า ทำไมการรักษาแบบเดิมๆ ถึงอาจไม่เพียงพอสำหรับคุณ

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น... ผล MRI บอกว่า "เอ็นฉีก" ต้องรีบผ่าตัดจริงหรือ?
ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น... ผล MRI บอกว่า "เอ็นฉีก" ต้องรีบผ่าตัดจริงหรือ?

หลายคนคงเคยมีอาการปวดไหล่ตื้อๆ เวลาจะเอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ หรือเวลาสระผมแล้วรู้สึกเสียวแปร๊บจนแขนตก อาการเหล่านี้มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงแค่กล้ามเนื้ออักเสบจากการทำงานหนัก หรือนอนทับแขนตัวเอง แต่เมื่อความเจ็บปวดเริ่มรบกวนการนอนจนต้องตื่นกลางดึก หรือเริ่มใช้ชีวิตประจำวันลำบาก การตัดสินใจไปพบคุณหมอจึงเกิดขึ้น และคำตอบที่ได้รับจากผล MRI ว่า "เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" อาจกลายเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อได้รับคำแนะนำว่า "ควรผ่าตัดทันที" ความเป็นจริงแล้ว เส้นทางสู่การหายปวดอาจไม่ได้มีเพียงแค่ห้องผ่าตัดเสมอไป

เมื่อแขนที่เคยใช้งานได้ปกติ กลับถูก ‘ล็อค’ ไว้ด้วยกุญแจที่มองไม่เห็น
เมื่อแขนที่เคยใช้งานได้ปกติ กลับถูก ‘ล็อค’ ไว้ด้วยกุญแจที่มองไม่เห็น

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า อยู่ดีๆ กิจวัตรประจำวันที่เราเคยทำเป็นปกติ อย่างการเอื้อมมือไปสระผม การใส่เสื้อเชิ้ต หรือแม้แต่การควักกระเป๋าสตางค์ที่กางเกงด้านหลัง กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากและทรมานอย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งความเจ็บปวดก็วิ่งแปลบขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด เพียงแค่เราพยายามจะขยับแขนให้สูงขึ้นอีกนิด อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเราอย่างเงียบๆ จนหลายคนคิดว่าเป็นแค่การ ‘นอนทับแขน’ หรือ ‘ไหล่เดาะ’ จากการทำงานหนัก แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของคุณกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า ‘บ้านของไหล่’ กำลังถูกปิดตาย และหากคุณยิ่งอยู่นิ่งเพื่อเลี่ยงความเจ็บปวด กุญแจดอกนี้ก็จะยิ่งล็อคแน่นขึ้นจนแขนของคุณอาจขยับไม่ได้เลยในที่สุดครับ

ปวดไหล่ขวาลามไปถึงนิ้วหัวแม่มือ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรข้าม: เมื่อสัญชาตญาณความกลัว... กำลังบอกให้คุณกู้คืนชีวิตปกติกลับมา
ปวดไหล่ขวาลามไปถึงนิ้วหัวแม่มือ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรข้าม: เมื่อสัญชาตญาณความกลัว... กำลังบอกให้คุณกู้คืนชีวิตปกติกลับมา

เคยไหมครับ? ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพร้อมกับความรู้สึกเสียวแปลบที่สะบักขวา มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่มันเริ่มลามลงมาตามต้นแขน ผ่านข้อศอก จนกระทั่งมาลงเอยด้วยความรู้สึกชาและหนึบที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือ หลายคนพยายามหาทางออกด้วยการนวด บีบเฟ้น หรือซื้อยาแก้ปวดมากินเอง หวังว่าตื่นมาอีกวันอาการจะหายไป แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ยิ่งปล่อยไว้อาการกลับยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่การยกแก้วกาแฟตอนเช้า หรือการเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเบาะหลังรถก็กลายเป็นความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

ปวดไหล่ รักษาให้ถูกต้อง

ท่านผู้อ่านคงเคยมีประสบการณ์ของการปวดไหล่ โดยเฉพาะเวลาบิดหมุนข้อไหล่ อาการปวดไหล่มีสาเหตุในการเกิดมากมายหลายอย่าง ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาภายในข้อไหล่เอง อาจจะเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ที่อยู่รอบๆบริเวณข้อไหล่ ซึ่งอาการปวดไหล่มักจะมีอาการแย่ลง และปวดเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ อาการปวดมักจะเริ่มมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่ และร้าวไปยังบริเวณต้นแขน โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรี อาจจะมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่เมื่อหมุนไหล่ในการใส่เสื้อชุดชั้นใน หรือเสื้อยืด บางครั้งอาการปวดหัวไหล่อาจเกิดจากโรคหมอนรองกระดูกต้นคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดร้าวมายังที่บริเวณหัวไหล่ ตามเส้นประสาทที่ถูกกดทับ

ปวดไหล่ไม่ทรมาน รักษาได้ ถ้าวินิจฉัยได้ถูกต้อง

นับว่าเกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุของอาการปวดไหล่นั้นมีได้หลายสาเหตุเช่น ถุงน้ำบริเวณข้อไหล่มีการอักเสบ เส้นเอ็นบริเวณข้อไหล่เสื่อมคุณภาพ เส้นเอ็นบริเวณข้อไหล่เกิดการฉีกขาด รวมทั้งเกิดการฉีกขาดของแคปซูลที่ข้อไหล่ การเสื่อมสภาพของกระดูกข้อต่อบริเวณไหล่ ในบางครั้งผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดร้างลงมาที่ไหล่อาจเนื่องมาจากหมอนรองกระดูกคอเสื่อมร่วมกับมีการกดทับเส้นประสาททให้มีอาการปวดต้นคอร้าวลงมาที่ไหล่ได้ ทำให้มีอาการเหมือนปวดไหล่ ไหล่ติด ยกไหล่ไม่ขึ้น