ปวดหลังร้าวลงขาซ้าย แบบจี๊ด ๆ ตามแนวข้างขา คืออะไร? เกิดจากอะไร? และต้องดูแลอย่างไร
หลายคนมีอาการคล้ายกันนี้—ปวดหลังตึง ๆ ร้าวลงขาซ้ายด้านข้าง บางครั้งจี๊ดเสียวเหมือนเส้นกระตุกบริเวณเหนือข้อเท้า แต่ไม่ได้ปวดตลอดเวลา อาการแบบนี้ทำให้หลายคนกังวลมากว่า “เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นไหม?” หรือ “เกิดจากนั่งทำงานทั้งวันหรือเปล่า?” วันนี้หมอจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายครับ
อาการของคุณเข้าข่ายอะไร?
จากที่เล่ามา อาการ ปวดหลังตึง + ปวดร้าวลงขาซ้ายด้านข้าง + เจ็บแบบจี๊ดเหนือข้อเท้า เป็นอาการที่มักเกี่ยวข้องกับ เส้นประสาทสันหลังระดับ L5 ซึ่งควบคุมด้านข้างต้นขา น่อง และหลังเท้าครับ
อาการที่บอกว่าอาจเป็นเส้นประสาทถูกกด ได้แก่
-
ปวดร้าวเป็นเส้นจากหลัง → สะโพก → ต้นขา → ข้างน่อง → หลังเท้า
-
เจ็บจี๊ดเฉียบพลันเหมือนไฟช็อตเป็นครั้งคราว
-
ปวดมากขึ้นเวลานั่งนาน ก้ม หรือขับรถนาน ๆ
-
ดีขึ้นเวลายืน เดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถ
ถ้าใช่แบบนี้ ส่วนใหญ่มักยังไม่รุนแรง และมาจากท่าทางและพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันครับ
ทำไมถึงปวด? เกิดจากอะไร?
หมอขออธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ นะครับ
1) นั่งทำงานทั้งวัน
เวลานั่งนาน ๆ โดยเฉพาะนั่งหลังงอ หรือนั่งเอนตัวไปหน้า หมอนรองกระดูกจะถูกกดตลอด ทำให้มัน บวม นูน หรือระคายเส้นประสาท ได้
2) ขับรถนาน
เวลาขับรถ กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและสะโพกจะเกร็งค้างเป็นเวลานาน ทำให้
-
เส้นประสาทถูกดึงรั้ง
-
กล้ามเนื้ออักเสบเฉพาะจุด
-
อาการปวดร้าวเป็นครั้งคราว
3) กล้ามเนื้อสะโพกตึงมาก
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกลุ่ม gluteus medius และ piriformis หากตึงมากจะกดเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าวลงขาได้
4) หมอนรองกระดูกเสื่อมตามวัย
แม้ยังไม่ถึงขั้น “ปลิ้น” แต่ถ้าเสื่อมบางส่วนแล้ว ก็ทำให้ปวดเป็น ๆ หาย ๆ เมื่อใช้งานหนัก
แล้วอันตรายไหม?
ส่วนใหญ่ ไม่อันตราย แต่ควรระวังหากมีอาการต่อไปนี้:
-
เดินกระดกข้อเท้าไม่ขึ้น (เท้าตก)
-
ชาหรืออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
-
ปวดจนทนไม่ได้ หรือปวดกลางคืนจนหลับไม่ได้
ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องพบแพทย์ครับ แต่จากที่เล่า ดูเป็นกลุ่มอาการระดับเบาถึงกลางที่รักษาได้
วินิจฉัยอย่างไร?
แพทย์มักตรวจดังนี้:
- ตรวจร่างกายดูเส้นประสาท
เช่น ยกขาตรง, ทดสอบแรงเท้า, เช็คการรับความรู้สึกผิวหนัง
- เอกซเรย์
เพื่อดู alignment และความเสื่อมของข้อ
- MRI (ถ้าจำเป็น)
ใช้กรณีอาการไม่ดีขึ้นภายใน 4–6 สัปดาห์ หรือสงสัยหมอนรองกระดูกทับเส้นจริง ๆ
ต้องรักษาอย่างไร?
หมอแนะนำเป็นลำดับดังนี้ครับ
✔️ 1) ปรับท่านั่งทันที (สำคัญที่สุด)
-
นั่งหลังตรง ใช้พนักพิง
-
เก้าอี้ต้องสูงพอดี เท้าแตะพื้นเต็ม
-
ห้ามนั่งไขว่ห้าง
-
ลุกเดินยืดเส้นทุก 30–45 นาที
✔️ 2) ยืดกล้ามเนื้อที่หลัง–สะโพกทุกวัน
โดยเฉพาะท่าเหล่านี้
-
ยืดกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง
-
ยืด piriformis
-
ยืดเอ็นหลังขา ทำช้า ๆ วันละ 5–10 นาทีพอครับ
✔️ 3) ประคบอุ่นบริเวณที่ตึง
ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ
✔️ 4) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาลดอักเสบ (ถ้าจำเป็น)
แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อให้ช่วงอาการกำเริบรุนแรงดีขึ้น
✔️ 5) กายภาพบำบัด
ช่วยมากในกรณีที่มีอาการร้าวลงขาบ่อย ๆ เพราะเน้นการทำให้
-
เส้นประสาทลื่นตัวดีขึ้น
-
กล้ามเนื้อรอบหลัง–สะโพกแข็งแรง
พยากรณ์โรค
อาการแบบนี้ส่วนใหญ่มัก ดีขึ้นใน 2–6 สัปดาห์ หากปรับพฤติกรรมและบริหารถูกต้อง แต่ถ้ายังนั่งผิดท่า ทำงานหนัก ไม่พัก หรือขับรถนาน อาจเป็น ๆ หาย ๆ ครับ
การป้องกันคือหัวใจหลักของอาการกลุ่มนี้
หมออยากบอกว่า…
อาการของคุณเข้ากับกลุ่มเส้นประสาทระคายเคืองระดับเริ่มต้น ซึ่งไม่อันตรายและรักษาให้ดีขึ้นได้จริง เพียงแค่เริ่มปรับท่านั่ง ลุกเดินบ่อยขึ้น และยืดเบา ๆ ทุกวัน อาการปวดจี๊ดและปวดร้าวลงขามักลดลงชัดเจนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #ปวดร้าวลงขา #เส้นประสาทถูกกด #นั่งทำงานนาน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพหลัง #ดูแลตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการปวดหลังร้าวลงขาซ้ายแบบนี้ เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ?
A: ในหลายกรณี อาการนี้อาจเกิดจากการกดทับเส้นประสาท แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกันค่ะ
Q: ถ้าปวดแบบนี้ ต้องไปหาหมอเลยไหมคะ?
A: หากมีอาการปวดรุนแรง เดินลำบาก หรือมีอาการชามากขึ้นเรื่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยค่ะ
Q: นั่งทำงานนานๆ แล้วปวดแบบนี้ จะหายเองไหมคะ?
A: อาการมักจะดีขึ้นได้หากปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองอย่างถูกต้องค่ะ
Q: ต้องกินยาตลอดเลยหรือเปล่าคะ?
A: การใช้ยาจะพิจารณาตามความเหมาะสมของอาการ และมักใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายค่ะ
Q: ถ้าทำกายภาพบำบัด จะช่วยให้หายขาดเลยไหมคะ?
A: กายภาพบำบัดสามารถช่วยบรรเทาอาการและเสริมสร้างความแข็งแรงได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ

