ถ้าหมอบอกว่าสะโพกทั้งสองข้างต้องเปลี่ยนข้อ คุณจะเลือกแบบไหน

"ผ่าพร้อมกันสองข้างทีเดียว" หรือ "แยกผ่าทีละข้างให้ปลอดภัยกว่า"?


ผ่าสะโพกสองข้างพร้อมกัน — ข้อดีที่คาดไม่ถึงและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ


ลองนึกภาพดูนะครับ

คุณลุงอายุ 67 ปี เคยเดินออกกำลังกายทุกเช้ากับภรรยา วนสวนสาธารณะหน้าบ้านวันละสองรอบเป็นกิจวัตรที่ทำมานานกว่าสิบปี

จนกระทั่งสะโพกทั้งสองข้างเริ่มปวด ทีแรกปวดเล็กน้อยตอนเดินไกล แล้วค่อยๆ ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนเดินได้ไม่ถึงห้าสิบเมตรก็ต้องหยุดพัก

หมอดูเอกซเรย์แล้วบอกว่า "กระดูกอ่อนในข้อสะโพกทั้งสองข้างสึกหมดแล้วครับ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแล้ว"

คำถามแรกที่คุณลุงถามหมอคือ "ผ่าพร้อมกันสองข้างเลยได้ไหมหมอ จะได้จบที — หรือต้องแยกผ่าทีละข้าง?"

เรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมคำตอบถึงไม่เหมือนกันในแต่ละคน

เมื่อกระดูกอ่อนที่หุ้มข้อสะโพกสึกหรอจนหมด กระดูกจะเสียดสีกันโดยตรง เปรียบเหมือนเฟืองในเครื่องจักรที่สึกแล้วไม่มีจาระบีหล่อลื่น ยิ่งใช้ยิ่งเจ็บ ยิ่งอักเสบ ยิ่งพังเร็วขึ้น

ในคนที่ข้อสะโพกเสื่อมทั้งสองข้าง ปัญหาใหญ่คือ "ไม่มีขาที่ดีสักข้าง" ให้ช่วยพยุงน้ำหนักได้เลย ทำให้การใช้ชีวิตลำบากมากกว่าการเสื่อมข้างเดียวมาก

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม คือการเอาข้อที่เสียหายออก แล้วใส่ข้อสะโพกเทียมที่ทำจากโลหะและพลาสติกพิเศษเข้าไปแทน เมื่อต้องผ่าสองข้าง หมอมีสองทางให้พิจารณา

ทางแรกคือ "ผ่าพร้อมกัน" โดยดมยาครั้งเดียวแล้วผ่าสองข้างในวันเดียวกัน

ทางที่สองคือ "ผ่าแยก" โดยผ่าข้างแรกก่อน ปล่อยให้ฟื้นตัวดีพอ แล้วจึงกลับมาผ่าข้างที่สองในอีกสามถึงหกเดือนต่อมา

ทั้งสองวิธีให้ผลระยะยาวที่ดี แต่เหมาะกับคนละกลุ่มคนอย่างชัดเจน

ข้อสะโพกเสื่อมในระดับที่ต้องเปลี่ยนข้อ หมายความว่ากระดูกอ่อนภายในข้อสึกหรอจนหมดแล้ว การรักษาด้วยยาหรือกายภาพบำบัดจะไม่สามารถฟื้นฟูกระดูกอ่อนที่หายไปได้

ข้อสะโพกเทียมที่ใส่เข้าไปทำหน้าที่แทนข้อเดิมได้ดีมาก โดยทั่วไปใช้งานได้สิบห้าถึงยี่สิบปีขึ้นไป เป้าหมายของการผ่าตัดคือคืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาเดินและทำกิจวัตรได้ตามปกติ

ใครบ้างที่มักต้องเผชิญกับสะโพกเสื่อมสองข้าง

• ผู้สูงอายุที่ใช้งานข้อสะโพกมานานหลายทศวรรษจนกระดูกอ่อนค่อยๆ เสื่อมสภาพตามอายุ

• ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายข้อตัวเอง) ซึ่งมักเป็นพร้อมกันหลายข้อ

• ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาวหรือดื่มแอลกอฮอล์มาก ซึ่งอาจทำให้หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดและตาย

• ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินเป็นเวลานาน ทำให้ข้อสะโพกรับน้ำหนักเกินมาตลอด

• ผู้ที่มีความผิดปกติของข้อสะโพกตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งทำให้เสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป

หมอจะเริ่มจากการถามประวัติว่าปวดสะโพกข้างไหน ปวดมานานแค่ไหน และอะไรที่ทำให้ปวดมากขึ้นหรือน้อยลง

จากนั้นตรวจร่างกายดูว่าข้อสะโพกขยับได้มากน้อยแค่ไหน และเจ็บเมื่อขยับทิศทางใด

ถ่ายภาพเอกซเรย์ท่ายืนรับน้ำหนักทั้งสองข้าง เพื่อดูว่าช่องว่างในข้อสะโพกเหลือมากน้อยแค่ไหน ถ้าช่องว่างแคบจนแทบไม่เหลือเลย แปลว่ากระดูกอ่อนสึกหมดแล้ว

ก่อนวางแผนผ่าตัด โดยเฉพาะถ้าจะผ่าพร้อมกันสองข้าง หมอจะตรวจความพร้อมของหัวใจและปอดอย่างละเอียด เพราะร่างกายต้องรับภาระการผ่าตัดสองข้างพร้อมกันในครั้งเดียว

เมื่อตัดสินใจว่าต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกทั้งสองข้าง ทีมแพทย์จะร่วมกันประเมินว่าแบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า

ผ่าพร้อมกันสองข้าง มีข้อดีที่หลายคนไม่ทันคาดคิดคือ งานวิจัยที่วิเคราะห์ผู้ป่วยกว่าสองหมื่นเก้าพันคนพบว่าภาวะแทรกซ้อนโดยรวมน้อยกว่า และค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่าการผ่าแยก เพราะดมยาครั้งเดียว นอนโรงพยาบาลรอบเดียว และฟื้นฟูร่างกายพร้อมกันทั้งสองข้าง นอกจากนี้ข้อมูลจากทะเบียนผู้ป่วยในเยอรมนีพบว่าอัตราการผ่าตัดแก้ไขใหม่ในห้าปีต่ำกว่าการผ่าแยกด้วย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกวิธีนี้คือ ร่างกายต้องรับภาระการผ่าตัดสองข้างในเวลาเดียวกัน ความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดปอดสูงกว่าการผ่าทีละข้างค่อนข้างชัดเจน และต้องมีผู้ดูแลที่พร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในช่วงแรกหลังผ่า เพราะทั้งสองขาอยู่ในช่วงฟื้นตัวพร้อมกัน ยังไม่มีขาที่แข็งแรงพอจะพยุงตัวเองได้

ผ่าแยกทีละข้าง คือผ่าข้างแรกก่อน รอให้ฟื้นตัวดีพอประมาณสามถึงหกเดือน แล้วจึงผ่าข้างที่สอง วิธีนี้เหมาะกว่าสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่หัวใจหรือปอด เพราะร่างกายรับภาระทีละข้าง ฟื้นตัวได้เต็มที่ก่อนเผชิญกับการผ่าตัดครั้งต่อไป

ข้อเสียของการผ่าแยกคือต้องดมยาสองครั้ง ใช้เวลาฟื้นรวมนานกว่า และค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงกว่าเล็กน้อย แต่ความปลอดภัยที่มากกว่าในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงนั้นคุ้มค่า

โดยทั่วไป การผ่าพร้อมกันเหมาะกับผู้ที่อายุไม่มาก สุขภาพหัวใจและปอดแข็งแรง ข้อสะโพกเสื่อมหนักทั้งสองข้างในระดับใกล้เคียงกัน มีผู้ดูแลที่บ้านพร้อม และดำเนินการโดยทีมศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

การผ่าแยกเหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ดี หรือปัญหาปอด ซึ่งร่างกายอาจรับภาระสองข้างพร้อมกันได้ไม่ปลอดภัยพอ

ผลลัพธ์ระยะยาวของข้อสะโพกเทียมดีมาก ไม่ว่าจะเลือกผ่าแบบใด ส่วนใหญ่ใช้งานได้สิบห้าถึงยี่สิบปีขึ้นไป

ผู้ที่ผ่าพร้อมกันมักเริ่มลุกเดินได้ภายในหนึ่งถึงสองวันหลังผ่า โดยใช้อุปกรณ์ช่วย และฟื้นตัวได้เต็มที่ภายในสี่ถึงหกสัปดาห์ ส่วนผู้ที่ผ่าแยกจะใช้เวลาฟื้นทีละข้าง ซึ่งรวมแล้วใช้เวลานานกว่า แต่มีข้อได้เปรียบคือระหว่างฟื้นข้างแรก ยังมีขาอีกข้างช่วยรับน้ำหนักบ้าง

เมื่อข้อสะโพกเสื่อมถึงระดับที่ต้องเปลี่ยนข้อแต่ปล่อยทิ้งไว้ ความเจ็บปวดจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บางรายในที่สุดไม่สามารถเดินได้เลย กล้ามเนื้อรอบสะโพกอ่อนแรงลงจากการไม่ได้ใช้งาน เพิ่มความเสี่ยงล้มหกล้มซึ่งอันตรายมากในผู้สูงอายุ และส่งผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวม

การรอนานเกินไปยังอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการผ่าตัดเมื่อถึงเวลา

• รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดภาระที่ข้อสะโพกต้องรับทุกวัน

• ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบสะโพก เช่น ว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน ซึ่งไม่กระแทกข้อ

• หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ข้อสะโพกรับแรงกระแทกซ้ำๆ เช่น วิ่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน

• หากมีโรคที่เสี่ยงทำให้ข้อเสื่อมเร็ว เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ควรรักษาให้ควบคุมได้ดี

• พบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อปวดสะโพกที่ไม่ทุเลา เพื่อวางแผนดูแลก่อนที่ข้อจะเสื่อมถึงระดับที่รุนแรงมาก

ถาม: ผ่าสะโพกพร้อมกันสองข้างปลอดภัยไหม? ตอบ: ในผู้ป่วยที่ผ่านการประเมินอย่างเหมาะสม เช่น อายุไม่มากและสุขภาพหัวใจ-ปอดแข็งแรง งานวิจัยพบว่าปลอดภัยและมีภาวะแทรกซ้อนโดยรวมน้อยกว่าในบางการศึกษา อย่างไรก็ตามความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดปอดสูงกว่า จึงต้องมีการป้องกันและดูแลอย่างใกล้ชิด

ถาม: ระหว่างรอผ่าข้างที่สอง ต้องรอนานแค่ไหน? ตอบ: โดยทั่วไปประมาณสามถึงหกเดือนหลังผ่าข้างแรก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เต็มที่ งานวิจัยพบว่าการเว้นระยะมากกว่าห้าเดือนร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูที่ดีช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดครั้งที่สองได้

ถาม: ผ่าพร้อมกันค่าใช้จ่ายต่างจากแยกผ่ามากไหม? ตอบ: โดยทั่วไปการผ่าพร้อมกันมีค่าใช้จ่ายรวมน้อยกว่า เพราะดมยาและนอนโรงพยาบาลเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตามหากสุขภาพไม่เหมาะสม การผ่าแยกอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แม้รวมแล้วจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย

ถาม: หลังผ่าพร้อมกันสองข้างจะเดินได้เมื่อไหร่? ตอบ: ในหลายกรณีเริ่มลุกเดินได้ภายในหนึ่งถึงสองวันหลังผ่าโดยใช้อุปกรณ์ช่วย แต่การฟื้นตัวเต็มที่มักใช้เวลาสี่ถึงหกสัปดาห์ และขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัด

ถาม: ถ้าข้อสะโพกสองข้างเสื่อมไม่เท่ากัน ควรผ่าแบบไหน? ตอบ: ถ้าข้างหนึ่งเสื่อมหนักกว่ามาก หมอมักแนะนำให้ผ่าข้างที่เสื่อมหนักกว่าก่อน แล้วค่อยประเมินว่าจำเป็นต้องผ่าข้างที่สองเมื่อไหร่ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเท่าข้างแรก

แล้วคุณล่ะครับ มีคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่กำลังเผชิญกับการตัดสินใจแบบนี้อยู่บ้างไหม คอมเมนต์บอกหรือถามเพิ่มเติมได้เลยครับ

สิ่งที่อยากให้จำ

• ทั้งผ่าพร้อมกันและผ่าแยก ให้ผลระยะยาวที่ดีใกล้เคียงกัน สิ่งสำคัญคือเลือกให้ตรงกับสภาพร่างกายของแต่ละคน

• การผ่าพร้อมกันเหมาะกับคนที่อายุไม่มาก สุขภาพแข็งแรง ข้อสะโพกเสื่อมหนักสองข้างพอๆ กัน

• การผ่าแยกปลอดภัยกว่าสำหรับผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวที่หัวใจ-ปอด แม้ใช้เวลารวมนานกว่า

• การตัดสินใจนี้ต้องอาศัยการประเมินจากทีมแพทย์ผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัว

• ข้อสะโพกเทียมคืนคุณภาพชีวิต เป้าหมายคือกลับมาเดิน เล่น และใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการ ไม่ใช่แค่เดินได้

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับการตัดสินใจนี้ ทีมแพทย์พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยเลือกแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ

ดูแลตัวเองได้ เพื่อกลับมาเดินเคียงข้างคนที่คุณรัก


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ผ่าสะโพกสองข้างพร้อมกัน