ได้ยินเสียงดังหรือรู้สึกว่ามีอะไรกระตุกที่สะโพกทุกครั้งที่ยกขาหรือขึ้นบันได? หลายคนมีเสียงแบบนี้มาหลายปีโดยไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร คุณรู้ไหมว่าสาเหตุมีถึง 3 แบบ — และแต่ละแบบรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง?


3 ต้นเหตุของเสียงสะโพก — แบบไหนหายเอง แบบไหนต้องรักษา


หลายคนที่ได้ยินเสียงดังจากสะโพกกังวลว่านี่คือสัญญาณของข้อเสื่อม กระดูกแตก หรือมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ความจริงคือเสียงสะโพกส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเสมอไป แต่มีบางแบบที่ควรตรวจหาสาเหตุก่อนจะปล่อยไว้นาน ความต่างอยู่ที่ว่ามันมาจากไหนและมีอาการเจ็บร่วมด้วยหรือเปล่า

คนไข้หญิงวัย 28 ปีคนหนึ่งมาพบหมอด้วยอาการที่เธอบรรยายได้ยาก "ทุกครั้งที่ยกขาขึ้นหรือเปลี่ยนท่า จะมีเสียงดัง 'ป็อก' ที่สะโพก" เธอซ้อมบัลเล่ต์มาตั้งแต่เด็ก และเสียงนี้มีมาเกือบสองปีแล้ว ในช่วงแรกไม่เจ็บเลย แต่เดือนหลัง ๆ เริ่มรู้สึกเมื่อย ๆ และหนักที่สะโพก

เธอกังวลว่าถ้าปล่อยไว้จะกระทบการซ้อม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเสียงนี้ต้องรักษาจริงหรือเปล่า — เพราะบางครั้งหมอก็บอกว่า "ปกติ" บางครั้งก็บอกว่า "ต้องทำกายภาพ"

สิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ "คำตอบ" แต่คือการเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

ถ้าลองจินตนาการว่าเส้นเอ็นรอบสะโพกเป็นสายยางที่ขึงตึงข้ามส่วนนูนของกระดูก ทุกครั้งที่ขยับสะโพก สายยางเส้นนั้นจะ "กระตุก" ข้ามส่วนนูนและเกิดเสียงดัง นั่นคือที่มาของเสียงสะโพก

ปัญหาอยู่ที่ว่าสายยางเส้นไหน และผ่านนูนกระดูกตรงไหน เพราะนั่นคือสิ่งที่กำหนดว่าเป็นชนิดอะไร และต้องรักษาอย่างไร

เสียงสะโพกแบ่งออกเป็น 3 ชนิด:

ชนิดแรก คือเสียงด้านนอก เกิดจากพังผืดแผ่นใหญ่ที่ด้านข้างขา ที่หมอเรียกว่าไอทีแบนด์ (IT band หรือพังผืดช่วยยึดข้างขา) เคลื่อนผ่านส่วนนูนของกระดูกต้นขาด้านนอก ชนิดนี้พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ แค่ได้ยินเสียง

ชนิดที่สอง คือเสียงด้านใน เกิดจากเส้นเอ็นกล้ามเนื้อสะโพกด้านหน้า ที่เรียกว่าอิเลียปโซอัส (iliopsoas หรือกล้ามเนื้อยกขาขึ้น) เคลื่อนผ่านส่วนนูนของกระดูกเชิงกราน ชนิดนี้มักเจ็บได้ โดยเฉพาะเวลาขึ้นบันไดหรือลุกจากเก้าอี้

ชนิดที่สาม คือเสียงจากในข้อ เกิดจากพยาธิสภาพลึกเข้าไปในข้อสะโพก เช่น กระดูกอ่อนขอบข้อฉีกขาด หรือมีเศษกระดูกลอยอยู่ในข้อ ชนิดนี้มักมีอาการเจ็บร่วมด้วยเสมอ และต้องตรวจเพิ่มเติม

ใครที่เสี่ยงมีเสียงสะโพก:

• นักบัลเล่ต์และนักแสดงที่ใช้การเคลื่อนไหวสะโพกในมุมกว้างซ้ำ ๆ — พบเสียงสะโพกในนักบัลเล่ต์สูงมาก • นักวิ่งระยะไกลและนักปั่นจักรยาน — ท่าทางซ้ำ ๆ ทำให้เส้นเอ็นรอบสะโพกตึงมากขึ้น • ผู้ที่กล้ามเนื้อสะโพกแข็งเกร็งหรืออ่อนแรง • ผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายหนักหลังพักนานหลายเดือน • ผู้หญิงมีแนวโน้มพบบ่อยกว่าผู้ชายเล็กน้อย

เมื่อมาพบหมอ หมอจะซักถามก่อนว่าเสียงอยู่ด้านนอก ด้านในข้อขา หรือรู้สึกว่ามาจากลึกในข้อ มีอาการเจ็บร่วมด้วยหรือเปล่า และท่าไหนที่กระตุ้นให้เกิดเสียง

จากนั้นตรวจร่างกายโดยให้ขยับสะโพกตามท่าต่าง ๆ เพื่อสังเกตว่าเสียงเกิดขึ้นเมื่อไหรและบริเวณไหน

เครื่องมือที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยเสียงสะโพกคืออัลตราซาวด์ (ultrasound) เพราะมองเห็นการเคลื่อนตัวของเส้นเอ็นแบบเรียลไทม์ขณะคนไข้ขยับข้อ — หมอจะเห็นได้ชัดว่าเส้นเอ็นเส้นไหนกระตุกผ่านกระดูกส่วนไหนพอดี

เอกซเรย์ช่วยตรวจกระดูกและข้อเบื้องต้น ส่วน MRI ใช้เมื่อสงสัยว่ามีปัญหาในข้อลึก เช่น กระดูกอ่อนฉีกหรือมีเศษกระดูกหลวม

หมอมักเริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อนเสมอ:

ขั้นแรก คือการยืดกล้ามเนื้อ (stretching) ซึ่งเป็นรากฐานของการรักษา ชนิดนอกยืดพังผืดด้านข้างขา ชนิดในยืดกล้ามเนื้อด้านหน้าสะโพก ทำสม่ำเสมอทุกวัน 4 ถึง 6 สัปดาห์มักเห็นความเปลี่ยนแปลง

ขั้นต่อมา ถ้ายืดกล้ามเนื้ออย่างเดียวไม่พอ กายภาพบำบัดเพิ่มเติมจะช่วยเสริมกล้ามเนื้อรอบสะโพกให้แข็งแรงขึ้น ลดแรงเสียดสีที่เส้นเอ็น

หากยังมีอาการเจ็บ การฉีดยาชาผสมยาลดการอักเสบภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์บริเวณเส้นเอ็นที่มีปัญหา ช่วยได้ทั้งในแง่ยืนยันตำแหน่งที่เป็นปัญหา และบรรเทาอาการในระยะสั้น

เมื่อไหรที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง: ในกรณีที่ทำกายภาพบำบัดและฉีดยาครบแล้ว 3 ถึง 6 เดือน แต่ยังมีอาการเจ็บและเสียงรบกวนชีวิตประจำวัน การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อยืดเส้นเอ็น (endoscopic tendon lengthening) เป็นทางเลือกที่ให้ผลดี ผลการศึกษาพบว่าอาการเสียงและอาการเจ็บดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังผ่าตัด พร้อมทั้งรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกไว้ได้

สำหรับเสียงที่มาจากในข้อ เช่น กระดูกอ่อนฉีกหรือมีเศษกระดูกหลวม การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อซ่อมแซมหรือนำเศษออกจะเป็นวิธีที่ได้ผลตรงจุดที่สุด

พยากรณ์โรคโดยรวมดีมาก เสียงสะโพกชนิดนอกและชนิดในส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ

บางรายเสียงอาจยังมีอยู่บ้างหลังรักษา แต่ถ้าไม่มีอาการเจ็บก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะเสียงดังไม่ได้หมายความว่าข้อกำลังสึกหรือเสื่อม

สำหรับเสียงที่มาจากในข้อ ผลการรักษาขึ้นกับสาเหตุพื้นฐาน ถ้าวินิจฉัยได้ตรงและรักษาถูกจุดผลดีมาก แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจส่งผลต่อข้อในระยะยาว

ถ้าไม่ดูแลหรือปล่อยทิ้งไว้:

• เส้นเอ็นที่ถูกเสียดสีซ้ำ ๆ อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เจ็บได้แม้ไม่ออกกำลังกาย • กระดูกอ่อนขอบข้อที่ฉีกโดยไม่ได้รักษา อาจขยายใหญ่ขึ้นตามเวลา • ในบางกรณีที่มีปัญหาในข้อ การปล่อยทิ้งไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อเสื่อมในอนาคต

• ยืดกล้ามเนื้อสะโพกก่อนและหลังออกกำลังกายเสมอ โดยเฉพาะด้านข้างและด้านหน้าสะโพก • เสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบสะโพกอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่การยืด • เพิ่มปริมาณการออกกำลังกายค่อย ๆ ไม่เร่งในช่วงแรก • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม เพื่อลดแรงกดบนข้อสะโพก • เมื่อเริ่มมีเสียงร่วมกับอาการเจ็บ อย่ารอจนเรื้อรัง เพราะยิ่งรักษาเร็วยิ่งได้ผลดี

ถาม: เสียงดังที่สะโพกอันตรายไหม ต้องรีบไปหาหมอเลยไหม? ตอบ: ถ้าเสียงดังแต่ไม่มีอาการเจ็บเลย ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ามีอาการเจ็บร่วมด้วย เดินลำบาก หรือรู้สึกเหมือนเสียงมาจากลึกในข้อ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ถาม: เสียงสะโพกต้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ในหลายกรณีไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การยืดกล้ามเนื้อและกายภาพบำบัดมักได้ผลดี การผ่าตัดพิจารณาในกรณีที่รักษาแบบอนุรักษ์อย่างเต็มที่แล้ว 3 ถึง 6 เดือน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น

ถาม: นักกีฬาหรือนักเต้นมีเสียงสะโพกบ่อยกว่าคนทั่วไปจริงไหม? ตอบ: จริง เพราะการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ในมุมกว้างทำให้เส้นเอ็นเสียดสีกระดูกบ่อยกว่า แต่ส่วนใหญ่ในนักเต้นยังดูแลได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ถาม: ฉีดยาที่สะโพกปลอดภัยไหม? ตอบ: การฉีดยาชาผสมยาลดการอักเสบภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวด์มีความปลอดภัยสูง และยังช่วยยืนยันได้ว่าเส้นเอ็นส่วนไหนเป็นตัวกระตุ้นอาการ

ถาม: ถ้าเสียงหายไปหลังรักษา แต่กลับมาใหม่ภายหลัง ต้องทำอะไร? ตอบ: เสียงอาจกลับมาได้ถ้าหยุดยืดกล้ามเนื้อหรือกลับไปออกกำลังกายหนักเกินไปเร็ว การรักษาจะเน้นที่การปรับกิจกรรมและยืดกล้ามเนื้อให้ต่อเนื่องอีกครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่กลับมา

ถ้ารู้จักใครที่ได้ยินเสียงดังจากสะโพกและยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านได้เลยครับ

สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้:

• เสียงสะโพกมี 3 ชนิด — ด้านนอก (พังผืดข้างขา) ด้านใน (เส้นเอ็นสะโพกหน้า) และในข้อ • ถ้าเสียงแต่ไม่เจ็บ ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ถ้ามีอาการเจ็บร่วมควรตรวจหาสาเหตุ • การยืดกล้ามเนื้อและกายภาพบำบัดคือรากฐานของการรักษา — ทำถูกท่าและสม่ำเสมอ • การฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ช่วยทั้งวินิจฉัยและรักษาได้ในกรณีที่ยืดอย่างเดียวไม่พอ • เสียงไม่ได้แปลว่าข้อเสื่อม — แต่เสียงร่วมกับอาการเจ็บต้องให้หมอตรวจก่อน

สะโพกมีเสียงดังไม่ได้หมายความว่าชีวิตประจำวันหรือการออกกำลังกายจะต้องหยุด แต่ถ้าเสียงนั้นมาพร้อมกับความเจ็บปวด คุณไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับมันตลอดไป — เพราะในหลายกรณีดูแลได้ ถ้าวินิจฉัยและรักษาได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาวะสะโพกมีเสียงดัง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666