กินยากระดูกพรุนอยู่ แล้ววันหนึ่งหมอฟันบอกว่า "ต้องถอนฟันซี่นี้"

ใจหายวูบ

คุณป้าวัย 68 ปี ฉีดยากระดูกพรุนมาต่อเนื่อง 3 ปี วันดีคืนดีฟันกรามผุจนต้องถอน แกถามหมอฟันว่า "หนูต้องหยุดยาก่อนไหมคะ กลัวขากรรไกรจะเป็นอะไร"

หมอฟันก็ไม่แน่ใจ เพราะยาแต่ละชนิดมีข้อควรระวังไม่เหมือนกัน คุณป้าเลยยังไม่ได้ถอนฟันซี่นั้น ปล่อยให้ปวดคาไว้ทุกวัน


กินยากระดูกพรุน (บิสฟอสโฟเนต หรือ ดีโนซูแมบ) อยู่ ต้องหยุดยาก่อนถอนฟันจริงไหม


สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

• คนไข้ที่กินยากระดูกพรุนเสี่ยงเกิดภาวะขากรรไกรตายจากยา แต่พบน้อยมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินยาขนาดป้องกันกระดูกพรุน • เกิดจากยาที่ไปกดการสลายกระดูกมากเกิน ทำให้กระดูกขากรรไกรซ่อมแซมตัวเองไม่ทัน หลังมีแผลในช่องปาก • ควรพบทันตแพทย์เพื่อประเมินก่อนเริ่มยา และแจ้งทุกครั้งที่ต้องทำหัตถการในช่องปากระหว่างกินยา


ยากระดูกพรุนกลุ่มยับยั้งการสลายกระดูก อย่างบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบ อาจทำให้กระดูกขากรรไกรตายได้ในบางกรณีที่พบน้อยมาก แต่ป้องกันได้ด้วยการวางแผนร่วมกันระหว่างหมอที่ดูแลกระดูกพรุนกับทันตแพทย์ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง

หลายคนไม่รู้ว่า การ "หยุดยาเอง" ก่อนถอนฟัน ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยกว่าเสมอไป บางกรณีการหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์กลับเสี่ยงกว่าเดิม เพราะกระดูกที่เปราะอยู่แล้วอาจหักซ้ำได้ถ้าหยุดยานานเกินไป

กาลครั้งหนึ่ง คุณป้าใช้ชีวิตปกติดี เดินเหิน ไปวัด ไปตลาดได้เอง

ทุกวันแกก็ฉีดยากระดูกพรุนตามนัดที่โรงพยาบาลต้นทาง ไม่เคยขาด เพราะกลัวกระดูกสะโพกหักซ้ำเหมือนเพื่อนบ้าน

จนกระทั่งวันหนึ่งฟันกรามล่างผุลึกจนปวด หมอฟันบอกว่าต้องถอน

เพราะเหตุนั้นแกเลยกังวลมาก ไปค้นในอินเทอร์เน็ตเจอคำว่า "ขากรรไกรตาย" ก็ยิ่งไม่กล้าไปถอนฟัน

เพราะเหตุนั้นแกเลยปล่อยฟันผุทิ้งไว้เป็นเดือน ปวดจนกินข้าวไม่ค่อยได้

จนในที่สุดแกตัดสินใจมาปรึกษาหมอที่ดูแลเรื่องกระดูกพรุนโดยตรง เพื่อวางแผนร่วมกับทันตแพทย์อย่างถูกต้อง

และตั้งแต่นั้นมาแกก็ถอนฟันได้อย่างปลอดภัย แผลหายดีตามนัด และยังฉีดยากระดูกพรุนต่อเนื่องเหมือนเดิม

หลายคนไม่รู้ว่ายังมีทางเลือกในการดูแลที่ปลอดภัยกว่าการหยุดยาเองหรือปล่อยฟันผุทิ้งไว้ เพียงแค่คนไข้ต้องบอกทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนให้ครบทั้งสองฝ่าย

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่พอเกิดกับใครสักคน ก็สร้างความกังวลได้มาก เพราะข้อมูลที่คนไข้เจอเองมักสั้นเกินไปหรือน่ากลัวเกินจริง

อาการที่บอกว่ากระดูกขากรรไกรอาจมีปัญหา มักเป็นหลังถอนฟันหรือทำหัตถการในช่องปากแล้วแผลไม่หายภายใน 8 สัปดาห์ มีกระดูกโผล่ให้เห็นในช่องปาก หรือมีรูพรุนที่มีกลิ่นเหม็นเรื้อรัง ร่วมกับประวัติเคยกินหรือฉีดยากลุ่มยับยั้งการสลายกระดูกมาก่อน

ทำไมยากลุ่มนี้ถึงเกี่ยวกับขากรรไกรได้?

กระดูกในร่างกายมีการสลายเก่าสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลา ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบทำหน้าที่กดการสลายกระดูก เพื่อให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและลดความเสี่ยงกระดูกหัก

กระดูกขากรรไกรเป็นกระดูกที่มีการหมุนเวียนสร้าง-สลายเร็วกว่ากระดูกส่วนอื่นในร่างกาย เพราะต้องรองรับแรงเคี้ยวและอยู่ใกล้ช่องปากที่มีเชื้อโรคเยอะ เมื่อมีแผลจากการถอนฟันหรือหัตถการในช่องปาก กระดูกขากรรไกรจึงต้องซ่อมแซมตัวเองเร็วเป็นพิเศษ

เมื่อยากดการสลายกระดูกไว้มาก กระบวนการซ่อมแซมกระดูกขากรรไกรก็ช้าลงตามไปด้วย ถ้าบังเอิญมีแผลหรือเชื้อโรคเข้าไปในช่วงนั้น กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นอาจซ่อมแซมไม่ทันจนเนื้อกระดูกตายเฉพาะที่ ซึ่งพบได้น้อยมากในคนที่กินยาขนาดป้องกันกระดูกพรุนทั่วไป

อาการแบบนี้จึงมักเกิดหลังการถอนฟันหรือหัตถการที่กระทบกระดูกขากรรไกรโดยตรง ไม่ได้เกิดขึ้นเองลอย ๆ โดยไม่มีบาดแผลนำมาก่อน

โรคกระดูกขากรรไกรตายจากยาคืออะไร?

ภาวะนี้เรียกว่า "กระดูกขากรรไกรตายที่สัมพันธ์กับยา" พบในคนที่เคยกินยาบิสฟอสโฟเนต ดีโนซูแมบ หรือยากลุ่มยับยั้งการสลายกระดูกชนิดอื่น แล้วมีกระดูกขากรรไกรส่วนหนึ่งตายและโผล่ออกมาในช่องปาก แผลไม่หายเกิน 8 สัปดาห์

สาเหตุหลักมาจากยาไปกดการสร้าง-สลายกระดูกมากเกินไป ร่วมกับมีบาดแผลในช่องปาก เช่น การถอนฟัน การผ่าฟันคุด หรือการฝังรากฟันเทียม

อาการที่พบบ่อยคือ ปวดบริเวณขากรรไกร มีกระดูกโผล่ให้เห็นในช่องปาก เหงือกบวมแดง มีหนองหรือกลิ่นปาก และบางรายฟันบริเวณนั้นโยกผิดปกติ

ใครมีความเสี่ยงเกิดภาวะนี้มากกว่าคนทั่วไป?

• คนที่กินยากลุ่มนี้ในขนาดสูงเพื่อรักษาโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมากระดูก มีความเสี่ยงสูงกว่าคนที่กินยาขนาดป้องกันกระดูกพรุนหลายเท่า • คนที่กินยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตต่อเนื่องนานเกิน 4 ปี • คนที่มีโรคเบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำร่วมด้วย • คนที่สูบบุหรี่ หรือใส่ฟันปลอมที่กดเบียดเหงือกเรื้อรัง • คนที่สุขภาพช่องปากไม่ดี มีฟันผุหรือโรคเหงือกที่ยังไม่ได้รักษา

การตรวจภาวะนี้ทำอย่างไรบ้าง?

ทันตแพทย์หรือแพทย์จะเริ่มจากซักประวัติการใช้ยากระดูกพรุนหรือยารักษามะเร็งที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาที่ใช้ยา และประวัติการทำหัตถการในช่องปากล่าสุด

ต่อมาตรวจร่างกายในช่องปาก ดูว่ามีกระดูกโผล่ แผลไม่หาย หรือเหงือกอักเสบเรื้อรังหรือไม่

ถ้าสงสัยจะส่งเอกซเรย์ฟันหรือเอกซเรย์ขากรรไกรเพื่อดูขอบเขตของกระดูกที่มีปัญหา และบางรายอาจต้องทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อประเมินก่อนวางแผนรักษาต่อ

แนวทางดูแลก่อนและหลังทำหัตถการในช่องปากควรทำอย่างไร?

หลักการสำคัญที่สุดคือ แจ้งทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนให้ทราบทั้งสองฝ่ายก่อนทำหัตถการใด ๆ ในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นการถอนฟัน ผ่าฟันคุด หรือฝังรากฟันเทียม

สำหรับคนที่กินยาขนาดป้องกันกระดูกพรุนทั่วไป ความเสี่ยงต่ำมาก ส่วนใหญ่ทำหัตถการได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดยาเอง

สำหรับคนที่กินยาบิสฟอสโฟเนตชนิดกินต่อเนื่องนานเกิน 4 ปี แพทย์อาจพิจารณาปรับช่วงเวลาให้เหมาะสมร่วมกับทันตแพทย์ แต่ต้องย้ำว่าการหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงเสมอไป และอาจทำให้กระดูกส่วนอื่นเปราะจนหักง่ายขึ้นแทน

สำหรับคนที่ฉีดยาดีโนซูแมบ แพทย์มักแนะนำให้จัดคิวทำหัตถการในช่วงปลายรอบการฉีด แทนการหยุดยาไปเลย เพราะการหยุดยานี้กะทันหันโดยไม่มีแผนต่อเนื่อง อาจทำให้ความหนาแน่นกระดูกลดลงเร็วและเสี่ยงกระดูกหักได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะกินยาชนิดไหน การวางแผนร่วมกันระหว่างทันตแพทย์กับแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนก่อนทำหัตถการ ปลอดภัยกว่าการตัดสินใจหยุดยาเองที่บ้านเสมอ

หลังทำหัตถการไปแล้วผลลัพธ์ส่วนใหญ่เป็นอย่างไร?

คนไข้ส่วนใหญ่ที่ได้รับการวางแผนร่วมกันระหว่างทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนก่อนทำหัตถการ แผลจะหายเป็นปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ และยังกินยากระดูกพรุนต่อเนื่องได้ตามเดิม

ภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยา ถ้าตรวจพบเร็วตั้งแต่ระยะแรก ส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการดูแลแผลและยาปฏิชีวนะได้ดี ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่

ถ้าปล่อยไว้จนลุกลามอาจต้องผ่าตัดกรอกระดูกส่วนที่ตายออก และใช้เวลารักษานานขึ้น

ถ้าไม่ดูแลเรื่องนี้อย่างเหมาะสมจะเกิดอะไรตามมา?

ถ้าปล่อยแผลในช่องปากไว้โดยไม่รักษา กระดูกขากรรไกรที่ตายอาจลุกลามเป็นบริเวณกว้างขึ้น เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน ปวดเรื้อรัง และกระทบต่อการเคี้ยวอาหาร

ในทางกลับกัน ถ้าหยุดยากระดูกพรุนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์เพื่อ "ป้องกัน" ภาวะนี้ กระดูกส่วนอื่นในร่างกายที่เปราะอยู่แล้วอาจหักซ้ำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลัง

ทั้งสองสถานการณ์นี้ป้องกันได้ ด้วยการสื่อสารและวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้น

จะป้องกันภาวะนี้ได้อย่างไรบ้าง?

• แจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังกินหรือฉีดยากระดูกพรุนอยู่ • ตรวจสุขภาพช่องปากและรักษาฟันผุหรือโรคเหงือกให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยา ถ้าเป็นไปได้ • ไม่ตัดสินใจหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุน • ดูแลสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน • งดสูบบุหรี่ และตรวจฟันปลอมที่ใส่อยู่ว่ากดเบียดเหงือกหรือไม่

ถาม: กินยากระดูกพรุนอยู่ ต้องหยุดยาก่อนถอนฟันกี่วัน

ตอบ: ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลาที่ใช้มา ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือปรึกษาแพทย์ที่ดูแลกระดูกพรุนร่วมกับทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ถาม: ถ้าฉีดยาดีโนซูแมบอยู่ ต้องเลื่อนเข็มฉีดยาก่อนถอนฟันไหม

ตอบ: แพทย์มักแนะนำให้จัดคิวถอนฟันในช่วงเวลาที่เหมาะสมของรอบการฉีดแทนการเลื่อนเข็มฉีดยาเอง เพราะการหยุดยานี้กะทันหันอาจทำให้กระดูกเปราะเร็วขึ้น

ถาม: กินยากระดูกพรุนขนาดป้องกันทั่วไป เสี่ยงขากรรไกรตายมากไหม

ตอบ: ความเสี่ยงต่ำมาก ต่างจากคนที่ต้องใช้ยาขนาดสูงรักษาโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมากระดูกซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าชัดเจน

ถาม: มีฟันผุอยู่ ควรรักษาให้เสร็จก่อนเริ่มยากระดูกพรุนไหม

ตอบ: ควรตรวจและรักษาสุขภาพช่องปากให้เรียบร้อยก่อนเริ่มยาถ้าเป็นไปได้ เพราะช่วยลดโอกาสต้องทำหัตถการฉุกเฉินระหว่างกินยาในอนาคต

ถาม: ยากลุ่มใหม่อย่างยับยั้งสเคลอโรสติน เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ด้วยหรือเปล่า

ตอบ: มีรายงานพบได้บ้างแต่น้อยกว่ายากลุ่มบิสฟอสโฟเนตและดีโนซูแมบมาก โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ใช้ร่วมกับยากลุ่มอื่นที่เพิ่มความเสี่ยง

ถ้านึกถึงใครสักคนที่กินยากระดูกพรุนอยู่แล้วกำลังกังวลเรื่องทำฟัน ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านดูได้ครับ

สิ่งที่ควรจำไว้มีอยู่ไม่กี่ข้อ กินยากระดูกพรุนแล้วต้องทำฟัน ไม่ต้องตกใจจนหยุดยาเอง บอกทันตแพทย์และแพทย์ที่ดูแลให้ครบ วางแผนร่วมกันก่อนทำหัตถการ ดูแลสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ และถ้ามีแผลไม่หายเกิน 8 สัปดาห์ให้รีบกลับมาพบแพทย์

คุณเองก็ไม่ต้องแบกความกังวลนี้คนเดียว การกินยากระดูกพรุนต่อเนื่องกับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ทำไปพร้อมกันได้ ถ้าทีมแพทย์และทันตแพทย์ของคุณสื่อสารกัน


ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

หมอเก่ง กระดูกและข้อ – ธนินนิตย์คลินิก Line: @doctorkeng โทร 081-530-3666



เอกสารอ้างอิง

[1] Fujimori M, Toriyabe Y, Sakakibara N, et al. What Affects Healing Rates in Patients Treated for Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw? J Oral Maxillofac Surg. 2024;82(11):1441-1455. https://doi.org/10.1016/j.joms.2024.06.176

[2] Ayers C, Kansagara D, Lazur B, et al. Effectiveness and Safety of Treatments to Prevent Fractures in People With Low Bone Mass or Primary Osteoporosis. Ann Intern Med. 2023;176(2):182-195. https://doi.org/10.7326/M22-0684

[3] Beth-Tasdogan NH, Mayer B, Hussein H, et al. Interventions for managing medication-related osteonecrosis of the jaw. Cochrane Database Syst Rev. 2022;7:CD012432. https://doi.org/10.1002/14651858.CD012432.pub3

[4] Black DM, Rosen CJ. Clinical Practice. Postmenopausal Osteoporosis. N Engl J Med. 2016;374(3):254-262. https://doi.org/10.1056/NEJMcp1513724

[5] Khan AA, Morrison A, Hanley DA, et al. Diagnosis and management of osteonecrosis of the jaw: a systematic review and international consensus. J Bone Miner Res. 2015;30(1):3-23. https://doi.org/10.1002/jbmr.2405


เอกสารอ้างอิง

  1. Fujimori, et al. What Affects Healing Rates in Patients Treated for Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw? The Role of Operative Therapy and Other Clinical Factors. (2024). J Oral Maxillofac Surg. PMID: 39013476. DOI: 10.1016/j.joms.2024.06.176

  2. Ayers, et al. Effectiveness and Safety of Treatments to Prevent Fractures in People With Low Bone Mass or Primary Osteoporosis: A Living Systematic Review and Network Meta-analysis for the American College of Physicians. (2023). Ann Intern Med. PMID: 36592455. DOI: 10.7326/M22-0684

  3. Beth-Tasdogan, et al. Interventions for managing medication-related osteonecrosis of the jaw. (2022). Cochrane Database Syst Rev. PMID: 35866376. DOI: 10.1002/14651858.CD012432.pub3

  4. Black, Rosen. Clinical Practice. Postmenopausal Osteoporosis. (2016). N Engl J Med. PMID: 26789873. DOI: 10.1056/NEJMcp1513724

  5. Khan, et al. Diagnosis and management of osteonecrosis of the jaw: a systematic review and international consensus. (2015). J Bone Miner Res. PMID: 25414052. DOI: 10.1002/jbmr.2405


📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ กินยากระดูกพรุน (บิสฟอสโฟเนต หรือ ดีโนซูแมบ) อยู่ ต้องหยุดยาก่อนถอนฟันจริงไหม