มีเครื่องมือขององค์การอนามัยโลกที่สามารถบอกได้ว่า กระดูกคุณมีโอกาสหักในอีก 10 ปีข้างหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่หลายคนยังไม่รู้ว่ามันมีอยู่
เครื่องมือประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก 10 ปี — คุณควรรู้ก่อนกระดูกจะบอก
ทุกวันนี้แพทย์ออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) มีเครื่องมือชื่อว่า FRAX (Fracture Risk Assessment Tool) ซึ่งพัฒนาโดยองค์การอนามัยโลก ใช้อยู่ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เครื่องมือนี้ไม่ได้วัดความหนาแน่นกระดูก แต่ทำสิ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันคำนวณว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณมีโอกาสกระดูกหักกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ข้อมือ หรือไหล่
สิ่งที่น่าสังเกตคือ หลายคนรู้ตัวว่ากระดูกมีปัญหาก็ต่อเมื่อกระดูกหักไปแล้ว กระดูกพรุนไม่มีอาการเจ็บปวด ไม่บอกล่วงหน้า ไม่ทำให้รู้สึกอ่อนแอ จนกว่าจะล้มหรือเกิดแรงกระแทกเล็กน้อย แล้วกระดูกก็หักไป FRAX คือเครื่องมือที่ช่วยรู้ความเสี่ยงก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น
ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอายุมากกว่า 50 ปี หรือผ่านวัยหมดประจำเดือนมาแล้ว บทความนี้อาจเป็นสิ่งที่ควรอ่านครับ
คุณป้าอายุ 58 ปี หมดประจำเดือนมาได้ 8 ปีแล้ว ชีวิตประจำวันปกติดี เดินได้ ทำงานบ้านได้ ไม่มีอาการปวดที่ผิดปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจมาตลอด คือแม่ของเธอเคยกระดูกสะโพกหักตอนอายุ 72 ปี หลังจากนั้นนอนติดเตียง และไม่นานก็เสียชีวิต
เธอไม่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงแบบเดียวกันหรือเปล่า ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร และไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน วันนั้นเธอตัดสินใจมาพบแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ไม่ใช่เพราะมีอาการ แต่เพราะอยากรู้
แพทย์ซักประวัติอย่างละเอียด และใช้ FRAX คำนวณความเสี่ยงจากข้อมูลของเธอทั้งหมด ผลที่ออกมาบอกความเสี่ยงกระดูกหักในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงพอที่แพทย์บอกว่าต้องวางแผนดูแลอย่างจริงจัง เธอออกจากห้องตรวจวันนั้นพร้อมกับแผนในมือ และความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอรู้แล้วว่าต้องทำอะไรต่อ
ก่อนจะเข้าใจว่า FRAX ทำงานอย่างไร เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมกระดูกถึงพรุนและทำไมมันถึงอันตราย
ลองนึกภาพโครงสร้างอาคาร ด้านในไม่ได้เป็นก้อนทึบ แต่เป็นโครงร่างแบบรังผึ้ง ถ้ารูโปร่งมากขึ้น ผนังบางลง โครงสร้างก็ยุบได้แม้ไม่มีแรงกระแทกมาก กระดูกของเราก็เป็นแบบเดียวกัน ด้านในมีโครงข่ายแบบรังผึ้ง ถ้าโครงข่ายนั้นบางและห่างลง ความแข็งแรงของกระดูกก็ลดลงตามไปด้วย
ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องกระดูก โดยช่วยชะลอการสลายของมวลกระดูก เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับเอสโตรเจนลดฮวบ กระดูกเริ่มสลายเร็วกว่าที่ร่างกายสร้างขึ้นมาทดแทน ในช่วง 5-10 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน มวลกระดูกอาจลดลงถึง 2-3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ปัญหาคือกระดูกพรุนไม่เจ็บปวด ไม่มีสัญญาณเตือน จึงรู้ตัวช้ามาก FRAX คือเครื่องมือที่ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าก่อนที่กระดูกจะหัก โดยใช้ข้อมูลส่วนตัวของคุณมาคำนวณ
กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับการต้องนอนโรงพยาบาลนาน การฟื้นตัวที่ช้า และความเสี่ยงต่อสุขภาพโดยรวมที่เพิ่มขึ้น เป็นภาวะที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ การรู้ความเสี่ยงล่วงหน้าจึงมีความสำคัญ
FRAX หรือ Fracture Risk Assessment Tool คือเครื่องมือที่พัฒนาโดยองค์การอนามัยโลก (WHO — World Health Organization) ผ่านมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันใช้ในกว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลสถิติการหักของกระดูกในประชากรไทยเป็นฐานการคำนวณ
FRAX คำนวณโอกาสกระดูกหักใน 4 ตำแหน่งหลักในอีก 10 ปีข้างหน้า ได้แก่ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ข้อมือ และกระดูกต้นแขนส่วนบน (บริเวณไหล่) แสดงผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น "ความเสี่ยงกระดูกสะโพกหัก 6% ใน 10 ปีข้างหน้า"
ข้อมูลที่แพทย์จะถามเพื่อกรอกลงใน FRAX มีดังนี้
อายุ / เพศ / น้ำหนักและส่วนสูง เพื่อคำนวณดัชนีมวลกาย
เคยกระดูกหักจากเหตุเล็กน้อยไหม เช่น ล้มระดับพื้นราบแล้วกระดูกหัก ซึ่งบ่งบอกว่ากระดูกอาจอ่อนแอกว่าที่ควรจะเป็น
พ่อหรือแม่เคยกระดูกสะโพกหักไหม เพราะมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่ส่งต่อได้
สูบบุหรี่ไหม และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมากกว่า 3 แก้วต่อวันไหม
เป็นโรครูมาตอยด์ (ข้ออักเสบรูมาตอยด์) ไหม
กินยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องนานไหม เช่น ยาพรีดนิโซโลน
มีโรคที่ทำให้กระดูกบางได้ไหม เช่น เบาหวานชนิดที่ 1 โรคตับเรื้อรัง โรคต่อมไทรอยด์บางชนิด หรือโรคไตเรื้อรัง
นอกจากนี้ ถ้ามีผลการตรวจความหนาแน่นกระดูก (BMD — Bone Mineral Density T-score) จากการตรวจ DXA (Dual-energy X-ray Absorptiometry) (วัดความหนาแน่นกระดูกด้วยรังสีเอกซ์พลังงานต่ำ) อยู่แล้ว สามารถใส่ข้อมูลนั้นเพิ่มเพื่อให้ผลแม่นยำยิ่งขึ้น แต่ถ้ายังไม่มีผล DXA ก็ใช้ FRAX ได้เลยครับ
ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงกระดูกหักสูงขึ้น มีดังนี้
• อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว เพราะการลดลงของเอสโตรเจนทำให้กระดูกสูญเสียมวลเร็วขึ้น
• มีประวัติกระดูกหักจากเหตุเล็กน้อย เช่น ล้มจากที่ยืนแล้วกระดูกหัก หรือพ่อแม่เคยกระดูกสะโพกหัก ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงทางพันธุกรรม
• สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 3 หน่วยต่อวันเป็นประจำ เพราะทั้งสองอย่างทำลายมวลกระดูกโดยตรง
• ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง เช่น ยาพรีดนิโซโลนตั้งแต่ 5 มิลลิกรัมขึ้นไปนานกว่า 3 เดือน หรือเป็นโรครูมาตอยด์
• น้ำหนักน้อยหรือดัชนีมวลกายต่ำ หรือมีโรคที่ส่งผลต่อคุณภาพกระดูก เช่น โรคตับเรื้อรัง โรคต่อมไทรอยด์ หรือโรคไต
การใช้ FRAX เริ่มจากแพทย์ซักประวัติปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดอย่างละเอียด จากนั้นกรอกข้อมูลลงในเว็บไซต์ FRAX ที่ frax.shef.ac.uk โดยเลือก "Thailand" เป็นประเทศ เพื่อให้ระบบใช้ข้อมูลสถิติกระดูกหักของคนไทยในการคำนวณ
ผลที่ออกมาจะแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น "ความเสี่ยงกระดูกสะโพกหัก 6% ใน 10 ปีข้างหน้า" และ "ความเสี่ยงกระดูกหักตำแหน่งสำคัญ 12% ใน 10 ปีข้างหน้า"
ถ้ามีผลการตรวจความหนาแน่นกระดูก (BMD DXA) อยู่แล้ว สามารถใส่ค่า T-score เพิ่มเพื่อเพิ่มความแม่นยำ แต่ถ้ายังไม่มี ก็ใช้ FRAX ได้เลย งานวิจัยพบว่าในหลายกรณีผลการจัดกลุ่มความเสี่ยงไม่ต่างกันมาก แพทย์จะสั่งตรวจ DXA เพิ่มเติมเมื่อผล FRAX อยู่ในโซนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเพื่อตัดสินใจ ไม่ใช่ตรวจทุกคนโดยอัตโนมัติ
แนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ FRAX คำนวณได้
หลายคนที่รู้ผล FRAX แล้วเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ บอกว่าการรู้ตัวเลขนั้นทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่รอให้กระดูกหักก่อนแล้วค่อยทำอะไร
ถ้าความเสี่ยงต่ำ แพทย์มักแนะนำการปรับพฤติกรรม ได้แก่ กินอาหารที่มีแคลเซียม เสริมวิตามินดี ออกกำลังกายแบบรับน้ำหนัก และฝึกการทรงตัวเพื่อป้องกันการล้ม พร้อมติดตามผลเป็นระยะ
ถ้าความเสี่ยงปานกลางถึงสูง แพทย์อาจพิจารณายาเพิ่มความแข็งแรงกระดูก เช่น กลุ่ม bisphosphonate (ยาที่ลดการสลายกระดูก อาทิ alendronate หรือ risedronate) หรือยาอื่นขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละคน โดยทั่วไปแนวทางที่ใช้อยู่พิจารณาจากความเสี่ยงกระดูกหักตำแหน่งสำคัญตั้งแต่ 20% ขึ้นไป หรือความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักตั้งแต่ 3-5% ขึ้นไปใน 10 ปี แต่ตัวเลขนี้อาจปรับตามบริบทของแต่ละคนและดุลยพินิจของแพทย์
ในกรณีที่กระดูกหักไปแล้ว เช่น กระดูกสะโพกหัก อาจต้องผ่าตัดใส่เหล็กหรือข้อสะโพกเทียม ซึ่งในสถานการณ์นั้นการผ่าตัดคือการรักษาที่จำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก เป้าหมายของ FRAX คือช่วยป้องกันกระดูกหักครั้งแรกหรือครั้งต่อไปก่อนที่จะถึงจุดนั้น
โรคกระดูกพรุนดูแลได้ถ้ารู้เร็ว ยารักษากระดูกพรุนในปัจจุบันสามารถลดความเสี่ยงกระดูกหักได้ในหลายกรณี และหลายคนที่รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็สามารถรักษาคุณภาพชีวิตและความเป็นอิสระในการดูแลตัวเองไว้ได้
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน บางคนใช้ยาแล้วค่าความหนาแน่นกระดูกดีขึ้น บางคนต้องติดตามผลต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้สถานะของตัวเองและวางแผนร่วมกับแพทย์ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีเวลาวางแผนและมีทางเลือกมากขึ้นครับ
ถ้าปล่อยให้กระดูกพรุนดำเนินต่อไปโดยไม่ดูแล สิ่งที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับการต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน การฟื้นตัวที่ช้า และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพโดยรวมที่เพิ่มขึ้น
กระดูกสันหลังยุบซ้ำๆ ทำให้หลังค่อม ความสูงลดลง และปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
คนที่กระดูกหักครั้งแรกไปแล้วมีโอกาสกระดูกหักซ้ำสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในปีแรกหลังกระดูกสันหลังยุบ ซึ่งเรียกว่า "การยุบซ้ำต่อเนื่อง"
สิ่งที่ทำได้เพื่อดูแลกระดูกในระยะยาว
• กินอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต ผักใบเขียวเข้ม เต้าหู้แข็ง และรับวิตามินดีจากแสงแดดช่วงเช้าพอเหมาะ ราว 15-20 นาทีต่อวัน
• ออกกำลังกายแบบรับน้ำหนัก เช่น เดิน เต้นรำ ยืนย่อเข่าเบาๆ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกและรักษามวลกระดูก
• ฝึกการทรงตัวและป้องกันการล้ม เช่น โยคะ ไทชิ จัดบ้านให้ปลอดภัย ติดราวจับในห้องน้ำ และหลีกเลี่ยงการเดินในพื้นที่มืดหรือลื่น
• หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์มากเกิน เพราะทั้งสองทำลายมวลกระดูกโดยตรงและลดการดูดซึมแคลเซียม
• ตรวจสุขภาพกระดูกตามวาระ โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
ถาม: FRAX ต่างจากการตรวจ DXA (วัดความหนาแน่นกระดูก) อย่างไร? ตอบ: DXA วัด "ความหนาแน่นของกระดูก ณ ขณะนั้น" ส่วน FRAX ประเมิน "โอกาสที่กระดูกจะหักใน 10 ปีข้างหน้า" โดยใช้ข้อมูลหลายด้านรวมกัน ทั้งสองมีบทบาทต่างกัน ใช้ร่วมกันได้ และแพทย์มักใช้ทั้งสองอย่างเสริมกันในกรณีที่จำเป็น
ถาม: ถ้าไม่มีผล DXA จะใช้ FRAX ได้ไหม? ตอบ: ได้ครับ FRAX สามารถคำนวณได้โดยไม่ต้องมีผล DXA งานวิจัยพบว่าในหลายกรณีผลการจัดกลุ่มความเสี่ยงไม่ต่างกันมาก แต่ถ้ามีผล DXA จะช่วยเพิ่มความแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ความเสี่ยงอยู่ในโซนที่ต้องตัดสินใจว่าจะรักษาหรือไม่
ถาม: ถ้า FRAX บอกว่าความเสี่ยงสูง แปลว่ากระดูกหักแน่นอนไหม? ตอบ: ไม่ใช่ครับ ตัวเลขความเสี่ยงบอกว่า "ในคนที่มีลักษณะคล้ายกับคุณ มีโอกาสกระดูกหักในอีก 10 ปีกี่เปอร์เซ็นต์" ไม่ได้บอกว่าจะหักหรือไม่หักในรายบุคคล แต่ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจว่าควรเริ่มป้องกันหรือรักษาตั้งแต่เมื่อไหร่
ถาม: ผู้ชายต้องตรวจ FRAX ด้วยไหม? ตอบ: ด้วยครับ กระดูกพรุนไม่ได้เกิดเฉพาะผู้หญิง ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปหรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ใช้ยาสเตียรอยด์นาน สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มาก ก็ควรได้รับการประเมิน FRAX เช่นกัน
ถาม: ต้องทำ FRAX บ่อยแค่ไหน? ตอบ: โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาทำซ้ำทุก 1-2 ปีในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรืออยู่ระหว่างการติดตามผลการรักษา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน
แล้วคุณล่ะครับ เคยได้รับการประเมิน FRAX บ้างไหม? หรือมีคนในครอบครัวที่คิดว่าควรได้รับการตรวจ — คอมเมนต์บอกได้เลย
• FRAX คือเครื่องมือขององค์การอนามัยโลกที่คำนวณโอกาสกระดูกหักใน 10 ปีข้างหน้าจากข้อมูลส่วนตัวของคุณ
• ไม่จำเป็นต้องมีผล DXA ก็ใช้ FRAX ได้ — แต่ถ้ามีจะแม่นยำขึ้น
• ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีทางเลือกในการป้องกัน — ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงยา
• ไม่ใช่แค่ผู้หญิงหมดประจำเดือน — ผู้ชายที่มีปัจจัยเสี่ยงก็ควรประเมิน
• การประเมินความเสี่ยงก่อน คือการดูแลตัวเองที่ฉลาดที่สุด
กระดูกที่แข็งแรงในวันนี้ คือสิ่งที่ช่วยให้คุณยืนอยู่เคียงข้างคนที่คุณรักได้ในวันข้างหน้า การรู้ความเสี่ยงของตัวเองไม่ใช่เรื่องน่ากลัว — มันคือก้าวแรกของการดูแลตัวเองอย่างชาญฉลาดครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
-
Leslie, Burrell, Morin. Fracture Risk Assessment in the 2023 Osteoporosis Canada Guideline. (2025). Can Assoc Radiol J. PMID: 39797546. DOI: 10.1177/08465371241307945
-
Imamudeen, et al. Management of Osteoporosis and Spinal Fractures: Contemporary Guidelines and Evolving Paradigms. (2022). Clin Med Res. PMID: 35478096. DOI: 10.3121/cmr.2021.1612
-
Camacho, et al. AMERICAN ASSOCIATION OF CLINICAL ENDOCRINOLOGISTS/AMERICAN COLLEGE OF ENDOCRINOLOGY CLINICAL PRACTICE GUIDELINES FOR THE DIAGNOSIS AND TREATMENT OF POSTMENOPAUSAL OSTEOPOROSIS-2020 UPDATE. (2020). Endocr Pract. PMID: 32427503. DOI: 10.4158/GL-2020-0524SUPPL
-
Schini, et al. An overview of the use of the fracture risk assessment tool (FRAX) in osteoporosis. (2024). J Endocrinol Invest. PMID: 37874461. DOI: 10.1007/s40618-023-02219-9
-
Tan, et al. Assessment of fracture risk with FRAX and FRAXplus. (2024). Gac Med Mex. PMID: 39832324. DOI: 10.24875/GMM.24000107
-
Khan. Management of bone loss due to endocrine therapy during cancer treatment. (2023). Osteoporos Int. PMID: 36656338. DOI: 10.1007/s00198-023-06672-3
-
Kanis, et al. Algorithm for the management of patients at low, high and very high risk of osteoporotic fractures. (2020). Osteoporos Int. PMID: 31720707. DOI: 10.1007/s00198-019-05176-3
-
El-Hajj Fuleihan, et al. Worldwide Fracture Prediction. (2017). J Clin Densitom. PMID: 28734709. DOI: 10.1016/j.jocd.2017.06.008
-
Kanis, et al. FRAX Update. (2017). J Clin Densitom. PMID: 28732576. DOI: 10.1016/j.jocd.2017.06.022
#กระดูกพรุน #FRAX #ความเสี่ยงกระดูกหัก #กระดูกสะโพกหัก #ออสทีโอโพโรซิส #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกและข้อ #สุขภาพกระดูก #ประเมินความเสี่ยง #วิตามินดี
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ เครื่องมือประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก 10 ปี

