ข้อสะโพกเทียมที่ผ่าตัดใส่ไปเมื่อหลายปีก่อน เริ่มปวดอีกครั้ง เดินกะเผลก หรือหมอบอกว่าข้อเทียมเริ่มหลวม
คุณรู้ได้ยังไงว่านี่คือสัญญาณที่ต้องผ่าตัดแก้ไขใหม่ และการผ่าครั้งที่สองนี้ ยากกว่าครั้งแรกแค่ไหน?
ข้อสะโพกเทียมที่ผ่าตัดใส่ไปแล้ว จะอยู่ได้ตลอดชีวิตจริงไหม — คำตอบที่ทุกคนควรรู้
ป้าแดง อายุ 68 ปี ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมมาเมื่อ 12 ปีก่อน
ชีวิตหลังผ่าตัดครั้งแรกดีขึ้นมาก เดินได้ ขึ้นบันไดได้ พาหลานๆ ไปเที่ยวสวนสาธารณะได้ทุกวันอาทิตย์
จนกระทั่งปีที่แล้ว เริ่มรู้สึกปวดสะโพกซ้ายอีกครั้ง ไม่ได้ปวดทันทีทันใด แต่ค่อยๆ ปวดมากขึ้นทุกเดือน จนเริ่มเดินกะเผลก
หมอเอกซเรย์แล้วพบว่า "ข้อเทียมเริ่มหลวม" ป้าแดงงงมาก — "หลวมแปลว่าอะไร? ต้องผ่าตัดอีกรอบไหม? ครั้งนี้จะยากกว่าเดิมไหม? จะทนไหว?"
ความกังวลของป้าแดงคือสิ่งที่หลายคนที่มีข้อสะโพกเทียมสงสัยเหมือนกัน บทความนี้จะตอบทุกคำถามเหล่านั้น
ข้อสะโพกเทียมเหมือนอะไร และทำไมถึงมีปัญหาได้
ลองนึกภาพ "ลูกปืนเครื่องจักร" ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี — ทนทาน แม่นยำ แต่ก็มีอายุการใช้งาน
ข้อสะโพกเทียมประกอบด้วยก้านโลหะที่ฝังลงในกระดูกต้นขา และเบ้าโลหะที่ติดตั้งในอุ้งสะโพก ระหว่างกลางมีชิ้นพลาสติกพิเศษหรือเซรามิกที่ทำหน้าที่เป็น "กันสะเทือน"
เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ชิ้นพลาสติกหรือเซรามิกตรงนี้ค่อยๆ สึกหรอ เศษขนาดเล็กมากหลุดออกมา ร่างกายมองว่านี่คือสิ่งแปลกปลอมจึงส่งเซลล์ภูมิคุ้มกันมากำจัด แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือเซลล์เหล่านี้ทำลายกระดูกรอบๆ ข้อไปด้วย
เมื่อกระดูกรอบๆ ค่อยๆ บางลงและสูญเสียไป ก้านหรือเบ้าที่เคยติดแน่นก็เริ่ม "หลวม" ออกมา — เหมือนสกรูที่เริ่มหลุดออกจากผนังที่แตกร้าว
บางรายไม่ได้เกิดจากการสึกหรอ แต่มาจากการติดเชื้อที่ข้อเทียม ซึ่งบางครั้งเป็นการติดเชื้อเงียบๆ โดยไม่มีไข้สูงให้เห็น เชื้อสร้างฟิล์มบางๆ คลุมพื้นผิวโลหะ ทำให้ยาฆ่าเชื้อเข้าไม่ถึง และค่อยๆ ทำให้ข้อเทียมหลวมออกจากกระดูก
ทำไมต้องผ่าตัดซ้ำ — สาเหตุที่พบบ่อย
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ข้อสะโพกเทียมต้องผ่าตัดแก้ไข มี 5 อย่าง:
• ข้อเทียมหลวม — ก้านหรือเบ้าหลุดออกจากกระดูก มักเกิดหลังใช้งานมาหลายปี เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
• ผิวสัมผัสสึกหรอ — ชิ้นพลาสติกระหว่างหัวข้อและเบ้าสึก ทำให้กระดูกรอบๆ ค่อยๆ ถูกทำลาย
• ติดเชื้อที่ข้อเทียม — บางรายเกิดทันทีหลังผ่าตัด บางรายเกิดนานหลายปีต่อมาจากเชื้อที่ลามมาจากที่อื่นในร่างกาย
• ข้อเทียมหลุดซ้ำๆ — ถ้าข้อเทียมหลุดบ่อยและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้
• กระดูกหักรอบข้อเทียม — กระดูกต้นขาหักบริเวณใกล้ก้านข้อเทียม ซึ่งต้องการการแก้ไขเร่งด่วน
อาการที่ต้องรีบมาพบแพทย์: ปวดสะโพกที่ค่อยๆ มากขึ้น เดินกะเผลก รู้สึกขาสั้นลงหรือยาวขึ้นผิดปกติ ข้อเทียมหลุด หรือเกิดอุบัติเหตุและปวดรุนแรงมาก
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต้องผ่าตัดซ้ำ
• อายุน้อยตอนที่ผ่าตัดครั้งแรก — ยิ่งอายุน้อย ยิ่งมีเวลาใช้งานข้อเทียมนาน โอกาสที่ข้อเทียมจะใช้งานได้จนสิ้นอายุขัยก็ยากขึ้น
• น้ำหนักเกิน — ทำให้ข้อเทียมรับน้ำหนักมากเกินไป ผิวสัมผัสสึกหรอเร็วขึ้น
• กระดูกพรุน — กระดูกที่บางทำให้ข้อเทียมยึดได้ไม่แน่นตั้งแต่ต้น
• กิจกรรมที่กระแทกมาก — กระโดด วิ่ง หรืองานที่ต้องยกของหนักบ่อยๆ
• การติดเชื้อในร่างกายที่ไม่ได้รับการรักษา — เชื้อโรคจากฟันผุหรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะสามารถลามเข้าข้อเทียมได้
หมอวินิจฉัยได้ยังไงว่าข้อเทียมมีปัญหา
เริ่มจากซักประวัติและตรวจร่างกายละเอียด — รูปแบบการปวด ตำแหน่ง เวลาที่ปวด และอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นถ่ายภาพเอกซเรย์แบบยืน และเปรียบกับภาพเอกซเรย์เดิมที่เคยถ่ายไว้ เพื่อดูว่าข้อเทียมเลื่อนหรือหลวม และกระดูกรอบๆ สูญเสียไปมากน้อยแค่ไหน
เจาะเลือดตรวจการอักเสบ เพื่อดูว่ามีสัญญาณการติดเชื้อหรือไม่
ขั้นตอนที่สำคัญมากคือ การเจาะดูดของเหลวออกจากข้อเทียม เพื่อส่งเพาะเชื้อและตรวจหาการติดเชื้อ เพราะการรักษาจะแตกต่างกันมากระหว่างมีการติดเชื้อและไม่มี หมอต้องรู้ให้ชัดก่อนวางแผนผ่าตัด
การผ่าตัดแก้ไขซับซ้อนกว่าครั้งแรกอย่างไร
ความจริงที่ต้องบอกตรงๆ คือ การผ่าตัดแก้ไขข้อสะโพกเทียมซับซ้อนกว่าครั้งแรกในหลายด้าน และต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางในด้านนี้
ขั้นแรก แพทย์ต้องเอาข้อเทียมเดิมออก ซึ่งบางรายข้อเทียมติดแน่นกับกระดูกมาก ทำให้ใช้เวลานานกว่า และต้องระวังไม่ให้กระดูกที่เหลือแตกหัก
จากนั้นต้องจัดการกับกระดูกที่เหลือน้อยลง บางรายต้องใส่กระดูกเสริมจากธนาคารกระดูก หรือใช้โครงโลหะพิเศษเพื่อสร้างฐานให้ข้อเทียมใหม่ยึด
ข้อเทียมที่ใช้ในการผ่าตัดซ้ำมักเป็นแบบพิเศษที่ยาวกว่า มีส่วนที่ช่วยกระจายน้ำหนัก เพื่อรับมือกับกระดูกที่มีน้อยกว่าครั้งแรก
เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบเดียว: เมื่อมีการติดเชื้อที่ข้อเทียม กระดูกหักรอบข้อเทียม ข้อเทียมหลวมจนปวดมากและทำให้กระดูกสึกไปต่อเนื่อง หรือข้อเทียมหลุดซ้ำๆ — สถานการณ์เหล่านี้ไม่มีทางออกอื่น และยิ่งรอนานยิ่งทำให้กระดูกสูญเสียมากขึ้น การผ่าตัดก็ยากขึ้นและผลลัพธ์แย่ลงตามไปด้วย
สำหรับกรณีติดเชื้อ มักต้องผ่าตัดเป็น 2 รอบ — รอบแรกเอาข้อเทียมออกและใส่ก้อนยาปฏิชีวนะไว้แทน รักษาการติดเชื้อให้หายก่อน จากนั้นจึงกลับมาใส่ข้อเทียมใหม่อีกครั้ง
ฟื้นตัวนานแค่ไหน และข้อเทียมใหม่จะอยู่ได้นานไหม
ผลลัพธ์หลังผ่าตัดแก้ไขข้อสะโพกเทียมดีในคนไข้ส่วนใหญ่ แต่ต้องเข้าใจความแตกต่างจากครั้งแรก
อาการปวดและการเดินดีขึ้นในหลายราย แต่ระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าครั้งแรก — อาจใช้เวลา 3-6 เดือนหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการผ่าตัดและสุขภาพโดยรวม
อายุการใช้งานของข้อเทียมใหม่อาจสั้นกว่าครั้งแรก ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ต้องผ่าตัดซ้ำ ปริมาณกระดูกที่เหลือ และอายุของผู้ป่วย ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดจึงสำคัญมากกว่าครั้งแรก
ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น
หากปล่อยให้ข้อเทียมที่มีปัญหาอยู่นานโดยไม่แก้ไข:
• กระดูกรอบข้อเทียมสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การผ่าตัดแก้ไขในอนาคตยากขึ้นมาก ผลลัพธ์แย่ลง
• กรณีติดเชื้อ การติดเชื้อสามารถลามและเป็นอันตรายถึงชีวิต
• เสี่ยงกระดูกหักรอบข้อเทียมฉับพลัน
• ปวดเรื้อรัง เดินไม่ไหว ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
ดูแลข้อสะโพกเทียมให้อยู่ได้นาน
• ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม — ลดภาระที่ข้อต้องรับในทุกก้าวที่เดิน
• ป้องกันการล้ม — ยึดพรมในบ้าน ใช้ราวจับ ใส่รองเท้าที่พื้นกันลื่น เพราะการล้มคือภัยเงียบของข้อสะโพกเทียม
• รักษากระดูกพรุน — ทานแคลเซียม วิตามินดี และยาตามที่แพทย์แนะนำ
• ออกกำลังกายที่เหมาะสม — ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดิน งดกระโดดหรือกีฬาที่กระแทกแรง
• มาตรวจติดตามตามนัดทุกครั้ง — ปัญหาหลายอย่างเริ่มจากสัญญาณเล็กน้อยที่ตรวจพบจากเอกซเรย์ ก่อนที่จะปวดจนทนไม่ไหว
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
ถาม: ข้อสะโพกเทียมอยู่ได้นานกี่ปี? ตอบ: ในหลายกรณี ข้อสะโพกเทียมที่ทันสมัยอาจอยู่ได้ 15-20 ปีหรือนานกว่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก กิจกรรม อายุ และสุขภาพกระดูก บางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขก่อนถึงเวลานั้น
ถาม: การผ่าตัดซ้ำเสี่ยงกว่าครั้งแรกไหม? ตอบ: โดยทั่วไปใช่ — เนื่องจากซับซ้อนกว่า ใช้เวลานานกว่า และกระดูกที่เหลืออยู่น้อยกว่าครั้งแรก ทำให้โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าเล็กน้อย แต่ในมือของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ยังดี
ถาม: ถ้าไม่ผ่าตัด ได้ไหม? ตอบ: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ถ้าเป็นการติดเชื้อ กระดูกหัก หรือข้อหลวมมากจนกระดูกสึกต่อเนื่อง — การผ่าตัดแก้ไขเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งรอนานยิ่งทำให้สภาพกระดูกแย่ลงและการผ่าตัดยากขึ้น
ถาม: หลังผ่าตัดซ้ำ ฟื้นตัวนานแค่ไหน? ตอบ: โดยทั่วไปนานกว่าครั้งแรก อาจใช้เวลา 3-6 เดือนหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการผ่าตัดและสุขภาพโดยรวมของแต่ละคน
ถาม: ป้องกันได้ไหมไม่ให้ต้องผ่าตัดซ้ำ? ตอบ: ป้องกันได้บางส่วน การควบคุมน้ำหนัก ป้องกันการล้ม รักษากระดูกพรุน และมาตรวจติดตามสม่ำเสมอ อาจช่วยยืดอายุข้อเทียมและลดโอกาสต้องผ่าตัดซ้ำได้
แล้วคุณล่ะครับ มีคำถามเรื่องข้อสะโพกเทียมที่อยากรู้เพิ่มไหม? คอมเมนต์ถามได้เลย
สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้
• ข้อสะโพกเทียมมีอายุการใช้งาน ไม่ได้อยู่ได้ตลอดชีวิตเสมอไป
• สาเหตุที่พบบ่อย: ข้อเทียมหลวม ผิวสัมผัสสึก ติดเชื้อ ข้อหลุดซ้ำ หรือกระดูกหักรอบข้อเทียม
• การผ่าตัดซ้ำซับซ้อนกว่าครั้งแรก แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ยังดีในมือแพทย์ที่มีประสบการณ์
• ยิ่งมาพบแพทย์เร็ว กระดูกที่เหลือมากกว่า การผ่าตัดก็ง่ายกว่าและผลลัพธ์ดีกว่า
• การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดช่วยยืดอายุข้อเทียมได้จริง
คุณไม่ได้เผชิญความกังวลนี้คนเดียว มีคนไข้จำนวนมากที่ผ่านการผ่าตัดแก้ไขข้อสะโพกเทียมแล้วกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง การดูแลตัวเองให้ดีตั้งแต่วันนี้ ป้องกันการล้ม ควบคุมน้ำหนัก และมาตรวจตามนัด คือสิ่งที่คุณทำได้เพื่อตัวเองและคนที่คุณรัก
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขข้อสะโพกเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
[1] Hoffmann M, et al. Postoperative outcomes and survival rates after aseptic revision total hip arthroplasty: What can patients expect from revision surgery? Orthopadie (Heidelberg, Germany). 2023. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35737015/
[2] Langlais F. Prosthetic loosening after total hip arthroplasty diagnosis and management. Revue du rhumatisme (English ed.). 1996. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/8953666/
[3] Perka C, Ascherl R. Pitfalls in revision hip arthroplasty. Orthopadie (Heidelberg, Germany). 2023. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35841403/

