คุณเคยสงสัยไหม ปวดข้อศอกแบบเดียวกัน แต่ทำไมหมอบางคนสั่งอัลตราซาวด์ บางคนสั่งเอ็มอาร์ไอ สองอย่างนี้ต่างกันยังไง และคุณจำเป็นต้องทำทั้งสองไหม?


เมื่อปวดข้อศอก หมอเลือกตรวจอะไร และทำไมต้องรู้ก่อนตัดสินใจรักษา


หลายคนปวดข้อศอกมานานหลายเดือน รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดแล้ว แต่ยังไม่ดีขึ้น พอถามหมอว่า "ต้องเอกซเรย์ไหม ต้องทำอัลตราซาวด์ไหม ต้องทำเอ็มอาร์ไอไหม" ก็ได้คำตอบต่างกันในแต่ละที่

ความสับสนนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และในหลายกรณีสามารถแก้ได้ด้วยความเข้าใจเพียงไม่กี่ข้อ

ผู้หญิงวัย 45 ปีคนหนึ่ง ทำงานออฟฟิศ ใช้เมาส์คอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง เธอเริ่มรู้สึกปวดบริเวณด้านนอกข้อศอกขวามาประมาณ 3 เดือน

ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ล้า นวดเองอยู่บ้านก็รู้สึกดีขึ้นชั่วคราว แต่พอกลับมาทำงานก็ปวดอีก ยกของหนักไม่ค่อยได้ แม้แต่หยิบแก้วน้ำก็รู้สึกเจ็บร้าวลงมาที่แขน

เธอไปพบแพทย์ที่คลินิกใกล้บ้าน ได้ยาแก้ปวดมากิน รู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่พอหยุดยาก็กลับมาปวดอีก จนถึงจุดหนึ่งเธอเริ่มถามตัวเองว่า "นี่มันร้ายแรงกว่าที่คิดไหม ต้องทำอะไรเพิ่มเติมไหม"

อาการที่เธอเป็นอยู่นั้น หมอเรียกว่า "ข้อศอกเทนนิส" หรืออาการอักเสบของเส้นเอ็นด้านนอกข้อศอก เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ จนเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อแขนไว้กับกระดูกต้นแขนด้านนอกเกิดการเสื่อมสภาพและอักเสบ

ลองนึกภาพเชือกเก่าที่ถูกดึงซ้ำๆ จนเส้นใยด้านในเริ่มขาดทีละเส้น ด้านนอกอาจยังดูปกติ แต่ข้างในแย่ลงทุกวัน เส้นเอ็นข้อศอกก็เป็นแบบเดียวกัน

คำถามที่สำคัญคือ เส้นเอ็นนั้น "ขาดทีละเส้น" อยู่ในระดับไหนแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่การตรวจด้วยภาพจะช่วยบอก

อาการปวดข้อศอกที่พบบ่อยแบ่งได้เป็นสองกลุ่มหลักตามตำแหน่ง

กลุ่มแรกคืออาการปวดด้านนอกข้อศอก ซึ่งมักเกิดจากเส้นเอ็นกลุ่มที่ยึดกล้ามเนื้อกลุ่มเหยียดข้อมือ เชื่อมกับกระดูกต้นแขนด้านนอก พบมากในคนที่ใช้เมาส์ ตีกอล์ฟ ตีแบดมินตัน หรืองานที่บิดข้อมือซ้ำๆ

กลุ่มที่สองคืออาการปวดด้านในข้อศอก เกิดจากเส้นเอ็นกลุ่มที่ยึดกล้ามเนื้อกำมือและงอข้อมือ พบมากในนักกอล์ฟ นักเบสบอล หรือคนที่ยกของบ่อย

ทั้งสองกลุ่มมีสาเหตุคือการใช้งานซ้ำๆ จนเส้นเอ็นสึกหรอและอักเสบ อาการหลักคือปวดเมื่อกดบริเวณกระดูกด้านข้าง เจ็บเมื่อบิดข้อมือหรือกำมือ และในบางรายอาจปวดร้าวลงมาตามแขน

ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเกิดอาการปวดข้อศอกจากเส้นเอ็นอักเสบ

• การใช้งานแขนและข้อมือซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น พิมพ์คอมพิวเตอร์ ตีกีฬา หรืองานช่าง

• อายุระหว่าง 35-55 ปี ซึ่งเส้นเอ็นเริ่มเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ

• เพิ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่หรือเพิ่มความหนักของการฝึกอย่างรวดเร็ว

• ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ข้อมืออยู่ในตำแหน่งผิดปกตินานๆ

• มีประวัติบาดเจ็บบริเวณข้อศอกมาก่อน

เมื่อมาพบแพทย์ ขั้นตอนการวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย ซึ่งในหลายกรณีเพียงพอสำหรับการวินิจฉัยเบื้องต้น

แต่เมื่อต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อวางแผนการรักษา แพทย์จะเลือกใช้การตรวจด้วยภาพ ซึ่งมีสองแบบหลักที่แตกต่างกันชัดเจน

อัลตราซาวด์ (Ultrasound) คือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพของเนื้อเยื่ออ่อน ทำได้เร็ว ราคาไม่แพง และที่สำคัญคือทำได้ในคลินิกทันที แพทย์สามารถขยับหัวตรวจตามตำแหน่งที่ต้องการดูได้แบบเรียลไทม์ เหมือนดูอัลตราซาวด์ครรภ์แต่เปลี่ยนจากดูทารกมาดูเส้นเอ็น

สิ่งที่อัลตราซาวด์บอกได้ดีคือความหนาของเส้นเอ็น บริเวณที่เส้นเอ็นเริ่มเสื่อมสภาพ (เห็นเป็นสีเข้มกว่าปกติในภาพ) และการมีเส้นเลือดใหม่ที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายกำลังพยายามซ่อมแซมตัวเองแต่ยังไม่สำเร็จ

เอ็มอาร์ไอ (MRI) คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างภาพที่ละเอียดกว่ามาก เห็นได้ทั้งเส้นเอ็น กระดูกอ่อน เส้นประสาท และโครงสร้างลึกที่อัลตราซาวด์เข้าไม่ถึง แต่ใช้เวลานานกว่า ราคาสูงกว่า และต้องนัดในโรงพยาบาลที่มีเครื่อง

แนวทางการรักษาข้อศอกอักเสบเริ่มจากการรักษาแบบอนุรักษ์ก่อนเสมอ

เริ่มจากการพักการใช้งานที่ทำให้ปวด ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ใช้ยาแก้ปวดและลดการอักเสบตามที่แพทย์แนะนำ พร้อมกับกายภาพบำบัดเพื่อฝึกความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นเอ็น

หากอาการไม่ดีขึ้นหลัง 6-8 สัปดาห์ แพทย์มักแนะนำให้ทำอัลตราซาวด์เพื่อดูว่าเส้นเอ็นเสื่อมสภาพไปมากแค่ไหน และช่วยวางแผนว่าจะรักษาต่อด้วยวิธีไหน เช่น การฉีด พลาสมาเกร็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ซึ่งต้องทำภายใต้การนำทางของอัลตราซาวด์เพื่อให้ยาเข้าตรงตำแหน่ง

เอ็มอาร์ไอจะถูกนำมาใช้เมื่อสงสัยว่าเส้นเอ็นฉีกขาดสมบูรณ์ มีปัญหาเส้นเอ็นที่รับแรงกระแทก (เช่น ในนักกีฬาที่ขว้างลูก) มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ต้องแยกว่ามีปัญหาเส้นประสาทร่วมด้วยหรือไม่ หรือเมื่ออาการไม่ตรงกับการตรวจร่างกายและแพทย์ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่าง แพทย์จะเลือกตามอาการ ประวัติ และแผนการรักษาของแต่ละคน

พยากรณ์โรคของอาการปวดข้อศอกจากเส้นเอ็นอักเสบ

ในหลายกรณีอาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์ภายใน 3-6 เดือน แต่บางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็น อายุ และปัจจัยการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การหยุดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการในช่วงแรกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากยังใช้งานซ้ำๆ เส้นเอ็นที่กำลังพยายามซ่อมแซมตัวเองจะไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่

หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือยังคงใช้งานหนัก อาการอาจลุกลามจากการเจ็บปวดเรื้อรังไปสู่การที่เส้นเอ็นเริ่มอ่อนแอลงจนทำกิจกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันไม่ไหว บางรายที่ปล่อยไว้นานมากอาจมีเส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน ซึ่งต้องใช้การรักษาที่เข้มข้นกว่าและใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น

การวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุดและลดความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพถาวร

วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง

• ปรับท่าทางการทำงาน เช่น วางข้อมือในตำแหน่งที่เป็นกลางเมื่อพิมพ์คอมพิวเตอร์

• อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาทุกครั้ง

• ค่อยๆ เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายหรือทักษะใหม่ อย่าเพิ่มทีเดียวมาก

• พักแขนและข้อมือเป็นระยะ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้ซ้ำๆ

• หากเริ่มปวดอย่าฝืนใช้ต่อ รีบลดกิจกรรมและปรึกษาแพทย์

ถาม: ปวดข้อศอกต้องทำอัลตราซาวด์ทันทีหรือเปล่า?

ตอบ: ไม่เสมอไปครับ ในหลายกรณีแพทย์วินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อน การทำอัลตราซาวด์มักแนะนำเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษา 6-8 สัปดาห์ หรือเมื่อต้องการวางแผนการฉีดยาอย่างแม่นยำ

ถาม: อัลตราซาวด์กับเอ็มอาร์ไอ อันไหนดีกว่ากัน?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการดูครับ อัลตราซาวด์เหมาะสำหรับดูเส้นเอ็นและนำทางการฉีดยา ทำได้เร็วและราคาเข้าถึงได้ ส่วนเอ็มอาร์ไอเหมาะเมื่อสงสัยว่าเส้นเอ็นฉีกขาดสมบูรณ์ มีปัญหาเส้นประสาท หรือต้องการเห็นโครงสร้างลึกทั้งหมดพร้อมกัน ไม่มีอันไหนดีกว่าในทุกสถานการณ์

ถาม: ถ้าเอ็มอาร์ไอปกติ แปลว่าหายแล้วใช่ไหม?

ตอบ: ไม่เสมอไปครับ การตรวจด้วยภาพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวินิจฉัย อาการปวดข้อศอกในระยะเริ่มต้นอาจยังไม่เห็นความผิดปกติชัดในเอ็มอาร์ไอ แต่ก็ยังมีอาการอยู่ได้ แพทย์จึงต้องประเมินรวมกับอาการและการตรวจร่างกายเสมอ

ถาม: ฉีด PRP ต้องทำอัลตราซาวด์นำทางด้วยไหม?

ตอบ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำภายใต้การนำทางของอัลตราซาวด์ครับ เพื่อให้ยาเข้าตรงตำแหน่งที่ต้องการรักษา ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่ง

ถาม: ปวดข้อศอกพร้อมชาที่มือ ต้องทำอะไร?

ตอบ: อาการชาที่มือร่วมกับปวดข้อศอกอาจบ่งบอกว่ามีเส้นประสาทถูกกดทับร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อประเมินก่อน และในกรณีนี้อาจจำเป็นต้องทำเอ็มอาร์ไอเพื่อดูเส้นประสาทและโครงสร้างรอบข้างอย่างละเอียด

แล้วคุณล่ะ เคยได้รับคำแนะนำให้ตรวจด้วยอัลตราซาวด์หรือเอ็มอาร์ไอไหม คอมเมนต์เล่าให้ฟังได้เลยนะครับ

สรุปสิ่งที่ควรรู้

• อัลตราซาวด์เหมาะสำหรับดูเส้นเอ็นและนำทางการรักษา ทำได้เร็ว ราคาเข้าถึงได้ และเป็นตัวเลือกแรกในส่วนใหญ่

• เอ็มอาร์ไอให้ภาพละเอียดกว่า เหมาะเมื่อสงสัยเส้นเอ็นฉีกขาดสมบูรณ์ ปัญหาเส้นประสาท หรือต้องการประเมินโครงสร้างหลายส่วนพร้อมกัน

• ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องทำการตรวจด้วยภาพ — แพทย์เลือกตามอาการ ประวัติ และแผนการรักษาของแต่ละคน

• อาการปวดข้อศอกที่ไม่ดีขึ้นหลัง 6-8 สัปดาห์ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

• การตรวจที่แม่นยำช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และลดโอกาสเกิดความเสียหายถาวร

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการปวดข้อศอก และในหลายกรณีการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นคือสิ่งที่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้จริง ดูแลตัวเองให้ดี เพื่อให้ยังทำสิ่งที่รักได้ต่อไปนะครับ


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยปวดข้อศอก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



เอกสารอ้างอิง

[1] Daniels SP, et al. Imaging Evaluation of Medial and Lateral Elbow Pain: Acute and Chronic Tendon Injuries of the Humeral Epicondyles. Seminars in musculoskeletal radiology. 2021. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34706389/

[2] Stanborough RO, et al. MRI of the Elbow: Interpretation of Common Orthopaedic Injuries. The Journal of the American Academy of Orthopaedic Surgeons. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34979530/

[3] Tham JL, Al-Ani Z. Elbow pain and clicking. Skeletal radiology. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35376982/