ปวดหลัง

304 บทความ

การปวดหลังอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคพื้นเดิม ตัวอย่างเช่น การใช้งานมากเกินไป เช่น การออกกำลังกายหรือการยกของมากเกินไป การนั่งและการนอนเป็นเวลานาน การนอนด้วยท่าทางที่ไม่สบาย หรือการสะพายเป้ที่มีขนาดไม่เหมาะสม

ปวดหลังร้าวลงขา ไม่ใช่แค่ปวดหลัง แต่คือสัญญาณจากเส้นประสาท
ปวดหลังร้าวลงขา ไม่ใช่แค่ปวดหลัง แต่คือสัญญาณจากเส้นประสาท

ปวดหลังมา 3 ปี คิดว่าแค่ "ออฟฟิศซินโดรม" จนขาเริ่มชา เดินได้ไม่ถึงร้อยเมตร สมชาย อายุ 42 ปี นั่งทำงานหน้าจอทุกวัน เขาไม่เคยคิดว่าอาการปวดหลังธรรมดา ๆ จะพาให้ขาอ่อนแรงได้ วันที่รองเท้าตกแล้วเท้าไม่รู้สึก เขาถึงรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ความเมื่อย แต่ก็ยังลังเล "ผ่าตัดเลยไหม หรือรอดูก่อน" บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในหลัง ทำไมอาการถึงลงขา และทางเลือกทั้งหมดที่มีอยู่จริง ―――――――――――――――――――――――― ปวดหลังร้าวลงขา ไม่ใช่แค่ปวดหลัง แต่คือสัญญาณจากเส้นประสาท ―――――――――――――――――――――――― [1] ทำไมอาการนี้ถึงไม่ควรมองข้าม หลายคนนั่งทำงานนาน แล้วปวดหลัง คิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความปวดเริ่ม "วิ่ง" ลงไปตามขา ชาที่น่อง หรือรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตที่หลังเท้า นั่นไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อล้าอีกต่อไปแล้ว อาการเหล่านี้คือสัญญาณว่าเส้นประสาทในกระดูกสันหลังกำลังถูกกด ยิ่งปล่อยนาน ยิ่งฟื้นตัวช้า แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ กว่า 80-90% ของผู้ป่วยที่มีอาการแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ―――――――――――――――――――――――― [2] เรื่องจริงของคนที่เคยเป็น สมชายทำงานออฟฟิศมาสิบกว่าปี ทุกเช้าเขานั่งลงบนเก้าอี้ตั้งแต่แปดโมง ลุกก็ตอนเที่ยง ปวดหลังมาตลอด แต่ก็แค่กินยาแก้ปวด แล้วก็ดีขึ้น จนเดือนหนึ่ง ความปวดเริ่มวิ่งลงขาซ้าย เหมือนโดนไฟช็อตตลอดเวลา เขาเดินจากที่จอดรถถึงออฟฟิศ แค่นั้นก็ต้องหยุดพักสองครั้ง ลูกเชิญไปเดินห้าง เขาก็ต้องส่ายหน้า เขาคิดว่าถ้าไปหาหมอ ก็คงต้องผ่าตัด เลยเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ กว่าจะมาตรวจ อาการอยู่กับเขานานเกือบปีแล้ว ―――――――――――――――――――――――― [3] เกิดอะไรขึ้นในหลังของคุณ ทำไมถึงปวดลงขาได้ ลองนึกภาพกระดูกสันหลังเป็นท่อนกระดูก 33 ชิ้นซ้อนกันขึ้นไป ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นมี "หมอนรองกระดูก" คอยทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทก ด้านในของหมอนรองกระดูกมีเนื้อเยื่อนิ่มชื่อ "นิวเคลียสพัลโพซัส" ที่มีลักษณะคล้ายวุ้น ห่อหุ้มด้วยเปลือกเส้นใยแข็งที่เรียกว่า "แอนนูลัส ไฟโบรซัส" เมื่อนั่งนาน ๆ หรือยกของผิดท่า แรงดันในหมอนรองกระดูกเพิ่มขึ้นมาก เปลือกเส้นใยเริ่มแตกร้าว เนื้อวุ้นข้างในเริ่มดันหรือปลิ้นออกมาทางด้านหลัง ตรงนั้นพอดีที่เส้นประสาทวิ่งผ่าน เส้นประสาทถูกกด บวก สารอักเสบที่ออกมาพร้อมกัน ทำให้เกิดอาการปวดแปลบที่หลัง แล้ววิ่งตามเส้นประสาทลงไปถึงน่อง หรือหลังเท้า บางคนรู้สึกชา บาง

ปวดสะโพก ร้าวลงขา หรือแค่ข้อเสื่อม — รู้แบบนี้ก่อน วางแผนการรักษาได้ถูกทาง
ปวดสะโพก ร้าวลงขา หรือแค่ข้อเสื่อม — รู้แบบนี้ก่อน วางแผนการรักษาได้ถูกทาง

ปวดสะโพก หรือนอนตะแคงแล้วเจ็บข้างเดียว บางวันก้าวขาแรกตอนเช้าแล้วรู้สึกสะโพกติด เดินขึ้นบันไดแล้วสะโพกหน่วง ๆ จนต้องหยุดพัก แม่บ้านวัย 58 ปีคนหนึ่งบอกว่าปวดสะโพกซ้ายมาสองปี บางคืนนอนตะแคงซ้ายไม่ได้เลย ต้องพลิกตัวทั้งคืน อยากเดินไปตลาดกับสามีเหมือนเดิม แต่กลัวว่าหมอจะบอกให้ผ่าตัด เลยเก็บอาการไว้คนเดียวมาตลอด บทความนี้อธิบายตรง ๆ ว่าปวดสะโพกแต่ละแบบต่างกันอย่างไร มีทางรักษาอะไรบ้างก่อนถึงขั้นผ่าตัด และเมื่อไรที่การเปลี่ยนข้อจำเป็นจริง ๆ ―――――――――――――――――――――――― ปวดสะโพก ร้าวลงขา หรือแค่ข้อเสื่อม — รู้แบบนี้ก่อน วางแผนการรักษาได้ถูกทาง ―――――――――――――――――――――――― [1] ปวดสะโพกที่คุณเป็นอยู่ คืออะไรกันแน่ คนส่วนใหญ่เรียกอาการปวดบริเวณสะโพก ต้นขา และร้าวลงขาว่า "ปวดสะโพก" เหมือนกันหมด แต่ความจริงแล้ว "สะโพก" ในทางการแพทย์หมายถึงบริเวณที่กว้างมาก ครอบคลุมทั้งข้อต่อสะโพก กล้ามเนื้อรอบสะโพก เส้นเอ็น และเส้นประสาทที่วิ่งผ่านบริเวณนั้น คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนคือ ปวดในข้อ หรือปวดจากนอกข้อ และปวดจากโครงสร้างสะโพกเอง หรือปวดเพราะเส้นประสาทถูกกด คำตอบสองข้อนี้จะเปลี่ยนวิธีรักษาทั้งหมด ―――――――――――――――――――――――― [2] เรื่องของผู้ป่วย นิดา วัย 62 ปี ออกกำลังกายเป็นประจำมาตลอดชีวิต เธอเดินสวนสาธารณะทุกเช้า ดูแลหลานสองคนช่วงกลางวัน ชีวิตเรียบง่ายและมีความสุข แต่เมื่อสองปีก่อน เธอเริ่มรู้สึกว่าก้าวขาแรกตอนตื่นนอนช้าลง สะโพกซ้ายตึงราวกับมีน็อตขันแน่นอยู่ในข้อ ปีแรกเธอทนได้ แต่ปีที่สองอาการเปลี่ยน เริ่มปวดร้าวลงต้นขาด้านหน้า และบางวันเจ็บที่เข่าซ้ายโดยไม่มีสาเหตุ เธอเริ่มเลิกเดินออกกำลังกาย เลิกดูแลหลาน กลัวล้ม เพื่อนแนะนำว่าน่าจะเป็น "เส้นไซอาติก" แต่หมอบอกว่าไม่ใช่ ―――――――――――――――――――――――― [3] ทำไมถึงปวดสะโพกและปวดร้าวลงขา — เกิดขึ้นได้อย่างไร หลายคนไม่รู้ว่าอาการ "ปวดสะโพกร้าวลงขา" เกิดได้จากสาเหตุที่แตกต่างกันมาก ลองนึกภาพข้อสะโพกเป็นลูกบอลที่วางอยู่ในถ้วย ลูกบอลคือส่วนหัวกระดูกต้นขา ถ้วยคือเบ้าสะโพก พื้นผิวทั้งสองด้านเคลือบด้วย "กระดูกอ่อน" ที่ทำหน้าที่เหมือนยางกันกระแทก เมื่อกระดูกอ่อนสึกหรอลงตามอายุหรือแรงกดสะสม พื้นผิวที่เคยลื่นก็เริ่มขรุขระ ข้อเริ่มอักเสบ น้ำหล่อเลี้ยงในข้อลดลง และในที่สุดกระดูกก็เริ่มเสียดสีกัน นี่คือที่มาของ "ข้อสะโพกเสื่อม" (hip osteoarthritis) ซึ่งทำให้ปวดลึก ๆ ในข้อ และมักร้าวไปที่ขาหนีบหรือต้นขาด้านหน้า แต่ยังมีอีกกลไกหนึ่งที่คนมักสับสน คือปวดสะโพกจากเส้นประสาทถูกกด ซึ่งเกิดที่ "ต้นทาง" ไม่ใช่ที่ข้อสะโพก เส้นประสาทที่วิ่งออกจากกระดูกสันหลังระดับเอวและก้นกบจะผ่านบริเวณก้นและสะโพก ถ้าเส้นประสาทไซอาติก (sciatic nerve) ถูกกดตรงบริเวณสะโพก จะทำให้ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาทตั้งแต่สะโพก ต้นขา ลงถึงน่องและเท้า นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างอื่นอีก เช่น ถุงน้ำหล่อลื่นรอบข้อสะโพก (bursae) ที่เมื่ออักเสบจะทำให้เจ็บที่สะโพกด้านนอกชัดเจน โดยเฉพาะเวลานอนตะแคงหรือกดทับ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบสะโพก เช่น กล้ามเนื้อก้น ก็ทำให้ปวดร้าวได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ปวดสะโพกแบบเดียวกันในสองคนอาจต้องการการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง ―――――――――――――――――――――――― [4] ความรู้พื้นฐาน — ปวดสะโพกมีกี่แบบ และแต่ละแบบเป็นอย่างไร ปวดสะโพกแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลักตามที่มาของอาการ แบบที่หนึ่ง ข้อสะโพกเสื่อม หรือ hip osteoarthritis กระดูกอ่อนในข้อสะโพกสึกหรอลงตามอายุหรือจากแรงกดสะสม ทำให้ข้อตึงแข็งในตอนเช้า ปวดลึก ๆ บริเวณขาหนีบและต้นขาด้านหน้า และเจ็บมากขึ้นเมื่อก้าวขาหรือขึ้น-ลงบันได แบบที่สอง ถุงน้ำรอบข้อสะโพกอักเสบ หรือ trochanteric bursitis เจ็บที่สะโพกด้านนอกชัดเจน เจ็บมากเวลานอนตะแคงทับข้างนั้น หรือเวลากดตรงตำแหน่ง ไม่มักร้าวลงขา ต่างจากเส้นประสาทถูกกด แบบที่สาม เส้นประสาทไซอาติกถูกกด (sciatica) จากสาเหตุในบริเวณสะโพก ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาทชัดเจน จากก้นลงต้นขาด้านหลัง บางรายถึงน่องและเท้า อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย มักต่างจากเส้นประสาทถูกกดจากหมอนรองกระดูกสันหลัง ตรงที่ตำแหน่งกดทับอยู่ที่กล้ามเนื้อก้น (piriformis syndrome) ไม่ใช่ที่กระดูกสันหลัง แบบที่สี่ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบสะโพกตึงหรืออักเสบ ปวดบริเวณรอบสะโพก ต้นขา หรือก้น มักเกิดจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือกล้ามเนื้อขาดความสมดุล ปวดเมื่อเคลื่อนไหวในท่าใดท่าหนึ่งเป็นพิเศษ ―――――――――――――――――――――――― [5] ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดสะโพก • อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วง 50 ปีขึ้นไป กระดูกอ่อนสึกหรอตามธรรมชาติเร็วขึ้น • น้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ เพราะข้อสะโพกรับน้ำหนักเป็นสามถึงห้าเท่าของน้ำหนักตัวในแต่ละก้าว • ประวัติได้รับบาดเจ็บที่สะโพกหรือกระดูกสันหลัง แม้จะ

สัญญาณเตือนภัยจากส่วนลึกของแผ่นหลัง... แค่ปวดเมื่อยธรรมดา หรือโครงสร้างกระดูกสันหลังของคุณกำลังทรุดตัวลงอย่างช้าๆ?
สัญญาณเตือนภัยจากส่วนลึกของแผ่นหลัง... แค่ปวดเมื่อยธรรมดา หรือโครงสร้างกระดูกสันหลังของคุณกำลังทรุดตัวลงอย่างช้าๆ?

ลองจินตนาการถึงเช้าวันธรรมดาวันหนึ่งที่คุณกำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้า หรือเอื้อมมือไปหยิบปากกาที่หล่นลงบนพื้น แต่จู่ๆ ก็มีอาการเจ็บแปล๊บลึกๆ วิ่งพล่านขึ้นมาจากบริเวณส่วนเอว อาการปวดนั้นรุนแรงและฉับพลันจนทำให้แผ่นหลังของคุณแข็งทื่อ ไม่สามารถยืดตัวกลับขึ้นมายืนตรงได้ตามปกติ สมองส่วนสัญชาตญาณความกลัวและการเอาตัวรอดของคุณจะเริ่มตื่นตัวและส่งสัญญาณเตือนทันทีว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย มือที่เคยหยิบจับทำอะไรได้ดั่งใจ แผ่นหลังที่เคยพาคุณเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ เริ่มอ่อนแรงและไร้เสถียรภาพลงอย่างน่าตกใจในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักคิดไปเองตามตรรกะความเคยชินว่านี่คงเป็นแค่ อาการกล้ามเนื้อหลังอักเสบธรรมดา จากการนั่งทำงานนานๆ หรือแค่อาการเมื่อยล้าสะสม เดี๋ยวนวดเค้นสักพักก็น่าจะหายดี แต่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวทางการแพทย์คือ ความเข้าใจผิดนี้อาจกำลังนำพาคุณไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพอย่างถาวรโดยไม่รู้ตัว

ปวดหลัง ป้องกันได้โดยปรับพฤติกรรม

ปัญหาเรื่องอาการปวดหลังนับว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตของทุกท่านคงเคยมีปัญหาเรื่องอาการปวดหลัง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดเนื่องมาจากกระบวนการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังและบริเวณข้อต่อของกระดูกสันหลัง ในวัยหนุ่มสาวหมอนรองกระดูกทำหน้าที่ในการลดแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลังในแต่ละระดับ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะเกิดการเสื่อม ปริมาณน้ำที่อยู่ภายในหมอนรองกระดูกจะลดปริมาณลง ทำให้ความยืดหยุ่นและการทำงานของหมอนรองกระดูกไม่ดี ร่วมกับการเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลัง  ปัจจัยในเรื่องของน้ำหนักร่างกายก็มีผลเป็นอย่างมาก ในคนที่มีน้ำหนักมากจะทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากกว่าปกติจึงมีผลทำให้อุบัติการณ์ในการปวดหลังเพิ่มมากขึ้นในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก