กิจวัตรที่เคยทำทุกวันโดยไม่ต้องคิด อาจเป็นสิ่งที่ต้องเรียนใหม่ทั้งหมด หลังผ่าตัดสะโพก
ป้าวัย 68 ปี กลับบ้านหลังผ่าตัดข้อสะโพกเทียมสำเร็จ แต่พอถึงห้องน้ำ เธอถึงกับหยุดชะงัก ชักโครกที่บ้านต่ำ จะนั่งลงก็กลัว จะก้มใส่ถุงเท้าก็ไม่กล้า ยังไม่รู้ว่าจะขึ้นบันไดหรือขึ้นรถได้อย่างไรให้ปลอดภัย
บทความนี้รวบรวมเทคนิคที่ทีมกายภาพบำบัดแนะนำ เพื่อให้การฟื้นตัวที่บ้านปลอดภัยและเป็นไปตามแผน
ฟื้นตัวหลังผ่าสะโพกเทียม — วิธีทำกิจวัตรประจำวันให้ปลอดภัยตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้าน
เข้าห้องน้ำ ใส่ถุงเท้า ขึ้นบันได ขึ้นรถ — 4 กิจวัตรที่ดูเรียบง่าย แต่ถ้าทำผิดวิธีในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดสะโพก อาจนำไปสู่ "ข้อเทียมเคลื่อน" ที่ต้องผ่าตัดซ้ำได้ การรู้วิธีที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้านจึงสำคัญมาก
ป้าวัย 68 ปี ดูแลตัวเองได้ดีมาตลอด เดินเข้าครัว ลงสวน ดูแลหลาน ทุกวันโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร จนกระทั่งอาการปวดสะโพกที่สะสมมาหลายปีรุนแรงถึงจุดที่เดินเหินไม่สะดวก แพทย์แนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม และผ่าตัดออกมาได้ผลดี
แต่พอถึงเวลากลับบ้าน เธอถามว่า "หมอคะ แล้วจะเข้าห้องน้ำยังไง ชักโครกที่บ้านมันต่ำมาก"
นั่นคือจุดที่เธอตระหนักว่า การผ่าตัดเสร็จแล้ว แต่การเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตใหม่ยังเพิ่งเริ่มต้น
ทำไมถึงต้องระวังในช่วงนี้มากเป็นพิเศษ?
ลองนึกภาพข้อสะโพกเทียมเหมือน "ลูกบอลที่ใส่เข้าไปในเบ้าใหม่" ลูกบอลจะอยู่ในเบ้าได้แน่นก็ต่อเมื่อมีกล้ามเนื้อรอบข้อยึดไว้
ปัญหาคือ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ถูกผ่าตัดยังอ่อนแออยู่ กำลังรักษาตัวเอง ยังไม่แข็งแรงพอที่จะยึดข้อไว้ได้อย่างมั่นคง
ถ้าในช่วงนี้ทำท่าบางอย่าง เช่น งอสะโพกเกินกว่า 90 องศา (เหมือนนั่งชักโครกต่ำมากแล้วก้มตัวลงพร้อมกัน) หรือบิดขาเข้าด้านใน หัวกระดูกเทียมอาจหลุดออกจากเบ้าได้ เรียกว่า "ข้อเทียมเคลื่อน" (hip dislocation) ซึ่งต้องผ่าตัดแก้ไข
ช่วงเวลาที่ต้องระวังมากที่สุดคือ 6-12 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด กล้ามเนื้อกำลังปรับตัวเข้ากับโครงสร้างใหม่ เราจึงต้องช่วยตัวเองด้วยการหลีกเลี่ยงท่าที่เสี่ยง
ข้อห้ามพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อน
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement) คือการนำหัวกระดูกสะโพกที่สึกหรอออก แล้วใส่ส่วนประกอบโลหะและพลาสติกพิเศษเข้าแทน
ในช่วงพักฟื้น 6-12 สัปดาห์แรก มีข้อห้ามหลัก 3 อย่าง:
• อย่างแรก: ห้ามงอสะโพกเกิน 90 องศา หมายถึง หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องก้มตัวลงมาก เช่น นั่งชักโครกต่ำ ก้มหยิบของบนพื้น
• อย่างที่สอง: ห้ามไขว้ขา หรือกางขาออกนอกมากเกินไป
• อย่างที่สาม: ห้ามบิดขาเข้าด้านใน
ระยะเวลาและความเข้มงวดของข้อห้ามขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ผ่าตัดและคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลแต่ละคน
ใครบ้างที่เสี่ยงกว่าคนอื่น?
• บ้านที่ชักโครกต่ำกว่า 45 ซม. และไม่มีที่นั่งเสริมสูง
• ไม่มีราวจับในห้องน้ำหรือข้างบันได
• ไม่มีอุปกรณ์ช่วยใส่ถุงเท้าหรือหยิบของ ต้องก้มตัวเองทุกครั้ง
• ต้องขึ้นรถที่นั่งต่ำ เช่น รถเก๋งเล็ก โดยไม่มีเบาะรองเสริม
• ยังไม่ได้เตรียมบ้านก่อนกลับจากโรงพยาบาล
แพทย์และทีมกายภาพดูอะไรก่อนให้กลับบ้าน?
ก่อนกลับบ้าน ทีมกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดจะประเมินว่าสามารถทำกิจวัตรพื้นฐานได้อย่างปลอดภัยไหม ได้แก่ ลุกนั่ง เดิน ขึ้นลงบันได และเข้าห้องน้ำ
ถ้าบ้านมีบันได ชักโครกต่ำ หรือไม่มีราวจับ ทีมอาจแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์หรือปรับบ้านก่อนกลับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดูแลที่สำคัญมาก
วิธีทำกิจวัตรประจำวันให้ปลอดภัย
เริ่มต้นที่ห้องน้ำก่อน เพราะเป็นจุดที่เสี่ยงที่สุด
สิ่งที่ต้องเตรียมในห้องน้ำ: • ที่นั่งชักโครกสูงเพิ่ม (raised toilet seat) ช่วยให้ความสูงจากพื้นอยู่ที่ประมาณ 45-48 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้สะโพกต้องงอมากเกินไปตอนนั่งลง • ราวจับข้างชักโครก ช่วยรับน้ำหนักตอนลุกขึ้น ไม่ต้องเค้นสะโพก • เก้าอี้นั่งในห้องน้ำ สำหรับเวลาอาบน้ำ เพื่อไม่ต้องยืนนานๆ ในช่วงแรก
วิธีนั่งชักโครก: เดินถอยหลังจนรู้สึกขาหลังถูกที่นั่ง จากนั้นค่อยๆ เอนตัวลง โดยให้ขาข้างผ่าตัดยื่นออกไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้มือจับราวช่วยรับน้ำหนัก ห้ามก้มตัวลงพร้อมกับงอสะโพกพร้อมกัน
การแต่งตัว — อุปกรณ์ที่เปลี่ยนชีวิต
อุปกรณ์ที่ช่วยได้มาก:
• ที่ช่วยใส่ถุงเท้า (sock aid) เป็นอุปกรณ์รูปทรงคล้ายถุงเท้าครึ่งซีก ใส่ถุงเท้าสวมไว้ก่อน แล้วใช้เชือกสองเส้นดึงขึ้นมาสวมที่เท้า โดยไม่ต้องก้มตัวเลย
• ที่หยิบของ (reacher) คือที่คีบปลายยาว ช่วยหยิบของที่ตกพื้น ดึงกางเกงหรือถุงเท้าขึ้นมา โดยไม่ต้องก้ม
• ที่ช่วยใส่รองเท้าแบบด้ามยาว สวมรองเท้าได้โดยไม่ต้องก้มตัว
อุปกรณ์เหล่านี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่ช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรอคนช่วยตลอดเวลา
ขึ้น-ลงบันได — จำหลักง่ายๆ ไว้ตลอดชีวิต
หลักการที่ต้องจำ: "ขาดีขึ้นก่อน ขาผ่าลงก่อน"
ขาดี = ขาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัด ขาผ่า = ขาข้างที่ผ่าตัด
ตอนขึ้นบันได: ยกขาดีขึ้นก่อน ขาดีรับน้ำหนัก แล้วตามขาผ่าขึ้นไปด้วย ตอนลงบันได: วางขาผ่าลงก่อน แล้วตามขาดีลงมา
จับราวบันไดตลอดเวลา ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ในช่วงแรกอาจต้องขึ้น-ลงทีละขั้น ไม่รีบ
ขึ้น-ลงรถ — ต้องเตรียมก่อนทุกครั้ง
ก่อนลงนั่งในรถ: เลื่อนเบาะถอยหลังให้สุดและเอนพนักพิงเล็กน้อย เพื่อให้มีพื้นที่และไม่ต้องงอสะโพกมาก ถ้าที่นั่งรถต่ำ ให้วางเบาะรองเพิ่มเพื่อยกระดับ
วิธีลงนั่ง: เดินถอยหลังจนรู้สึกขาหลังถูกขอบที่นั่ง นั่งลงก่อน จากนั้นค่อยหมุนตัวเพื่อยกขาขึ้นรถ ทำช้าๆ ทีละขั้นตอน
รถที่เหมาะในช่วงพักฟื้น: รถ SUV หรือรถที่นั่งสูงจะขึ้นได้ง่ายกว่ารถเก๋งที่นั่งต่ำ ถ้าต้องใช้รถเก๋ง ให้วางเบาะรองหนาในรถก่อน
จัดบ้านให้ช่วยตัวเอง
จัดของใช้ประจำวัน เช่น แก้วน้ำ ยา รีโมทคอนโทรล โทรศัพท์ ให้อยู่ระดับเอวถึงอก ไม่ต้องก้มลงหยิบ ไม่ต้องเอื้อมสูง และถ้าต้องเดินพร้อมถือของ ลองใช้รถเข็นล้อเล็กหรือกระเป๋าสะพายหลัง แทนการถือด้วยมือเพียงข้างเดียวขณะใช้ไม้เท้าหรือ walker
หายได้ไหม กลับมาเป็นปกติได้ไหม?
ใน 6 สัปดาห์แรก กล้ามเนื้อจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น ข้อเทียมจะยึดแน่นขึ้นตามธรรมชาติ หลังจากนั้นแพทย์จะค่อยๆ ผ่อนคลายข้อห้ามบางอย่าง
ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติภายใน 3 เดือน และกลับมาเดินออกกำลังกายได้ภายใน 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ ความแข็งแรงเดิม และการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าไม่ปฏิบัติตาม มีความเสี่ยงอะไร?
ข้อเทียมเคลื่อน (hip dislocation) คือภาวะที่หัวข้อเทียมหลุดออกจากเบ้า มักเกิดจากการทำท่าต้องห้ามในช่วงพักฟื้น อาการที่สังเกตได้คือ ปวดสะโพกฉับพลัน ขาดูสั้นลงหรือผิดรูป ขยับขาได้ยาก
ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที ในหลายกรณีต้องได้รับการแก้ไขโดยแพทย์
เตรียมบ้านก่อนกลับจากโรงพยาบาล
• ติดตั้งที่นั่งชักโครกสูงเพิ่มและราวจับในห้องน้ำก่อนกลับบ้าน
• เตรียมอุปกรณ์ช่วยแต่งตัว (sock aid และ reacher) เพื่อดูแลตัวเองได้อิสระ
• จัดของใช้ให้อยู่ระดับเอว ไม่ต้องก้มหรือเอื้อม
• จำหลัก "ขาดีขึ้นก่อน ขาผ่าลงก่อน" ทุกครั้งที่ขึ้นลงบันได
• เลื่อนเบาะรถถอยหลังและเอนพนักก่อนทุกครั้งที่ขึ้นรถ
คำถามที่คนมักถามหลังกลับบ้าน
ถาม: เมื่อไหร่ถึงจะใส่ถุงเท้าเองแบบก้มงอได้? ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 6-12 สัปดาห์หลังผ่าตัด แพทย์จะประเมินว่าสามารถผ่อนคลายข้อห้ามได้เมื่อไหร่ ในระหว่างนั้นใช้ sock aid ต่อไปก่อนจะปลอดภัยกว่า
ถาม: ถ้าบ้านไม่มีบันได จำเป็นต้องเรียนวิธีขึ้นบันไดไหม? ตอบ: แม้บ้านไม่มีบันได แต่ฝึกไว้ก็มีประโยชน์ เพราะในชีวิตประจำวันมักเจอบันไดในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ราชการ
ถาม: รถยนต์ที่บ้านเป็นรถเก๋งต่ำ ทำยังไงได้บ้าง? ตอบ: ลองวางเบาะหนาเพิ่มในรถก่อน เพื่อยกระดับที่นั่งให้สูงขึ้น หรือปรึกษาทีมกายภาพบำบัดว่ามีอุปกรณ์เสริมช่วยได้บ้าง ในบางกรณีอาจต้องพิจารณาใช้รถของผู้อื่นในช่วงแรก
ถาม: ทำท่าต้องห้ามโดยไม่ตั้งใจ จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อเทียมเคลื่อน? ตอบ: อาการที่บ่งบอกชัดคือปวดสะโพกฉับพลัน ขาผิดรูปหรือสั้นลง ขยับขาหรือเดินไม่ได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที แต่ถ้าทำท่าต้องห้ามแล้วไม่มีอาการ แนะนำให้แจ้งแพทย์ที่ดูแลด้วย
ถาม: ช่วงพักฟื้นนอนท่าไหนได้บ้าง? ตอบ: นอนหงายได้ ถ้าจะนอนตะแคง ต้องหนีบหมอนไว้ระหว่างขาเสมอเพื่อไม่ให้ขาข้างผ่าพับหรือไขว้ข้าม ควรถามแพทย์เกี่ยวกับท่านอนที่เหมาะสมกับเทคนิคที่ใช้ผ่าตัดของแต่ละคนด้วย
ถ้ารู้จักใครที่กำลังเตรียมตัวผ่าตัดสะโพก หรือเพิ่งกลับบ้านมาและยังไม่รู้แนวทาง ส่งบทความนี้ให้อ่านได้เลยครับ
สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้
• ช่วง 6-12 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ต้องหลีกเลี่ยงการงอสะโพกเกิน 90 องศาเสมอ
• ห้องน้ำ: ใช้ที่นั่งชักโครกสูงเพิ่มและราวจับ เพื่อไม่ให้สะโพกงอมากเกินไปตอนนั่งลง
• การแต่งตัว: ใช้ sock aid และ reacher แทนการก้มงอตัว ดูแลตัวเองได้อิสระโดยไม่ต้องเสี่ยง
• ขึ้น-ลงบันได: "ขาดีขึ้นก่อน ขาผ่าลงก่อน" จับราวตลอด ทีละขั้น ไม่รีบ
• ขึ้นรถ: เลื่อนเบาะถอยสุด เอนพนัก นั่งก่อนแล้วค่อยหมุนตัวเข้า
การผ่าตัดเสร็จ คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เส้นชัย ช่วงพักฟื้น 2-3 เดือนอาจดูยาว แต่ถ้าปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง คุณจะค่อยๆ กลับมาเดินเที่ยว เล่นกับหลาน ทำกิจกรรมที่รักได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องเจ็บปวดแบบเดิม
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในการฟื้นตัวนี้ ทีมแพทย์และนักกายภาพพร้อมช่วยวางแผนทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการฟื้นตัวหลังผ่าตัดข้อสะโพกเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ฟื้นตัวหลังผ่าสะโพกเทียม


