มีข้อสะโพกเทียม แต่ยังมีคำถามค้างอยู่ในหัว
คุณป้าวัย 63 ปีท่านหนึ่ง ผ่าตัดข้อสะโพกเทียมมาได้หกเดือน เดินได้ดีขึ้นจนลืมว่าเคยปวดแทบทุกก้าว แต่พอรู้ว่าต้องบินไปหาลูกที่ต่างประเทศ คำถามก็ผุดขึ้นมาแทน ผ่านเครื่องสแกนสนามบินแล้วดังไหม ทำ MRI (เอ็มอาร์ไอ) ได้ไหม มีนัดทำฟันด้วยต้องกินยาก่อนไหม รู้สึกว่าอยากถามหมอก่อนออกเดินทาง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากไหน...
บทความนี้รวบรวมคำตอบที่คนมีข้อสะโพกเทียมควรรู้ เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ
ข้อสะโพกเทียมกับชีวิตประจำวัน — คำถามที่คนไข้อยากรู้แต่ลืมถาม
คุณผ่าตัดข้อสะโพกเทียมมาแล้ว และชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมมาก
แต่พอถึงวันที่ต้องทำ MRI (เอ็มอาร์ไอ) ตรวจโรคอื่น หรือต้องบินไปต่างจังหวัด หรือต้องไปหาทันตแพทย์ถอนฟัน — คำถามก็เกิดขึ้นทันที
"ทำ MRI ได้ไหม?" "ผ่านประตูสแกนสนามบินจะดังไหม?" "ทำฟันต้องระวังอะไรบ้าง?"
คำถามเหล่านี้ดูเรียบง่าย แต่คำตอบสำคัญมากสำหรับคนที่มีข้อเทียม บทความนี้มีคำตอบให้คุณทุกข้อ
"คิดถึงวันที่เดินไม่ได้ แล้วก็คิดถึงวันที่กำลังจะได้บิน"
คุณป้าท่านหนึ่ง อายุ 63 ปี เคยเดินขึ้นบันไดสักขั้นหนึ่งก็เจ็บจนหยุดกลางทาง ชีวิตทุกวันหมดไปกับการหาเก้าอี้นั่ง หลีกเลี่ยงพื้นลื่น และบอกปฏิเสธคำชวนของลูกๆ ที่อยากพาไปเที่ยวด้วยกัน
หลังจากผ่าตัดข้อสะโพกเทียมมาได้หกเดือน ทุกอย่างเปลี่ยนไป เดินได้ ขึ้นบันไดได้ หลับได้
จนกระทั่งวันหนึ่งลูกสาวโทรมาบอกว่าซื้อตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว อยากพาไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน
เพราะเหตุนั้น ความกังวลก็เข้ามาแทนความดีใจ ผ่านประตูสนามบินแล้วจะดังไหม แล้วถ้าต้องทำ MRI ที่โน่นได้ไหม ก่อนออกเดินทางมีนัดทำฟันถอนอีก ต้องกินยาอะไรก่อนไหม
เพราะเหตุนั้น เธอมาพบผมก่อนออกเดินทาง พร้อมกระดาษจดคำถามมาเต็มใบ
จนในที่สุด ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนทุกข้อ และบินไปเที่ยวกับลูกสาวได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องลุ้นที่ประตูสนามบิน ไม่ต้องกังวลเรื่องยา
ข้อสะโพกเทียมคืออะไร และทำไมถึงมีคำถามเหล่านี้
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมถึงต้องรู้เรื่องพวกนี้ ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าข้อสะโพกเทียมทำมาจากอะไร
ข้อสะโพกเทียมประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักสองสามชิ้น ก้านโลหะที่ฝังลงในกระดูกต้นขา หัวข้อกลมที่ทำจากโลหะหรือเซรามิก และเบ้ารับที่ติดอยู่กับกระดูกเชิงกราน
วัสดุที่ใช้ในยุคนี้ไม่ใช่โลหะธรรมดา แต่เป็น "ไทเทเนียม" หรือ "โคบอลต์-โครเมียม" (โลหะพิเศษที่ร่างกายยอมรับได้ดี) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เกิดคำถามสามข้อนี้
คุณสมบัติที่สำคัญคือ โลหะพวกนี้ "ไม่ใช่แม่เหล็ก" ในแบบที่เหล็กธรรมดาเป็น ดังนั้นปฏิกิริยากับ MRI จึงต่างจากที่หลายคนกลัว แต่ก็ยังเป็นตัวนำไฟฟ้า (conductor) จึงยังมีโอกาสทำให้เครื่องสแกนที่สนามบินตอบสนองได้
ส่วนเรื่องฟัน เกี่ยวข้องกันตรงที่ว่า ในปากของเราและในร่างกายของเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เวลาทำหัตถการที่มีเลือดออก เช่น ถอนฟัน แบคทีเรียบางส่วนอาจเข้าสู่กระแสเลือดชั่วคราว และถ้าเกาะที่พื้นผิวข้อเทียมได้ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รักษายากได้ — นี่คือเหตุผลที่คำถามนี้ถูกถามบ่อย
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับข้อสะโพกเทียมยุคใหม่
ข้อสะโพกเทียมในปัจจุบันผ่านการออกแบบมาหลายสิบปี วัสดุที่ใช้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดก่อนนำมาใช้ในผู้ป่วย
ส่วนประกอบหลักมีสี่ชิ้น ก้านโลหะที่ฝังในกระดูกต้นขา หัวข้อกลมที่เชื่อมต่อกับก้าน เบ้ารับที่ติดกับกระดูกเชิงกราน และซับใน (ทำจากพลาสติกพิเศษหรือเซรามิก) ที่คั่นระหว่างหัวกับเบ้า ทำให้เคลื่อนไหวได้ลื่น
สิ่งที่ทำให้ข้อเทียมยุคใหม่ดีกว่าของเก่า คือวัสดุที่ใช้มีความทนทานมากขึ้น สึกหรอช้าลง และผ่านมาตรฐานการทดสอบสำหรับการทำ MRI แล้ว ทำให้ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม "ทำ MRI ได้ในเงื่อนไขที่กำหนด"
ใครที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
คนส่วนใหญ่ที่มีข้อสะโพกเทียมสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่บางกลุ่มอาจต้องระวังมากกว่าคนอื่น
• ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เช่น เบาหวาน โรคไต หรือรับยากดภูมิคุ้มกัน • ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดใหม่ๆ โดยเฉพาะในช่วงหนึ่งถึงสองปีแรก เพราะเนื้อเยื่อรอบข้อเทียมยังมีเลือดไหลเวียนมาก เชื้อโรคจากกระแสเลือดจึงอาจเกาะติดได้ง่ายกว่า • ผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อที่ข้อเทียม • ผู้ที่มีการติดเชื้อบ่อยในส่วนอื่นของร่างกาย เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำซาก หรือมีแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์กระดูกก่อนทำหัตถการใดๆ เช่น ทำฟัน หรือผ่าตัดส่วนอื่น
รู้ได้ยังไงว่าข้อเทียมยังปกติดี
ข้อเทียมส่วนใหญ่ไม่มีอาการบอกล่วงหน้าเมื่อเริ่มมีปัญหา นี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องตรวจติดตามเป็นระยะ แม้ไม่รู้สึกปวด
วิธีติดตามหลักคือการเอกซเรย์ปีละครั้ง เพื่อดูการเคลื่อนตำแหน่ง การสึกหรอ หรือการสูญเสียกระดูกรอบข้อเทียม ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการเจ็บปวดเลย
นอกจากนี้แพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อดูช่วงการเคลื่อนไหว เสียงผิดปกติ หรือความเจ็บปวดเมื่อกด
อาการที่ต้องมาพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่ ปวดสะโพกมากขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน บวม แดง ร้อนบริเวณข้อ มีไข้โดยไม่มีสาเหตุ หรือรู้สึกว่าข้อเทียมมีเสียงดังผิดปกติ
คำตอบ 3 คำถามที่พบบ่อยที่สุด
ทำ MRI ได้ไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ "ได้" สำหรับข้อเทียมส่วนใหญ่ในยุคนี้
ข้อเทียมที่ทำจากไทเทเนียมและโคบอลต์-โครเมียมผ่านการทดสอบและจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า "ทำ MRI ได้ในเงื่อนไขที่กำหนด" (MR-conditional) ซึ่งหมายความว่าทำได้ที่ความแรงแม่เหล็กมาตรฐานที่โรงพยาบาลใช้
สิ่งที่ต้องทำคือ แจ้งเจ้าหน้าที่รังสีทุกครั้งว่ามีข้อเทียม และบอกยี่ห้อหรือชนิดของข้อเทียมถ้าทราบ เพื่อให้เขาปรับการตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม ภาพที่ออกมาอาจมีเงาโลหะบ้าง แต่รังสีแพทย์จะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อลดสิ่งนี้
ข้อเทียมรุ่นเก่ามากๆ บางรุ่นอาจมีข้อจำกัด ถ้าไม่แน่ใจให้ถามแพทย์กระดูกที่ทำผ่าตัดให้คุณ เพราะเขาจะทราบยี่ห้อและรุ่นของข้อเทียมที่คุณได้รับ
ผ่านประตูสแกนสนามบินแล้วดังไหม?
อาจดัง โดยเฉพาะถ้าสนามบินยังใช้เครื่องตรวจจับโลหะแบบประตูเดิน ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าผู้โดยสารที่มีข้อสะโพกเทียมประมาณ 84% อาจทำให้เครื่องส่งเสียง
แต่ไม่ต้องกังวล เพราะนี่คือเรื่องปกติมาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สนามบินคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้ดี
สิ่งที่ควรทำคือ พกใบรับรองจากแพทย์หรือบัตรประจำตัวข้อเทียม (implant card) ไว้ด้วยทุกครั้งที่เดินทาง แสดงบัตรนี้ให้เจ้าหน้าที่ก่อนผ่านเครื่อง จะช่วยเร่งกระบวนการตรวจได้มาก คุณอาจยังต้องถูกตรวจด้วยไม้กายสิทธิ์ (handheld scanner) แต่จะไม่ใช่เรื่องใหญ่
ปัจจุบันสนามบินหลายแห่งใช้เครื่องสแกนแบบ "full-body scanner" ซึ่งใช้คลื่นพิเศษที่ไม่ใช่แม่เหล็ก — เครื่องนี้จะไม่ดังเนื่องจากข้อเทียม
คุณสามารถขอรับบัตรประจำตัวข้อเทียมได้จากโรงพยาบาลหรือบริษัทที่ผลิตข้อเทียมของคุณ
ทำฟันต้องระวังอะไร?
นี่เป็นคำถามที่ถามกันมากที่สุด และคำตอบมีการเปลี่ยนแปลงตามความรู้ใหม่
ตามแนวทางล่าสุดของสมาคมออร์โธปิดิกส์อเมริกัน (AAOS) ประจำปี 2025 ซึ่งรับรองโดยสมาคมทันตแพทย์และสมาคมโรคติดเชื้อ ผู้ที่มีข้อสะโพกหรือข้อเข่าเทียมส่วนใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี "ไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อก่อนทำฟันเป็นประจำ"
แต่นั่นไม่ได้แปลว่าไม่ต้องบอกทันตแพทย์เลย
สิ่งที่ต้องทำทุกครั้งคือ แจ้งทันตแพทย์ว่าคุณมีข้อเทียม เพื่อให้เขาประเมินร่วมกับแพทย์กระดูกของคุณ กรณีที่อาจต้องพิจารณากินยาป้องกัน ได้แก่ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดใหม่มากๆ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์
เรื่องสำคัญที่สุด: ถ้าปวดฟัน หรือมีการติดเชื้อในปาก ให้รีบรักษา อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะแบคทีเรียจากการติดเชื้อที่ฟันอาจเดินทางในกระแสเลือดไปติดที่ข้อเทียมได้ การติดเชื้อที่ข้อเทียมเป็นภาวะที่รักษายาก บางรายต้องผ่าตัดซ้ำ ดังนั้นการป้องกันดีกว่าการแก้ไขเสมอ
ถ้าติดเชื้อที่อื่นในร่างกาย ต้องรีบรักษา
หลักการนี้ใช้ได้กับทุกการติดเชื้อ ไม่ใช่แค่ฟัน
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผิวหนังอักเสบ แผลติดเชื้อ หรือการติดเชื้อใดๆ ในร่างกาย — รีบรักษาทุกกรณี เพราะแบคทีเรียจากทุกแหล่งมีโอกาสเดินทางผ่านกระแสเลือดไปถึงข้อเทียมได้เช่นกัน
อย่าคิดว่า "แค่กระเพาะปัสสาวะอักเสบเล็กน้อย ไม่เป็นไร" สำหรับผู้มีข้อเทียม ทุกการติดเชื้อต้องได้รับการรักษาทันที
ข้อเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน
ข้อสะโพกเทียมยุคปัจจุบันออกแบบมาให้ใช้งานได้นาน ในหลายกรณีอาจอยู่ได้ 20 ปีขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักตัว ระดับกิจกรรม การดูแลตัวเอง และการมาตรวจติดตามตามนัด
สำหรับผู้ที่ผ่าตัดตอนอายุน้อย อาจมีโอกาสที่ต้องเปลี่ยนข้อเทียมในอนาคต แต่ด้วยวัสดุและเทคนิคที่ดีขึ้น โอกาสนี้ลดลงมากกว่าเมื่อก่อนมาก
ถ้าไม่ดูแลตัวเอง อาจเกิดอะไรขึ้น
ภาวะที่น่ากังวลที่สุดสำหรับผู้มีข้อเทียม ได้แก่
การติดเชื้อที่ข้อเทียม ซึ่งอาจเกิดจากแบคทีเรียที่เดินทางผ่านกระแสเลือดมาจากส่วนอื่น การรักษาทำได้ยากกว่าการติดเชื้อที่ข้อปกติมาก และในบางรายอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมใหม่
การสึกหรอหรือการหลวมของข้อเทียม ซึ่งเกิดขึ้นช้าๆ โดยไม่มีอาการในช่วงแรก ถ้าตรวจพบเร็วด้วยการเอกซเรย์ประจำปี มักแก้ไขได้ก่อนที่จะเป็นปัญหาใหญ่ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนเกินไป อาจทำให้การรักษาซับซ้อนและยากขึ้น
นี่คือเหตุผลที่การมาตรวจตามนัดแม้ไม่มีอาการ ไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของข้อเทียมของคุณ
ดูแลข้อเทียมให้อยู่ได้นาน
• มาตรวจติดตามตามนัดทุกครั้ง แม้รู้สึกดีและไม่มีอาการ เพื่อเอกซเรย์ดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก
• รีบรักษาการติดเชื้อทุกจุดในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นฟัน ผิวหนัง หรือทางเดินปัสสาวะ อย่าปล่อยทิ้งไว้
• แจ้งแพทย์และทันตแพทย์ทุกคนว่ามีข้อเทียม ไม่ว่าจะไปพบเรื่องอะไร เพื่อให้เขาวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
• รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ เพราะน้ำหนักเกินเพิ่มแรงกดบนข้อเทียมและทำให้สึกเร็วขึ้น
• หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกข้อสะโพกรุนแรง เช่น วิ่ง กระโดด หรือการยกของหนักมาก
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ทำ MRI ได้ไหมถ้ามีข้อสะโพกเทียม?
ตอบ: ข้อเทียมยุคใหม่ส่วนใหญ่ทำ MRI ได้ เพราะทำจากโลหะที่ไม่เป็นแม่เหล็กดึงดูด แต่สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งเจ้าหน้าที่รังสีก่อนทุกครั้ง และบอกยี่ห้อหรือชนิดของข้อเทียมถ้าทราบ เพื่อให้ปรับการตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม
ถาม: ผ่านประตูสแกนสนามบินแล้วจะดังไหม และต้องทำอะไรบ้าง?
ตอบ: อาจดัง เพราะโลหะในข้อเทียมสามารถกระตุ้นเครื่องตรวจจับได้ ผู้มีข้อเทียมจำนวนมากพบเหตุการณ์นี้เมื่อเดินทาง สิ่งที่ควรทำคือพกใบรับรองจากแพทย์หรือบัตรประจำตัวข้อเทียมไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ จะช่วยเร่งกระบวนการตรวจและลดความไม่สะดวกได้มาก
ถาม: ก่อนทำฟันต้องกินยาฆ่าเชื้อก่อนไหม?
ตอบ: ตามแนวทางล่าสุด (AAOS ปี 2025) ผู้ที่มีข้อเทียมและมีสุขภาพแข็งแรงดีส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อก่อนทำฟันเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งทันตแพทย์ว่ามีข้อเทียมทุกครั้ง และปรึกษาแพทย์กระดูกถ้าไม่แน่ใจ เพราะบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องการการป้องกันพิเศษ
ถาม: ถ้ามีการติดเชื้อที่อื่นในร่างกาย ต้องรีบรักษาไหม?
ตอบ: รีบมาก ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อที่ฟัน ผิวหนัง หรือกระเพาะปัสสาวะ ควรรักษาทันที เพราะแบคทีเรียอาจเดินทางในกระแสเลือดและไปติดที่ข้อเทียมได้ ซึ่งเป็นภาวะที่รักษายากและซับซ้อนมาก
ถาม: ต้องมาตรวจติดตามทุกปีไหม แม้ไม่มีอาการ?
ตอบ: ควรมาตามนัดทุกครั้ง เพราะการสึกหรอหรือการหลวมของข้อเทียมมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกในช่วงแรก การตรวจพบเร็วด้วยเอกซเรย์ประจำปีช่วยให้วางแผนได้ดีกว่าการรอจนมีอาการชัดเจน
แล้วคุณล่ะ มีคำถามเรื่องการใช้ชีวิตกับข้อเทียมที่อยากรู้เพิ่มเติมอีกบ้างไหม คอมเมนต์มาถามได้เลย ยินดีตอบทุกข้อ
สรุปสิ่งสำคัญ
• ข้อสะโพกเทียมยุคใหม่ส่วนใหญ่ทำ MRI ได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งและบอกชนิดข้อเทียม
• พกบัตรรับรองข้อเทียมไว้เมื่อเดินทาง เผื่อประตูสแกนสนามบินดัง เจ้าหน้าที่จะดูแลได้เร็วขึ้น
• ผู้ที่มีข้อเทียมส่วนใหญ่ไม่ต้องกินยาก่อนทำฟัน แต่ต้องแจ้งทันตแพทย์ว่ามีข้อเทียมทุกครั้ง และปรึกษาแพทย์กระดูกถ้าไม่แน่ใจ
• ถ้ามีการติดเชื้อที่ไหนก็ตามในร่างกาย รีบรักษาทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะเชื้ออาจไปถึงข้อเทียมได้
• มาตรวจตามนัดทุกปีแม้ไม่มีอาการ เพื่อให้ข้อเทียมอยู่กับคุณได้นานที่สุด
ข้อสะโพกเทียมไม่ได้จำกัดชีวิตคุณ — ตรงกันข้าม มันถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไปเที่ยว ไปทำกิจกรรมกับครอบครัว ทำในสิ่งที่รัก ดูแลตัวเองดีๆ เพื่อคนที่คุณรัก
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการใช้ชีวิตกับข้อสะโพกเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ข้อสะโพกเทียมกับชีวิตประจำวัน


