
ปวดหลังเป็นพักๆ บางวันก็หายไปเอง ก้มเก็บของ รู้สึกตึงๆ ที่เอว ส่องกระจกเห็นไหล่สองข้างไม่เท่ากัน...
คุณป้าวัย 70 ปี ปวดหลังเป็นๆ หายๆ มาหลายปี วันก่อนไปเอกซเรย์ หมอบอกว่ากระดูกสันหลังคดเล็กน้อย แกตกใจมาก กลัวว่าจะต้องผ่าตัด กลัวว่าวันหนึ่งจะเดินไม่ได้ ลูกหลานก็พลอยกังวลไปด้วย...
บทความนี้จะอธิบายว่า กระดูกสันหลังคดตอนสูงวัยแบบไหน ที่ดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ
หลายคนพอเห็นคำว่า "กระดูกสันหลังคด" บนใบเอกซเรย์ ก็ใจหายวาบ นึกไปถึงการผ่าตัดใหญ่ ใส่เหล็กดามหลัง หรือกลัวว่าวันหนึ่งจะนั่งรถเข็น
ความจริงคือ กระดูกสันหลังคดที่เพิ่งมาเป็นตอนสูงวัย ส่วนใหญ่ "ไม่ใช่" เรื่องที่ต้องรีบผ่าตัด โดยเฉพาะคนที่ปวดไม่มาก ปวดเป็นพักๆ และยังเดินเหินใช้ชีวิตได้ตามปกติ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การเข้าใจว่ามันคืออะไร และดูแลอย่างไรให้อยู่กับมันได้อย่างสบาย
แกไม่ได้ปวดหลังรุนแรง เป็นแค่ปวดตึงๆ ที่เอวเป็นพักๆ บางวันก็สบายดีเหมือนไม่มีอะไร แต่พอไปเอกซเรย์ด้วยเรื่องอื่น กลับเจอว่ากระดูกสันหลังเอียงไปข้างหนึ่งเล็กน้อย
สิ่งที่ทำให้แกทุกข์ใจที่สุด ไม่ใช่ความปวด แต่คือ "ความกลัว" ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป กลัวว่ามันจะคดมากขึ้นเรื่อยๆ กลัวว่าจะกลายเป็นคนพิการ
เรื่องแบบนี้พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุครับ และข่าวดีคือ หลายคนกังวลเกินกว่าที่ควรจะเป็น
หลายคนไม่รู้ว่า กระดูกสันหลังที่ค่อยๆ คดตอนสูงวัย เกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคร้ายแรง เรามาทำความเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ
กระดูกสันหลังของเราเหมือนเสาที่วางกระดูกซ้อนกันเป็นชั้นๆ โดยมี "หมอนรองกระดูก" คั่นอยู่ระหว่างกระดูกแต่ละข้อ ทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงกระแทก
พออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะค่อยๆ แห้งและแฟบลง เหมือนเบาะโซฟาเก่าที่ยุบตัว แต่ปัญหาคือมัน "ยุบไม่เท่ากัน" ระหว่างซ้ายกับขวา เมื่อด้านหนึ่งยุบมากกว่าอีกด้าน เสากระดูกก็เริ่มเอียงไปทางนั้น
พร้อมกันนั้น ข้อต่อเล็กๆ ด้านหลังของกระดูกก็สึกไม่เท่ากัน และเส้นเอ็นที่เคยยึดกระดูกให้แน่นก็เริ่มหย่อน เหมือนเชือกที่ใช้นานจนยืด ทำให้กระดูกค่อยๆ เอียงและบิดตัวไปทีละน้อย จนกลายเป็นแนวโค้งที่เห็นบนเอกซเรย์
ส่วนคำถามที่ว่า "ทำไมปวดแค่เป็นพักๆ ไม่ปวดตลอด" คำตอบคือ เมื่อหลังเริ่มเอียง กล้ามเนื้อด้านนอกของส่วนโค้งต้องทำงานหนักกว่าปกติ เพื่อพยุงตัวให้ตรง เหมือนคนที่ต้องสะพายกระเป๋าหนักไว้ข้างเดียวตลอด กล้ามเนื้อมัดนั้นจึงล้าและปวดเป็นพักๆ ตามกิจกรรมและท่าทางในแต่ละวัน ช่วงแรกร่างกายยังปรับตัวไหว อาการจึงไม่มากและไม่ตลอดเวลา
ภาวะกระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม (Degenerative Scoliosis) คือการที่กระดูกสันหลังส่วนเอวค่อยๆ โค้งเอียงไปด้านข้าง โดยเกิดขึ้นใหม่ในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ จากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อ ไม่ใช่ความคดที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก
สาเหตุหลักคือ "อายุ" และความเสื่อมตามธรรมชาติ มักพบในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
อาการที่พบบ่อยคือ ปวดตึงบริเวณหลังส่วนล่าง มักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นๆ หายๆ ปวดมากขึ้นเวลายืนหรือเดินนานๆ และดีขึ้นเวลานั่งพักหรือเอนตัว หลายคนสังเกตว่าตัวเตี้ยลง หรือเอวเอียงไปข้างหนึ่งเล็กน้อย
[1] อายุที่มากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ยิ่งอายุมาก ความเสื่อมยิ่งมาก
[3] ภาวะกระดูกบาง หรือกระดูกพรุน ที่ทำให้โครงสร้างกระดูกอ่อนแอลง
[5] น้ำหนักตัวมาก และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่อ่อนแรง
การวินิจฉัยที่ถูกต้อง คือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะจะบอกได้ว่าควรเฝ้าดู หรือควรเริ่มดูแลแบบไหน โดยแพทย์จะตรวจตามลำดับดังนี้ครับ
[1] ซักประวัติ สอบถามลักษณะอาการปวด ว่าปวดตรงไหน ปวดตอนไหน ปวดร้าวลงขาหรือไม่ มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วยไหม
[2] ตรวจร่างกาย ดูแนวกระดูกสันหลัง การทรงตัว การเดิน และตรวจระบบประสาทที่ขา
[3] อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยประเมินกล้ามเนื้อและจุดที่ปวด รวมถึงใช้นำเข็มเวลาต้องฉีดยาเฉพาะจุด
[4] เอกซเรย์ เพื่อดูแนวโค้งของกระดูก ความรุนแรง และใช้ติดตามว่าคดเพิ่มขึ้นหรือไม่เมื่อเวลาผ่านไป
[5] เอ็มอาร์ไอ (MRI) จะพิจารณาทำเมื่อมีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง เพื่อดูว่ามีการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วยหรือไม่
สำหรับคนที่ปวดไม่มาก เป็นพักๆ และไม่มีอาการทางขา มักยังไม่จำเป็นต้องทำเอ็มอาร์ไอครับ
สำหรับคนที่ปวดไม่มากและไม่มีอาการทางเส้นประสาท แนวทางการดูแลจะเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิต ทำสวน เดินเที่ยว เล่นกับหลานได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด ดังนี้ครับ
[1] ปรับพฤติกรรมและท่าทาง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การก้มบิดตัวแรงๆ จัดที่นั่งที่นอนให้เหมาะสม และพักเป็นช่วงๆ เมื่อต้องยืนหรือเดินนาน
[2] ออกกำลังกายและกายภาพบำบัด เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและหลัง การเดิน ว่ายน้ำ หรือออกกำลังในน้ำ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ การออกกำลังกายที่ออกแบบเฉพาะสำหรับภาวะนี้ มีหลักฐานว่าช่วยเรื่องท่าทางและอาการได้
[3] ดูแลกระดูกให้แข็งแรง เพราะหญิงสูงวัยมักมีกระดูกบางหรือกระดูกพรุนร่วมด้วย การตรวจความหนาแน่นกระดูก ดูแลแคลเซียมและวิตามินดี จะช่วยลดความเสี่ยงกระดูกหักและช่วยให้โครงสร้างหลังมั่นคงขึ้น
[4] ใช้ยาบรรเทาปวดตามความเหมาะสม เพื่อให้ทำกายภาพและใช้ชีวิตได้ ใช้เท่าที่จำเป็นภายใต้คำแนะนำของแพทย์
[5] การฉีดยาเฉพาะจุดภายใต้อัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection) จะพิจารณาในรายที่ปวดจากจุดเฉพาะ เช่น ข้อต่อสันหลัง เพื่อช่วยลดปวดให้เดินหน้าทำกายภาพต่อได้
ส่วนการผ่าตัด จะพิจารณาเฉพาะรายที่ปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตมาก มีการกดทับเส้นประสาทชัดเจน หรือกระดูกคดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณป้าในเรื่องของเรายังห่างไกลจากจุดนั้นมากครับ
ต้องบอกตามตรงครับว่า ความคดที่เกิดจากความเสื่อมนั้นไม่ได้หายไปหรือกลับมาตรงเหมือนเดิม แต่ข่าวดีคือ ตัว "ความปวด" ดูแลให้ดีขึ้นได้มาก และคนส่วนใหญ่อยู่กับมันได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ในแง่การลุกลาม กระดูกมักคดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ปีละเล็กน้อย ไม่ได้เปลี่ยนแบบฉับพลัน การติดตามเอกซเรย์เป็นระยะ และการดูแลกล้ามเนื้อกับกระดูกให้แข็งแรง จะช่วยชะลอและคุมอาการได้ดี
ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลเลย สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวคือ ความคดที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น อาการปวดที่อาจถี่ขึ้น และในบางรายที่กระดูกไปกดทับเส้นประสาท อาจมีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรือเดินได้ระยะสั้นลง
หมอเล่าเรื่องนี้ไม่ได้เพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้เห็นว่า การดูแลตั้งแต่วันที่อาการยังน้อย คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะทำได้ง่ายและได้ผลดี
[1] ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เน้นเสริมกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัว
[3] ดูแลกระดูกให้แข็งแรง กินอาหารที่มีแคลเซียม รับวิตามินดี และตรวจความหนาแน่นกระดูกเมื่อถึงวัย
[4] ระวังท่าทางในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการก้มบิดตัวแรงๆ
[5] ไปพบแพทย์เมื่ออาการเปลี่ยน เช่น ปวดมากขึ้นชัดเจน หรือเริ่มมีอาการร้าวลงขา
[1] กระดูกสันหลังคด ต้องผ่าตัดทุกคนไหม ไม่ใช่ครับ คนส่วนใหญ่ที่ปวดไม่มากและไม่มีอาการทางขา ดูแลได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดเป็นทางเลือกสำหรับรายที่อาการรุนแรงจริงๆ เท่านั้น
[2] ออกกำลังกายแล้วหลังจะคดมากขึ้นไหม ไม่ครับ การออกกำลังกายที่เหมาะสมช่วยเสริมกล้ามเนื้อพยุงหลัง ทำให้ปวดน้อยลงและทรงตัวดีขึ้น แต่ควรเลือกท่าที่เหมาะกับวัยและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
[3] ความคดจะแย่ลงเร็วไหม ส่วนใหญ่ค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ ครับ การติดตามเป็นระยะจะช่วยให้เรารู้ทันและปรับการดูแลได้ทันเวลา
[4] ต้องทำเอ็มอาร์ไอเลยไหม ไม่จำเป็นทุกคนครับ จะพิจารณาเมื่อมีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง ถ้าปวดเฉพาะที่หลังและเป็นพักๆ มักเริ่มจากเอกซเรย์ก่อน
[1] กระดูกสันหลังคดตอนสูงวัย ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติ ไม่ใช่โรคร้ายแรง
[3] การออกกำลังกาย ดูแลกระดูก และปรับท่าทาง คือหัวใจของการดูแล
[5] คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และดูแลตัวเองให้แข็งแรงได้ เพื่อใช้เวลาดีๆ กับคนที่รักไปอีกนาน
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"
#กระดูกสันหลังคด #ปวดหลังผู้สูงอายุ #หลังคด #ปวดหลังเรื้อรัง #กระดูกพรุน #ดูแลกระดูกสันหลัง #ปวดเอว #รักษาปวดหลังไม่ผ่าตัด #สุขภาพผู้สูงวัย #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #DegenerativeScoliosis #AdultScoliosis #BackPain #SpineHealth #ConservativeCare
Q: คุณหมอคะ หนูอายุ 70 แล้ว กระดูกสันหลังคดนิดหน่อย ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ? A: ในหลายกรณี กระดูกสันหลังคดที่เพิ่งมาเป็นตอนสูงวัยและมีอาการไม่มาก อาจดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ Q: ถ้ากระดูกสันหลังคดแล้ว จะเดินไม่ได้เหมือนคนพิการไหมคะ? A: ความเสี่ยงที่จะเดินไม่ได้นั้นมีน้อยครับ โดยเฉพาะหากอาการปวดไม่รุนแรงและยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ Q: ทำไมปวดหลังแค่เป็นพักๆ ไม่ได้ปวดตลอดเวลาคะ? A: อาการปวดเป็นพักๆ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อที่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงกระดูกสันหลังที่เริ่มเอียงครับ Q: กระดูกสันหลังคดตอนแก่ เกิดจากอะไรคะ? A: ส่วนใหญ่มักเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติของหมอนรองกระดูกและข้อต่อกระดูกสันหลังตามอายุครับ Q: ถ้าไม่ผ่าตัด แล้วจะดูแลกระดูกสันหลังคดตอนสูงวัยได้อย่างไรคะ? A: การดูแลจะเน้นที่การจัดการอาการปวดและรักษาคุณภาพชีวิต ซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมและการปรับพฤติกรรมครับ