หลายคนที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแล้วคิดว่าตัวเองทำ MRI ไม่ได้อีกต่อไปตลอดชีวิต และกังวลว่าจะมีปัญหาใหญ่ทุกครั้งที่ต้องผ่านสนามบิน ทั้งสองเรื่องนี้ — ความเชื่อส่วนใหญ่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
สิ่งที่ผู้มีข้อเข่าเทียมควรรู้ก่อนทำ MRI และเดินทางทางเครื่องบิน
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแล้ว จะทำ MRI ได้ไหม? และสนามบินเครื่องดักโลหะจะดังไหม?
คุณป้าวัย 67 ปีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าสำเร็จได้ 8 เดือน ร่างกายฟื้นตัวได้ดี เดินคล่องขึ้นมาก และวันนี้ครอบครัวชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันครั้งแรกหลังผ่าตัด
แต่คืนก่อนเดินทาง เธอนอนไม่หลับ
นึกถึงเครื่องดักโลหะที่สนามบิน กลัวว่าจะดัง กลัวถูกหน่วงไว้ กลัวทำให้ครอบครัวลำบาก
และยิ่งกังวลขึ้นอีก เมื่อรู้ว่าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า แพทย์จะนัดทำ MRI ตรวจอาการหัวเข่าข้างที่ยังไม่ได้ผ่าตัด เธอสงสัยว่าข้อเทียมที่อยู่ในร่างกายจะเป็นปัญหาหรือเปล่า
ความกังวลเหล่านี้พบบ่อยมากในผู้ที่มีข้อเข่าเทียม และคำตอบที่ถูกต้องจะทำให้ใจสบายขึ้นได้มาก
สิ่งที่หลายคนเชื่อมาตลอดว่า "มีข้อเทียมแล้วทำ MRI ไม่ได้เลย" นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน
ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่ส่วนใหญ่ได้รับการรับรองว่า "ทำ MRI ได้ภายใต้เงื่อนไข" ซึ่งเรียกว่า MRI-conditional — หมายความว่าทำได้ แต่ต้องเตรียมตัวให้ถูกวิธีและแจ้งทีมรังสีล่วงหน้า
เรื่องสนามบินก็เช่นกัน เครื่องดักโลหะอาจดัง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาทางการแพทย์ และจัดการได้ง่ายๆ ด้วยการเตรียมเอกสารที่ถูกต้อง
เพื่อให้เข้าใจชัดขึ้น ขอเล่าให้ฟังว่าข้อเทียมทำงานอย่างไร และทำไมถึงมีผลกับ MRI และสนามบิน
ข้อเข่าเทียมทำจากโลหะพิเศษ เช่น โคบอลต์-โครเมียม (Cobalt-chromium) หรือไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งแข็งแรง ทนทาน และร่างกายยอมรับได้ดี
เครื่อง MRI ทำงานโดยใช้สนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ — ไม่ใช่รังสีเหมือนเอกซเรย์ แต่เป็นแรงแม่เหล็กที่ทำให้อะตอมในร่างกายสั่น แล้วสร้างภาพออกมา
โลหะในข้อเทียมมีปฏิสัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กใน MRI — แต่ข้อเทียมสมัยใหม่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัยและไม่ขยับเมื่ออยู่ในเครื่อง MRI ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ทีมรังสีจะปรับเทคนิคพิเศษเพื่อลดสัญญาณรบกวนจากโลหะ ทำให้ได้ภาพที่ชัดและใช้งานได้จริง
ส่วนเครื่องดักโลหะที่สนามบินทำงานต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เครื่องเหล่านี้ใช้สนามไฟฟ้าตรวจจับโลหะ ดังนั้นโลหะในข้อเทียมจึงอาจทำให้เครื่องดัง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามีอันตราย และไม่ได้ทำร้ายข้อเทียมแต่อย่างใด
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ผู้มีข้อเทียมหลายคนยังไม่รู้ ทั้งที่รู้แล้วจะรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ข้อเข่าเทียม หรือ Total Knee Replacement (TKR) คือการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าที่เสื่อมด้วยข้อเทียมโลหะและพลาสติก ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ชิ้นโลหะส่วนกระดูกต้นขา ชิ้นโลหะส่วนกระดูกหน้าแข้ง และแผ่นพลาสติกพิเศษที่ทำหน้าที่เหมือนกระดูกอ่อน
วัสดุโลหะที่ใช้ทำข้อเทียมแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่น ข้อที่ต้องรู้สำหรับการทำ MRI คือ
• ข้อเทียมสมัยใหม่ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม MRI-conditional — ทำ MRI ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ความแรงสนามแม่เหล็กที่เหมาะสม
• ต้องแจ้งทีมรังสีทุกครั้งก่อนทำ MRI เพื่อให้เขาตรวจสอบข้อมูลข้อเทียมและปรับการตั้งค่าให้เหมาะสม
• CT scan และเอกซเรย์ทั่วไป ทำได้ปกติ ไม่มีข้อห้าม และมักใช้ตรวจติดตามผลหลังผ่าตัดเป็นประจำ
ปัจจัยที่ต้องระวัง:
• ข้อเทียมที่ผ่าตัดมานานมาก อาจไม่มีข้อมูลการทดสอบ MRI ของรุ่นนั้น
• ไม่มีบัตรประจำตัวข้อเทียม ทำให้ทีมรังสีไม่ทราบรายละเอียดที่จำเป็น
• ผู้ที่มีอุปกรณ์อื่นในร่างกายด้วย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ต้องตรวจสอบแยกต่างหาก
• การไม่แจ้งทีมรังสีก่อนทำ MRI อาจทำให้ได้ภาพที่ไม่ชัดเพราะไม่ได้ใช้เทคนิคที่เหมาะสม
เมื่อแพทย์สั่งทำ MRI ขั้นตอนสำคัญคือ แจ้งแพทย์ผู้สั่งตรวจและทีมรังสีว่ามีข้อเข่าเทียม พร้อมบอกยี่ห้อและรุ่นถ้าทราบ จากนั้นทีมรังสีจะตรวจสอบข้อมูลและปรับการตั้งค่าให้เหมาะสม รวมถึงเลือกเทคนิคพิเศษที่ช่วยลดสัญญาณรบกวนจากโลหะ ทำให้ได้ภาพที่ชัดขึ้นมาก
สิ่งที่ควรพกติดตัวเมื่อไปทำ MRI หรือเดินทางทางเครื่องบิน:
• บัตรประจำตัวข้อเทียม (Implant card) — แพทย์ผู้ผ่าตัดมักออกให้หลังผ่าตัด ระบุยี่ห้อ รุ่น ข้อมูลสำคัญ
• เอกสารหรือจดหมายจากแพทย์ที่ระบุว่ามีข้อเทียมชนิดใดอยู่ในร่างกาย
แนวทางการตรวจและเดินทางเมื่อมีข้อเข่าเทียมมีดังนี้
สำหรับ MRI นั้น ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่ส่วนใหญ่ทำ MRI ได้ภายใต้เงื่อนไข แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าเสมอ ทีมรังสีจะใช้เทคนิคพิเศษที่ช่วยลดสัญญาณรบกวนจากโลหะ ทำให้ได้ภาพที่ใช้ประโยชน์ได้ดี
สำหรับ CT scan นั้นทำได้ปกติ ไม่มีข้อห้าม มักใช้ประเมินการยึดตัวของข้อเทียม ตรวจมุมการวางชิ้นส่วน หรือหาสัญญาณกระดูกหักรอบข้อเทียม
สำหรับเอกซเรย์ทั่วไปก็ปลอดภัยเช่นกัน และมักใช้ติดตามผลหลังผ่าตัดเป็นประจำทุกปี
สำหรับสนามบินนั้น เครื่องดักโลหะจะดังในผู้ที่มีข้อเข่าเทียมเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่ควรทำคือแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเดินผ่านเครื่อง และแสดงบัตรประจำตัวข้อเทียมหรือเอกสารจากแพทย์ เพื่อให้การตรวจเพิ่มเติม (ถ้ามี) ดำเนินได้รวดเร็วและราบรื่น
ข้อเทียมสมัยใหม่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด รวมถึงการทำ MRI และการเดินทางโดยเครื่องบิน ผู้ที่มีบัตรประจำตัวข้อเทียมและแจ้งทีมรังสีล่วงหน้า มักสามารถทำ MRI ได้โดยไม่มีปัญหา ส่วนที่สนามบิน แม้เครื่องอาจดัง แต่กระบวนการตรวจสอบเพิ่มเติมมักใช้เวลาไม่นาน และไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกายหรือข้อเทียม
ถ้าไม่เตรียมตัวหรือไม่แจ้งทีมรังสีก่อนทำ MRI อาจทำให้ภาพที่ได้มีสัญญาณรบกวนจากโลหะมาก วินิจฉัยได้ยาก และอาจต้องทำซ้ำ ซึ่งเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ส่วนที่สนามบิน ถ้าไม่มีเอกสารพร้อม อาจต้องรอการตรวจสอบนานขึ้น และทำให้รู้สึกเครียดโดยไม่จำเป็น
วิธีป้องกันและเตรียมตัว:
• พกบัตรประจำตัวข้อเทียม (Implant card) ติดตัวไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางหรือทำการตรวจ
• แจ้งแพทย์และทีมรังสีทุกครั้งที่ต้องทำการตรวจใดๆ ว่ามีข้อเทียม
• บันทึกข้อมูลยี่ห้อและรุ่นของข้อเทียมไว้ในโทรศัพท์หรือถ่ายรูปบัตรเก็บไว้
• ถ้าไม่มีบัตร ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่ผ่าตัดเพื่อขอเอกสารรับรอง
• ก่อนเดินทางทางเครื่องบิน ควรขอเอกสารจากแพทย์ผู้ผ่าตัดที่ระบุว่ามีข้อเทียมชนิดใด
ถาม: มีข้อเข่าเทียมแล้ว ทำ MRI ได้เลยไหม ไม่ต้องบอกใคร? ตอบ: ไม่ควรทำโดยไม่แจ้งครับ ต้องบอกทีมรังสีก่อนเสมอ เพื่อให้เขาตรวจสอบว่าข้อเทียมรุ่นที่ใช้ปลอดภัยกับ MRI และปรับเทคนิคให้เหมาะสม จะได้ภาพที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่ามาก
ถาม: เครื่องดักโลหะที่สนามบินจะดังไหม? ตอบ: ในหลายกรณีจะดังครับ เพราะโลหะในข้อเทียมถูกตรวจจับได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล แนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเดินผ่านเครื่อง และแสดงเอกสารหรือบัตรประจำตัวข้อเทียม
ถาม: ถ้าไม่มีบัตรประจำตัวข้อเทียมจะทำอย่างไร? ตอบ: ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ผ่าตัดได้เลยครับ ขอเอกสารรับรองหรือขอให้แพทย์เขียนจดหมายระบุว่ามีข้อเทียม พร้อมระบุชนิดและรุ่น หรือถ่ายรูปเอกสารเก็บไว้ในโทรศัพท์ก็ได้
ถาม: CT scan และเอกซเรย์ทำได้ไหมหลังผ่าตัดเข่า? ตอบ: ทำได้ปกติครับ ไม่มีข้อห้าม CT scan และเอกซเรย์ใช้รังสีเอกซ์ ไม่ใช่สนามแม่เหล็ก จึงไม่มีปฏิสัมพันธ์กับข้อเทียม และมักใช้ตรวจติดตามผลหลังผ่าตัดเป็นประจำ
ถาม: ข้อเทียมจะขยับหรือร้อนจากสนามแม่เหล็กใน MRI ไหม? ตอบ: ข้อเทียมสมัยใหม่ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ขยับภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และอาจมีความร้อนเล็กน้อยสะสมในบริเวณโลหะ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องแจ้งทีมรังสีเสมอ เพื่อให้เขาปรับการตั้งค่าให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
แล้วคุณล่ะครับ เคยกังวลเรื่อง MRI หรือสนามบินหลังผ่าตัดไหม? คอมเมนต์บอกได้เลยครับ
สรุปสิ่งสำคัญที่ต้องจำ:
• ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่ส่วนใหญ่ทำ MRI ได้ภายใต้เงื่อนไข — แต่ต้องแจ้งทีมรังสีก่อนเสมอ
• CT scan และเอกซเรย์ทั่วไปปลอดภัย ทำได้ตามปกติ ไม่มีข้อห้าม
• เครื่องดักโลหะที่สนามบินอาจดัง แต่ไม่ใช่เรื่องอันตราย — แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนและแสดงเอกสาร
• สิ่งที่ต้องพกติดตัวเสมอคือบัตรประจำตัวข้อเทียม (Implant card)
• ความวิตกกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ และแก้ได้ด้วยการเตรียมตัวที่ถูกต้อง
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับความกังวลเหล่านี้ครับ หลายคนที่มีข้อเทียมมีคำถามเดียวกัน และส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงทำ MRI และเดินทางได้ เพียงแค่รู้วิธีเตรียมตัว เพื่อที่จะดูแลตัวเองและใช้ชีวิตได้เต็มที่กับคนที่คุณรัก
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการทำ MRI และการเดินทางสำหรับผู้มีข้อเข่าเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
[1] Tomar L, et al. MRI for an Acute Secondary Site Complication in Post-arthroplasty Management: Narrative Review of Safety Concerns for an Implanted Hip and Knee Joint. Cureus. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35317045/
[2] Koff MF, et al. Clinical implementation of MRI of joint arthroplasty. American Journal of Roentgenology. 2014. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24951209/
[3] Mödinger Y, et al. Magnetic Resonance Safety Evaluation of a Novel Alumina Matrix Composite Ceramic Knee and Image Artifact Comparison to a Metal Knee Implant of Analogous Design. Arthroplasty Today. 2023. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37521740/

