
หลายคนคงเคยเจอปัญหาที่น่ารำคาญใจแบบนี้ใช่ไหมครับ กลางวันทำงานได้ปกติ เดินไปไหนมาไหนก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอหัวถึงหมอนกำลังจะเคลิ้มหลับ กลับมีอาการปวดตื้อๆ ลึกๆ ในข้อไหล่ หรือบางคนเผลอไปนอนตะแคงทับข้างที่ปวดเข้าหน่อย ถึงกับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และมักจะเป็นสัญญาณบอกว่า "ภายในข้อไหล่ของคุณกำลังมีบางอย่างประท้วงอยู่" ครับ
คุณป้ามาลี อายุ 58 ปี มาหาหมอด้วยสีหน้าที่อิดโรยมากครับ แกบอกว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอนเลย เพราะปวดไหล่ข้างขวามากโดยเฉพาะตอนดึกๆ ตอนแรกคุณป้าคิดว่าแค่ไปถูบ้านเยอะเกินไป เดี๋ยวก็คงหายเอง เลยซื้อยากินบ้าง นวดบ้าง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น
"หมอคะ ป้าต้องตื่นมานั่งกุมไหล่ตอนตีสองทุกคืนเลยค่ะ พอนอนตะแคงขวาก็เจ็บจี๊ดจนสะดุ้ง พอจะขยับผ้าห่มก็ปวดแปล๊บขึ้นมาที่ต้นแขน" เมื่อหมอได้ยินแบบนี้ จึงเริ่มตรวจเช็กอย่างละเอียด และพบว่าปัญหาของคุณป้าไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้า แต่มันมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในข้อไหล่ครับ
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ข้อไหล่ของเราเหมือนกับ "ข้อต่อวงกบประตู" ที่มีเส้นเอ็นหลายเส้นช่วยดึงให้หัวกระดูกต้นแขนหมุนอยู่ในเบ้าได้อย่างแม่นยำ ในตอนกลางวันเรามีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา กล้ามเนื้อมีการทำงาน และแรงดึงดูดของโลกช่วยดึงแขนเราลง ทำให้ช่องว่างในข้อไหล่ยังพอมีที่ว่าง
แต่พอเราล้มตัวลงนอน โดยเฉพาะท่านอนหงายหรือนอนตะแคง แรงดึงดูดจะเปลี่ยนทิศทางครับ หัวกระดูกต้นแขนอาจจะเคลื่อนไปเบียดกับช่องว่างเล็กๆ ในไหล่มากขึ้น หากเส้นเอ็นรอบข้อไหล่มีการอักเสบหรือฉีกขาดอยู่แล้ว การไปกดเบียดเพียงนิดเดียวท่ามกลางความเงียบสงัดของกลางคืน ก็จะทำให้เรารู้สึกปวดรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยครับ
อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ:
1. เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นจะเริ่มเสื่อมสภาพเหมือนหนังยางที่ใช้งานมานานจนเปื่อย ถ้ามีการใช้งานหนัก หรือไปยกของหนักผิดท่า เส้นเอ็นอาจจะเกิดการอักเสบ หรือถ้าโชคร้ายหน่อยก็อาจจะฉีกขาด ส่งผลให้ปวดมากเวลาขยับแขนขึ้นเหนือศีรษะ
2. ภาวะไหล่ติด: หลายคนเข้าใจผิดว่าไหล่ติดคือปวดเฉยๆ จริงๆ แล้วมันคือการที่เนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่เกิดการหนาตัวและหดตัวลง ทำให้ช่องว่างในข้อลดลงจนขยับแขนไปทางไหนก็ลำบากและปวดตื้อๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนอากาศเย็นๆ ในห้องแอร์ตอนกลางคืน
3. การมีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็นไหล่: ร่างกายบางคนมีการสะสมของแคลเซียมที่เส้นเอ็น เมื่อหินปูนก้อนนี้ไปสีกับกระดูกส่วนอื่นเวลาเรานอนตะแคง อาการปวดจะรุนแรงเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงในไหล่เลยครับ
อายุ: ส่วนใหญ่จะเริ่มพบในวัย 40-50 ปีขึ้นไป เพราะความเสื่อมตามวัย
อาชีพและงานอดิเรก: คนที่ต้องทำงานยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือนักกีฬาแบดมินตัน
โรคประจำตัว: โดยเฉพาะโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไหล่ติดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
อุบัติเหตุในอดีต: เคยล้มกระแทกไหล่ หรือไหล่หลุดมาก่อน
พฤติกรรมการนอน: การชอบนอนตะแคงทับไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน
การวินิจฉัยไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ หมอจะเริ่มจากการ ตรวจร่างกาย ดูองศาการขยับของแขนว่าติดขัดตรงไหนไหม จากนั้นอาจจะส่งไป เอกซเรย์ เพื่อดูว่ากระดูกผิดปกติหรือมีหินปูนไหม
แต่สิ่งที่สำคัญมากคือการทำ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ครับ เพราะเอกซเรย์ธรรมดาจะเห็นแต่กระดูก แต่ไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขาด การทำ MRI จะช่วยให้หมอเห็นความเสียหายของเส้นเอ็นได้อย่างชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะวางแผนการรักษาได้ถูกต้องครับ
ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80-90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยหมอจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้:
1. การปรับพฤติกรรมและการนอน: เปลี่ยนท่านอน ไม่นอนตะแคงทับข้างที่ปวด อาจจะใช้หมอนใบเล็กๆ มารองใต้แขนข้างที่ปวดขณะนอนหงาย เพื่อลดการดึงรั้งของเส้นเอ็น
2. การทำกายภาพบำบัด: การบริหารไหล่ด้วยท่าที่ถูกต้องจะช่วยลดอาการไหล่ติด และช่วยให้กล้ามเนื้อรอบไหล่แข็งแรงขึ้นมาช่วยพยุงข้อต่อแทนเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ
3. การใช้ยา: กินยาในกลุ่มช่วยลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อคุมอาการปวดในช่วงแรก
4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์: ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้หมอเห็นตำแหน่งที่อักเสบชัดเจน และฉีดยาลงไปที่จุดนั้นได้แม่นยำมาก ช่วยลดปวดและลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว
5. การผ่าตัดผ่านกล้อง: หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้ว 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น หรือเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หมออาจพิจารณาการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแผลเล็กมากเท่ารูกุญแจ ฟื้นตัวไว และไม่ต้องกังวลเรื่องแผลใหญ่เหมือนสมัยก่อนครับ
ส่วนใหญ่ถ้ามารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ อาการปวดมักจะค่อยๆ ทุเลาลงภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ "ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพ" เพราะถ้าเราหายปวดแล้วหยุดบริหารไหล่ไปเลย โอกาสที่ไหล่จะกลับมาติดหรือเส้นเอ็นกลับมาอักเสบซ้ำก็มีสูงครับ
ถ้าปล่อยให้ปวดเรื้อรังโดยไม่รักษา นอกจากจะทำให้นอนไม่หลับจนเสียสุขภาพจิตแล้ว อาจนำไปสู่ภาวะ "กล้ามเนื้อต้นแขนลีบ" เพราะร่างกายเราจะพยายามเลี่ยงไม่ใช้งานแขนข้างนั้น รวมถึงเส้นเอ็นที่ฉีกขาดเล็กน้อยอาจลุกลามจนขาดใหญ่ขึ้นจนรักษาได้ยากขึ้นในอนาคตครับ
หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินกำลัง หรือการเอื้อมหยิบของในที่สูงแบบกะทันหัน
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อไหล่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในวัยทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ
ปรับท่านอนให้เหมาะสม ไม่นอนทับไหล่ข้างใดข้างหนึ่งนานเกินไป
ควบคุมน้ำหนักและรักษาโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้คงที่
หากเริ่มมีอาการปวดไหล่ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
Q: ปวดไหล่ตอนกลางคืน ต้องตรวจ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ถ้าอาการเพิ่งเริ่มเป็นและไม่รุนแรง หมออาจจะเริ่มจากการทานยากับทำกายภาพก่อน แต่ถ้าปวดมาก นอนไม่ได้ หรือแขนอ่อนแรง การทำ MRI จะช่วยให้การรักษารวดเร็วและตรงจุดที่สุดครับ
Q: นวดแผนไทยช่วยให้อาการปวดไหล่ดีขึ้นไหม? A: การนวดคลายเส้นช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือดึงไหล่แรงๆ" เพราะถ้าเส้นเอ็นคุณกำลังขาดอยู่ การนวดรุนแรงอาจทำให้เส้นเอ็นขาดมากขึ้นได้ครับ
Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรไปหาหมอ? A: ถ้าปวดจนรบกวนการนอนหลับติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่ายกแขนขึ้นสระผมไม่สะดวก ใส่เสื้อผ้าลำบาก ควรไปพบหมอได้เลยครับ ไม่ต้องรอให้ปวดจนทนไม่ไหว
อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนเป็นเรื่องที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างมากครับ เพราะร่างกายต้องการการพักผ่อน แต่ถ้าไหล่เจ้ากรรมดันมาประท้วงเสียก่อน ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว จำไว้เสมอครับว่า "ไหล่มีปัญหา รักษาได้" และส่วนใหญ่ไม่ต้องจบลงที่เตียงผ่าตัดหากเราดูแลตัวเองได้ทันท่วงทีครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด #นอนไม่หลับ #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกและข้อโดยไม่ต้องผ่าตัด
Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or about the Subacromial Bursa. Boston: Thomas Todd Company; 1934. (คัมภีร์ดั้งเดิมเรื่องการวิจัยโรคเส้นเอ็นไหล่และอาการปวดไหล่)
Maman E, Yehiam C, Rak K, Beyth S, Mozes G, Agar G, et al. A Randomized Controlled Trial Comparing In-Office Ultrasonography-Guided Versus Anatomical Landmark-Guided Corticosteroid Injection for Shoulder Pain. Arthroscopy. 2016;32(11):2212-2218. (งานวิจัยเปรียบเทียบความแม่นยำของการฉีดยาเข้าข้อไหล่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง)
Neviaser AS, Hannafin JA. Adhesive capsulitis: a review of current treatment. Am J Sports Med. 2010;38(11):2346-56. (บทความวิชาการที่สรุปแนวทางการรักษาภาวะไหล่ติดในปัจจุบัน)
Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, An Q, Baumgarten KM, Bishop JY, et al. Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study with five-year follow-up. J Shoulder Elbow Surg. 2013;22(10):1371-9. (งานวิจัยที่ยืนยันว่าการทำกายภาพบำบัดช่วยรักษาเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด)
Yamaguchi K, Tetro AM, Blam O, Evanoff BA, Teefey SA, Middleton WD. Natural history of asymptomatic rotator cuff tears: a longitudinal analysis of asymptomatic tears detected sonographically. J Shoulder Elbow Surg. 2001;10(3):199-203. (การศึกษาธรรมชาติของโรคเส้นเอ็นไหล่เสื่อมและการดำเนินโรคเมื่ออายุมากขึ้น)