Tarlov Cyst เจอจาก MRI...ใช่สาเหตุของปวดหลังจริงไหม หรือแค่บังเอิญ?
"หมอคะ หนูไปตรวจ MRI มา แล้วเขาบอกว่ามีก้อนที่เรียกว่า Tarlov Cyst อยู่ที่กระดูกก้นกบ น่ากลัวไหมคะ? มันเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังหนูหรือเปล่า?"
เป็นคำถามจากคนไข้หญิงอายุประมาณ 40 ปี ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังมาหลายเดือน
เมื่ออ่านผล MRI แล้วเจอคำว่า "Tarlov Cyst" หลายคนก็ตกใจ เพราะฟังดูเหมือนเป็นก้อนเนื้องอก หรือสิ่งผิดปกติในไขสันหลัง
หมอเลยอยากเล่าให้ฟังครับว่า...จริง ๆ แล้ว "Tarlov Cyst" เป็นเรื่องที่เจอได้บ่อยกว่าที่คิด และไม่จำเป็นต้องน่ากลัวเสมอไปครับ
Tarlov Cyst คืออะไร?
Tarlov Cyst หรือชื่อเต็มว่า "Perineural cyst" คือ ถุงน้ำเล็ก ๆ ที่พบบริเวณรากประสาทไขสันหลัง โดยเฉพาะที่บริเวณกระเบนเหน็บ หรือ sacrum (บริเวณก้นกบ)
ถุงนี้มีของเหลวคล้าย ๆ น้ำหล่อสมองไขสันหลัง (CSF) อยู่ภายใน
บางคนมีหลายถุง บางคนมีแค่ 1 ถุง และส่วนใหญ่มีขนาดเล็กไม่ถึง 1 ซม.
เป็นเรื่องผิดปกติไหม?
Tarlov Cyst ถือเป็นถุงน้ำที่ "พบโดยบังเอิญ" ใน MRI ได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ตรวจหลังจากมีอาการปวดหลังเรื้อรัง
แต่ในความเป็นจริง...มีคนจำนวนมากที่มีถุงนี้อยู่โดยไม่เคยมีอาการอะไรเลย
ดังนั้น การพบถุงนี้ ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคร้าย หรือเป็นสาเหตุของอาการเสมอไปครับ
แล้วมันทำให้ปวดหลังได้ไหม?
คำตอบคือ... "ได้ แต่ไม่บ่อย"
ส่วนใหญ่ Tarlov Cyst ไม่ทำให้เกิดอาการ
แต่ในบางรายที่ถุงมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในตำแหน่งที่ไปกดเบียดเส้นประสาท อาจทำให้เกิดอาการเช่น:
-
ปวดหลังล่าง
-
ร้าวลงขา
-
ชา หรืออ่อนแรงบางส่วน
-
ปวดก้นกบเวลานั่งนาน ๆ
-
หรือในบางกรณีอาจมีปัญหาขับถ่ายหรือการควบคุมปัสสาวะผิดปกติ
แต่ต้องย้ำว่า...อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ "น้อยมาก" เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่มี Tarlov Cyst จริง ๆ
จะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังหรือไม่?
-
ตำแหน่งของถุงน้ำต้องสัมพันธ์กับอาการ เช่น ถ้าปวดร้าวลงขาขวา แต่ถุงอยู่ด้านซ้าย ก็มักไม่ใช่
-
ขนาดของถุงน้ำ – ถ้ามีขนาดเล็กมาก (ไม่ถึง 1 ซม.) และไม่มีลักษณะกดเบียดเส้นประสาทในภาพ MRI ก็มักไม่ใช่สาเหตุหลัก
-
อาการต้องเฉพาะเจาะจง – เช่น ปวดแบบเส้นประสาทอักเสบ ชาแปล๊บ หรือขาอ่อนแรงร่วมด้วย
-
ต้องตัดสาเหตุอื่น ๆ ออกก่อน – เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน, ข้อต่ออักเสบ หรือกล้ามเนื้อเกร็งตัว
แนวทางการรักษาเป็นอย่างไร?
ในกรณีที่ Tarlov Cyst ไม่ได้ก่ออาการ:
-
ไม่ต้องรักษาอะไรครับ แค่ติดตามอาการก็พอ
-
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือดูดน้ำออก เพราะเสี่ยงมากกว่าผลดี
แต่ถ้ามั่นใจว่าถุงนี้เป็นสาเหตุของอาการจริง:
-
อาจเริ่มจากการรักษาแบบประคับประคอง เช่น ยาแก้ปวด การทำกายภาพบำบัด
-
ในบางรายที่รุนแรงมาก อาจพิจารณาการฉีดยาชาหรือยาสเตียรอยด์เข้าไปบริเวณรากประสาทที่ถูกกดทับ โดยใช้ ultrasound หรือ fluoroscope นำทาง
-
การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย และต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังเท่านั้น
หมอสรุปให้นะครับ
การเจอ Tarlov Cyst ใน MRI ไม่ได้แปลว่าเป็นต้นเหตุของอาการปวดหลังเสมอไป
คนส่วนใหญ่ที่พบถุงนี้ ไม่มีอาการ และไม่จำเป็นต้องทำอะไร
แต่ถ้ามีอาการชัดเจน และตำแหน่งถุงสัมพันธ์กับอาการ หมอจะช่วยประเมินอย่างละเอียด และเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดให้ครับ
อย่าเพิ่งตกใจเมื่อเห็นคำว่า Tarlov Cyst เพราะในหลาย ๆ กรณี มันเป็นแค่ "ของแถม" ที่ไม่ได้ก่อปัญหาอะไรเลยครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#TarlovCystคืออะไร #ปวดหลังเรื้อรัง #ตรวจMRIเจอถุงน้ำ #หมอกระดูก #หมอเก่งกระดูกและข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: หมอคะ หนูไปตรวจ MRI แล้วเจอ Tarlov Cyst ต้องน่ากลัวไหมคะ?
A: Tarlov Cyst เป็นถุงน้ำที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่ไม่น่ากลัว ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุของอาการเสมอไปครับ
Q: ถ้าเจอ Tarlov Cyst แล้วปวดหลัง มันเป็นเพราะถุงน้ำนี้แน่นอนใช่ไหมคะ?
A: การเจอ Tarlov Cyst ไม่ได้แปลว่ามันเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังเสมอไปครับ ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมด้วย
Q: Tarlov Cyst ทำให้ปวดหลังได้จริงหรือคะ?
A: ได้ครับ แต่ในบางรายที่ถุงมีขนาดใหญ่ หรือไปกดเบียดเส้นประสาทเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยครับ
Q: ถ้าเจอ Tarlov Cyst แล้วไม่ปวด ต้องทำอะไรไหมคะ?
A: ในกรณีที่ Tarlov Cyst ไม่ได้ก่ออาการ ส่วนใหญ่ไม่ต้องรักษาอะไรครับ แค่ติดตามอาการก็เพียงพอ
Q: จะรู้ได้อย่างไรว่า Tarlov Cyst เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังหนูจริงๆ?
A: ต้องดูว่าตำแหน่งของถุงน้ำสัมพันธ์กับอาการหรือไม่ ขนาดของถุงน้ำ และต้องตัดสาเหตุอื่น ๆ ของอาการปวดหลังออกไปก่อนครับ

