ปวดหลังชาร้าวลงขา หมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
หลายคนคงเคยเจออาการปวดหลังที่ไม่ใช่แค่ปวดธรรมดา แต่มีอาการ “ชาร้าวลงขา” เหมือนไฟช็อตแปลบ ๆ จากเอวลงไปถึงน่องหรือปลายเท้า อาการนี้ทำให้เดินลำบาก ยืนไม่นานก็เจ็บ นั่งนานก็ไม่สบายใจ เป็นอาการที่สร้างความกังวลอย่างมาก เพราะหลายคนกลัวว่าจะต้อง “ผ่าตัด”
คุณเอก อายุ 42 ปี ทำงานออฟฟิศ วันหนึ่งเริ่มปวดหลังเรื้อรัง ต่อมาก็ชาร้าวลงขาขวาจนเดินได้ไม่กี่นาทีต้องนั่งพัก กังวลจนรีบไปตรวจและพบว่าเป็น “หมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท” แต่แพทย์แนะนำว่าส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพียงรักษาด้วยการกินยา ปรับพฤติกรรม กายภาพ และฉีดยาลดอักเสบ ก็สามารถฟื้นตัวได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความอดทน
หมอนรองกระดูกเคลื่อนคืออะไร
หมอนรองกระดูกเปรียบเหมือนเจลลี่หรือเบาะน้ำที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำหน้าที่เป็นโช้คอัพซับแรงกระแทก แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้งานผิดวิธี เช่น ก้มยกของหนัก นั่งนาน ๆ หมอนรองกระดูกอาจปลิ้นหรือเคลื่อนออกมา
เมื่อส่วนที่ปลิ้นไปกดทับเส้นประสาท จึงทำให้เกิดอาการ “ปวดหลังร้าวลงขา” หรือที่หลายคนเรียกว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้น”
อาการที่พบบ่อย
-
ปวดหลังเอว และมีอาการร้าวลงขา
-
ชาร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อตจากเอวไปถึงน่องหรือปลายเท้า
-
บางครั้งปวดมากเวลาไอ จาม หรือเบ่งถ่าย
-
กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินแล้วขาไม่มีแรง
-
หากรุนแรงมากอาจกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ปัจจัยเสี่ยง
-
ยกของหนักบ่อย ๆ
-
นั่งนาน ทำงานออฟฟิศ ไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
-
อ้วน น้ำหนักเกิน
-
ขาดการออกกำลังกาย กล้ามเนื้อหลังและท้องไม่แข็งแรง
-
อายุมากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมและปลิ้นง่ายขึ้น
การตรวจวินิจฉัย
-
ตรวจร่างกาย ดูการเดิน การยกขา
-
เอกซเรย์ เพื่อดูความผิดปกติของกระดูก
-
เอ็มอาร์ไอ (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อยืนยันว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไปกดเส้นประสาทตรงตำแหน่งใด และประเมินความรุนแรง
การรักษา เน้น “ไม่ผ่าตัด” เป็นหลัก
ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80–90% สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
1. การปรับพฤติกรรม
-
ไม่ก้มยกของหนัก
-
ไม่ก้มหลังนาน ๆ
-
หลีกเลี่ยงการนั่งพื้นหรือเก้าอี้เตี้ย
-
ไม่ควรนอนคว่ำ
-
ควรนอนที่นอนแข็งพอประมาณ รองรับแนวกระดูก
2. การใช้ยา
-
ยาแก้ปวด ลดการอักเสบ
-
ยาคลายกล้ามเนื้อ
-
ยาลดการกดเบียดของเส้นประสาทตามที่แพทย์สั่ง
3. กายภาพบำบัด
-
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง
-
ยืดเหยียดเบา ๆ ลดการกดทับของเส้นประสาท
-
การใช้ความร้อน ไฟฟ้ากระตุ้น หรืออัลตราซาวด์ทางกายภาพบำบัด
4. การฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาทด้วยอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์นำทาง
-
เป็นการฉีดยาเฉพาะจุด ลดการอักเสบของเส้นประสาทที่ถูกกด
-
ทำให้ปวดลดลงเร็วขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำกายภาพบำบัดได้ง่ายขึ้น
เมื่อใดที่ควรพิจารณาผ่าตัด
แม้การรักษาส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด แต่มีบางกรณีที่ควรทำการผ่าตัด เช่น
-
อาการปวดและชาร้าวลงขาไม่ดีขึ้นเลยแม้รักษานานเกิน 3 เดือน
-
กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงมากจนเดินไม่ได้
-
มีภาวะฉุกเฉิน เช่น กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่
พยากรณ์โรค
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ปรับพฤติกรรม กินยา กายภาพบำบัด และฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ มักจะดีขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ แม้อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ ก็ตาม
อาการปวดหลังชาร้าวลงขาอาจกลับมาได้ หากยังใช้งานผิดท่า เช่น ก้มยกของ นั่งทำงานนาน ๆ โดยไม่พัก
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
-
ปวดเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน
-
กล้ามเนื้อขาลีบและอ่อนแรงถาวร
-
หากรุนแรงอาจเสียการควบคุมการขับถ่าย
วิธีดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน
-
นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง ไม่ควรนั่งพื้น
-
ทุก ๆ 1 ชั่วโมงควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถ
-
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง
-
ควบคุมน้ำหนักตัว
-
เวลายกของควรย่อตัว ไม่ก้มหลัง
สรุป
อาการปวดหลังชาร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท เป็นโรคที่น่ากังวล แต่ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หากดูแลตัวเอง ปรับพฤติกรรม กินยา กายภาพบำบัด และใช้การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ร่วมด้วย อาการมักจะดีขึ้น เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความอดทน
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกเคลื่อน #ไม่ต้องผ่าตัด #ฉีดยาลดอักเสบ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการปวดหลังแล้วชาร้าวลงขาแบบนี้ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ?
A: ในหลายกรณี การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ
Q: ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อนแล้วจะหายขาดได้ไหมคะ?
A: ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการดีขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติค่ะ
Q: ต้องทำกายภาพบำบัดนานแค่ไหนคะ?
A: ระยะเวลาในการทำกายภาพบำบัดจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
Q: การฉีดยาช่วยลดอาการปวดได้เร็วแค่ไหนคะ?
A: การฉีดยาอาจช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้เร็วขึ้นค่ะ
Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อนอีกไหมคะ?
A: การปรับพฤติกรรมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันค่ะ

