
เอื้อมหยิบของบนหิ้งไม่ถึง
คุณลุงสมบูรณ์ อายุ 72 ปี
ลูกหลานบอกว่า "เอ็นไหล่ขาดแน่ ๆ ต้องผ่าตัด"
บทความนี้จะอธิบายว่า "ยกแขนไม่ขึ้น" แบบไหนที่ไม่ใช่เอ็นขาด และยังรักษาให้กลับมาขยับได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ
เวลาใครสักคนยกแขนไม่ขึ้น คนรอบตัวมักคิดทันทีว่า "เส้นเอ็นไหล่ขาดแล้ว ต้องผ่าตัด" ความคิดนี้ไม่ผิดทั้งหมด เพราะเอ็นไหล่ฉีกขาดก็ทำให้ยกแขนไม่ขึ้นได้จริง
แต่มีอีกโรคหนึ่งที่อาการเหมือนกันมาก จนหลายคนแยกไม่ออก นั่นคือโรค "ไหล่ติด" หรือที่เรียกว่าข้อไหล่ยึดติด (Frozen Shoulder)
ความต่างที่สำคัญคือ ถ้าเอ็นขาด แขนมักจะยกขึ้นได้บางทิศทาง แต่ไม่มีแรง ส่วนไหล่ติด ข้อไหล่จะ "ขยับไม่ได้ทุกทิศทาง" ทั้งเวลาเราออกแรงยกเอง และเวลาคนอื่นช่วยจับยกให้ ก็ยังตึงและขยับไม่ได้เหมือนกัน
เคสคุณลุงสมบูรณ์ที่เล่าไปข้างต้น เมื่อตรวจร่างกายและใช้อัลตราซาวด์ดู พบว่าเส้นเอ็นไหล่ยังดีอยู่ ไม่ได้ขาด ปัญหาแท้จริงคือเยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบและหดรัดจนข้อติด นี่คือเหตุผลที่ "ยกแขนไม่ขึ้น" แต่ "เส้นเอ็นไม่ได้ขาด"
หลายคนเป็นไหล่ติดมานานโดยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดจากอะไร และบางคนก็เพิ่งรู้ว่าโรคนี้รักษาได้ ไม่ต้องทนปวดไปตลอด
ลองนึกภาพข้อไหล่ของเรา มีถุงเยื่อบาง ๆ หุ้มรอบข้อไว้ เปรียบเหมือนถุงผ้ายืดที่ห่อหุ้มข้อต่อ ปกติถุงนี้จะนิ่มและยืดหยุ่น ทำให้เราหมุนแขนได้รอบทิศ
"ทำไมถึงเกิด" — จุดเริ่มต้นคือเยื่อหุ้มข้อเกิดการอักเสบขึ้นมา อาจเกิดเองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือเกิดหลังจากไม่ได้ขยับไหล่นาน ๆ เช่น หลังเจ็บแขน หลังผ่าตัด หรือในคนที่เป็นเบาหวานและไทรอยด์
"เกิดทีละขั้นอย่างไร" — เมื่ออักเสบไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะสร้างพังผืดมาแทนที่เนื้อเยื่อปกติ เยื่อหุ้มข้อที่เคยนิ่มจะค่อย ๆ หนาตัวขึ้นและหดรัดเข้าหากัน เหมือนเสื้อยืดที่ซักน้ำร้อนแล้วหดจนเล็กลง พอเยื่อหุ้มหดรัด ข้อไหล่ก็ถูกบีบให้แคบลง ขยับได้น้อยลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ "ติด"
"ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้" — ช่วงแรกที่อักเสบมาก จะปวดมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน เพราะการอักเสบยังรุนแรง นอนทับก็เจ็บ พลิกตัวก็ปวด พอเข้าระยะที่พังผืดหดรัดเต็มที่ อาการปวดจะลดลง แต่กลับ "แข็งและขยับไม่ได้" แทน และเหตุที่ขยับไม่ได้ทุกทิศ เพราะพังผืดรัดรอบข้อทั้งหมด ไม่ใช่จุดใดจุดหนึ่ง ต่างจากเอ็นขาดที่เสียหายเฉพาะเส้น
ไหล่ติด คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบแล้วกลายเป็นพังผืดหดรัด ทำให้ข้อไหล่ขยับได้น้อยลงทุกทิศทาง ทั้งการยกแขน กางแขน และหมุนแขน
เกิดเองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน พบบ่อยในช่วงอายุ 40 ถึง 65 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
เกิดตามหลังปัญหาอื่น เช่น เคยเจ็บไหล่ เคยผ่าตัด หรือต้องใส่เฝือกตรึงแขนไว้นาน ทำให้ไม่ได้ขยับไหล่
อาการหลักที่พบ คือ ปวดไหล่ที่ค่อย ๆ มากขึ้น ปวดมากตอนกลางคืน และขยับไหล่ได้น้อยลงเรื่อย ๆ จนทำกิจวัตรประจำวันลำบาก เช่น หวีผม ใส่เสื้อ เอื้อมหยิบของ หรือเกาหลัง
[1] คนที่เป็นโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และมักหายช้ากว่า
[3] คนที่ไม่ได้ขยับไหล่นาน เช่น หลังเจ็บแขน หลังผ่าตัด หรือใส่เฝือก
[5] คนที่เคยเป็นไหล่ติดมาก่อน มีโอกาสเป็นที่ไหล่อีกข้างได้
การตรวจวินิจฉัยไหล่ติด ไม่ได้ดูแค่ว่ายกแขนขึ้นหรือไม่ แต่ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นไหล่ติด หรือเป็นเอ็นไหล่ขาด เพราะการรักษาต่างกันมาก
[2] ตรวจร่างกาย จุดสำคัญที่สุดคือ เมื่อให้คนไข้ยกแขนเองไม่ได้ แล้วหมอลองช่วยจับยกให้ ถ้าเป็นไหล่ติด แขนก็ยังขยับไม่ได้และตึงเหมือนกัน นี่คือจุดที่ช่วยแยกจากเอ็นขาด
[3] อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ใช้ดูว่าเส้นเอ็นไหล่ยังดีอยู่หรือขาด และดูการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บและเห็นภาพได้ทันที
[5] เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ใช้ในกรณีที่อาการไม่ชัดเจน หรือสงสัยปัญหาอื่นซ่อนอยู่
ข่าวดีคือ ไหล่ติดส่วนใหญ่รักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เป้าหมายของการรักษาคือ ให้คนไข้กลับมาหวีผม ใส่เสื้อ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ และป้องกันไม่ให้ข้อยึดติดถาวร โดยการรักษาจะปรับตามระยะของโรค
ระยะที่ 1 ระยะปวด เป็นช่วงที่อักเสบและปวดมากที่สุด โดยเฉพาะกลางคืน เป้าหมายช่วงนี้คือ "ลดปวด" เป็นหลัก
ใช้ยาลดปวดลดอักเสบ
ประคบและปรับท่าทางการนอนให้ไหล่ไม่ถูกกดทับ
การฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อไหล่ภายใต้อัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection) ช่วยลดปวดได้เร็วในระยะนี้ และทำให้เริ่มทำกายภาพได้ การฉีดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง ช่วยให้ยาเข้าตำแหน่งที่ต้องการได้แม่นยำ
ระยะที่ 2 ระยะติดแข็ง ช่วงนี้ปวดน้อยลง แต่ไหล่แข็งและขยับไม่ได้ เป้าหมายคือ "คืนการเคลื่อนไหว"
ทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค่อย ๆ ยืดเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด
ยืดเหยียดไหล่ด้วยท่าที่หมอหรือนักกายภาพแนะนำ ทำต่อเนื่องที่บ้าน
ในรายที่ติดมาก อาจใช้การฉีดน้ำเข้าไปขยายข้อไหล่ (Hydrodilatation) เพื่อช่วยให้เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดคลายตัวและขยับได้มากขึ้น
ระยะที่ 3 ระยะคลายตัว อาการค่อย ๆ ดีขึ้นเอง ไหล่เริ่มขยับได้มากขึ้น เป้าหมายคือ "ฟื้นฟูให้กลับมาเต็มที่"
ทำกายภาพต่อเนื่องเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวและความแข็งแรง
กลับไปทำกิจวัตรและกิจกรรมที่ชอบได้ตามปกติ
ในรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นเต็มที่แล้วอย่างน้อย 3 เดือน แต่ยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการดัดข้อไหล่ หรือการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะพังผืด ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับส่วนน้อยเท่านั้น
ไหล่ติดเป็นโรคที่ค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง แต่ใช้เวลานาน ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจใช้เวลาเป็นปี กว่าจะกลับมาขยับได้ และบางรายอาจขยับได้ไม่เต็มที่เท่าเดิม
การรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเจ็บปวด ทำให้กลับมาขยับได้เร็วขึ้น และลดโอกาสที่ข้อจะยึดติดค้างไว้ จึงเป็นเหตุผลที่ควรมาตรวจให้รู้แน่ชัดตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าเป็นไหล่ติด ไม่ใช่เอ็นขาด
ในบางราย ไหล่ติดอาจดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป แต่ระหว่างนั้นคนไข้ต้องทนปวดและใช้ไหล่ได้ไม่เต็มที่เป็นเวลานาน
ที่ต้องระวังคือ ถ้าปล่อยให้ไหล่ไม่ขยับนานเกินไป กล้ามเนื้อรอบไหล่จะลีบและอ่อนแรงลง และข้ออาจขยับได้ไม่กลับมาเท่าเดิม โดยเฉพาะในคนที่เป็นเบาหวานที่มักหายช้ากว่า การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้ผลการรักษาดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้
[1] ขยับไหล่สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ไหล่อยู่นิ่งนานเกินไป โดยเฉพาะหลังเจ็บแขนหรือหลังผ่าตัด
[2] ถ้าเริ่มปวดไหล่ อย่าหยุดขยับไปเลย ให้ค่อย ๆ ขยับเท่าที่ไหว เพื่อไม่ให้ข้อยึด
[4] ถ้ามีอาการไหล่ติดข้างหนึ่ง ให้ดูแลและขยับไหล่อีกข้างไว้ด้วย
ถาม ไหล่ติดกับเอ็นไหล่ขาด ต่างกันอย่างไร
ตอบ เอ็นขาดมักยกแขนได้บางทิศแต่ไม่มีแรง ส่วนไหล่ติดจะขยับไม่ได้ทุกทิศ ทั้งตอนยกเองและตอนให้คนอื่นช่วยจับยก การตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ช่วยแยกได้
ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด รักษาด้วยยา การฉีดยาลดอักเสบ และกายภาพบำบัดก็ดีขึ้นได้ การผ่าตัดเป็นทางเลือกสำหรับรายที่รักษาเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น
ตอบ ช่วงที่ปวดมากคือระยะอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อลดปวด การฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อภายใต้อัลตราซาวด์ช่วยลดปวดได้เร็วในระยะนี้
ตอบ การยืดที่ถูกวิธีอาจตึงได้บ้าง แต่ไม่ควรเจ็บรุนแรง ควรทำตามที่นักกายภาพแนะนำ และแจ้งแพทย์ถ้าเจ็บมากผิดปกติ
[1] ยกแขนไม่ขึ้น ไม่ได้แปลว่าเอ็นขาดเสมอไป อาจเป็นโรคไหล่ติดที่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
[2] ไหล่ติดต่างจากเอ็นขาดตรงที่ ขยับไม่ได้ทุกทิศ ทั้งยกเองและให้คนช่วยยก
[3] การรักษาปรับตามระยะ ระยะแรกเน้นลดปวด ระยะติดแข็งเน้นคืนการเคลื่อนไหว
[5] คุณไม่ได้เผชิญกับอาการนี้คนเดียว การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือกุญแจสำคัญที่ทำให้กลับมาใช้ไหล่ดูแลตัวเองและคนที่รักได้อีกครั้ง
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
"เราเชื่อว่า 'ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ' หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"
#ไหล่ติด #ข้อไหล่ยึดติด #ปวดไหล่ #ยกแขนไม่ขึ้น #โรคไหล่ #กายภาพบำบัด #ฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ #เบาหวานกับไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #FrozenShoulder #AdhesiveCapsulitis #ShoulderPain #UltrasoundGuidedInjection #OrthopedicCare
Q: หนูยกแขนไม่ขึ้นเลยค่ะ หมอบอกว่าเส้นเอ็นไม่ขาด แล้วมันเป็นอะไรกันแน่คะ? A: อาการยกแขนไม่ขึ้นโดยที่เส้นเอ็นไม่ขาด อาจเกิดจากภาวะไหล่ติด ซึ่งเป็นอาการที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบและหดรัด ทำให้ขยับแขนได้น้อยลงทุกทิศทาง Q: ถ้าเป็นไหล่ติดนี่ต้องผ่าตัดเหมือนเอ็นขาดไหมคะ? A: ในหลายกรณี ภาวะไหล่ติดสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะของโรค Q: ทำไมหนูถึงเป็นไหล่ติดคะ? อยู่ดีๆ ก็เป็นเองเลย A: ภาวะไหล่ติดอาจเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน หรือเกิดตามหลังการบาดเจ็บ การผ่าตัด หรือในผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือไทรอยด์ Q: อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนนี่เป็นสัญญาณของไหล่ติดหรือเปล่าคะ? A: อาการปวดไหล่ที่ค่อยๆ มากขึ้นและปวดมากตอนกลางคืน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในภาวะไหล่ติดช่วงที่มีการอักเสบ Q: ถ้าเส้นเอ็นไม่ขาด แล้วทำไมถึงยกแขนเองไม่ได้เลยคะ? A: ในภาวะไหล่ติด เยื่อหุ้มข้อไหล่จะเกิดการอักเสบและหดรัด ทำให้ข้อไหล่โดยรวมขยับได้ยากและมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวทุกทิศทาง