อยู่ตรงหน้าเอกสารยินยอมผ่าตัด แต่ยังไม่เข้าใจว่าข้อเข่าที่จะใส่นั้นมีกี่แบบ และแบบไหนกันแน่ที่เหมาะกับตัวเอง 🤔

ป้าอรพิน อายุ 68 ปี นัดผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในอีก 2 สัปดาห์ หมอบอกว่ามี implant ให้เลือกหลายแบบ แต่ไม่รู้จะถามว่าอะไร ลูกสาวเปิด internet ค้นจนดึกดื่น เจอข้อมูลหลายอย่างที่ขัดแย้งกัน จนสุดท้ายก็ยังไม่มั่นใจว่า ที่หมอเลือกให้นั้น... ใช่สำหรับแม่จริงๆ ไหม 💭

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจข้อเข่าเทียมแต่ละชนิด เพื่อพูดคุยกับแพทย์ได้มั่นใจขึ้น ก่อนวันที่สำคัญนั้น


ทำไมผู้ป่วยสองคนผ่าตัดข้อเข่าเทียมต่างชนิดกัน แต่ผลลัพธ์กลับไม่แตกต่าง


ราคาแพงกว่า ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป

เวลาพูดถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement) หลายคนคิดอัตโนมัติว่า ยิ่งเลือก implant ราคาสูง ยิ่งฟื้นตัวเร็ว ยิ่งเดินได้นาน ความเชื่อนี้ฟังดูสมเหตุสมผล แต่งานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยหลายหมื่นคนทั่วโลกกลับพบว่า ผลลัพธ์ด้านการใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง implant แต่ละประเภท

แล้วความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ตรงไหน และเราจะตัดสินใจอย่างไรให้ถูกต้องกับตัวเอง


กาลครั้งหนึ่ง ป้าอรพิน อายุ 68 ปี เป็นแม่บ้านชาวเชียงใหม่ที่ชอบเดินตลาด ไปวัดกับหลาน และนั่งคุยกับเพื่อนบ้านทุกเย็น ชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มอยู่เสมอ

ทุกวัน เธอต้องจับราวบันไดแน่นแม้แค่จะขึ้น 5 ขั้น เข่าซ้ายบวมและเจ็บจนนอนหลับยาก ยืนทำอาหารนานๆ ก็ไม่ไหวอีกแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง แพทย์บอกว่าข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ของเธอถึงระยะสุดท้ายแล้ว การรักษาอื่นๆ ไม่ตอบสนองอีกต่อไป ถึงเวลาที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement)

เพราะเหตุนั้น สิ่งที่หายไปจากชีวิตของเธอคือความเป็นอิสระ ต้องฝากลูกสาวไปตลาดแทน ไม่ได้ไปวัดมาเกือบหนึ่งปี และรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นภาระของลูกหลาน

เพราะเหตุนั้น เธอลังเล ไม่ใช่เพราะกลัวการผ่าตัด แต่เพราะไม่เข้าใจว่า implant ที่แพทย์แนะนำนั้นคืออะไร ต่างจากแบบอื่นอย่างไร และจะคงทนได้นานแค่ไหน ลูกสาวเปิด internet ค้นจนดึกก็ยิ่งสับสน เจอข้อมูลที่บอกว่า "แบบนี้ดีที่สุด" สลับกับ "แบบนั้นทนกว่า" จนไม่รู้จะเชื่ออะไร

จนในที่สุด เธอนำคำถามทุกข้อมาถามแพทย์โดยตรง และได้รับคำอธิบายชัดเจนว่า implant แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร และที่สำคัญกว่า ทำไมแพทย์ถึงเลือกแบบนี้ให้เธอโดยเฉพาะ

และตั้งแต่นั้นมา ป้าอรพินผ่าตัดเรียบร้อย ปัจจุบันเดินไปตลาดได้เองอีกครั้ง ขึ้นบันไดวัดได้โดยไม่ต้องจับราว และกลับมานั่งคุยกับเพื่อนบ้านทุกเย็นเหมือนเดิม ชีวิตที่หายไปนานเกือบหนึ่งปีกลับมาแล้ว


หลายคนไม่รู้ว่า ข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement) ที่แพทย์ใส่เข้าไปนั้นไม่ได้มีแบบเดียว และที่สำคัญกว่านั้น ความแตกต่างของแต่ละแบบไม่ได้อยู่ที่ "ดี-ไม่ดี" แต่อยู่ที่ "เหมาะกับใคร"

ลองนึกภาพข้อเข่าเทียมเป็นเหมือนรองเท้าผ้าใบ แต่ละคู่ทำจากวัสดุและดีไซน์ที่ต่างกัน บางแบบพื้นแข็ง บางแบบพื้นยืดหยุ่น แต่ถ้าทุกคู่ผ่านการทดสอบมาดีและใส่ให้พอดีเท้า ทุกคู่ก็พาคุณเดินถึงจุดหมายได้เหมือนกัน

ข้อเข่าเทียมมีสามแบบหลักที่แพทย์ใช้ในปัจจุบัน

แบบแรกคือ แบบพื้นผิวคงที่ (Fixed Bearing) ชิ้นส่วนพลาสติกถูกยึดแน่นกับฐานโลหะไม่ขยับ โครงสร้างเรียบง่าย แข็งแกร่ง และมีผลการใช้งานระยะยาวกว่า 20 ปีที่พิสูจน์มาแล้ว เป็นแบบที่แพทย์ทั่วโลกใช้มากที่สุด

แบบที่สองคือ แบบพื้นผิวหมุนได้ (Rotating Platform หรือ Mobile Bearing) พลาสติกด้านล่างสามารถหมุนได้เล็กน้อย ทฤษฎีบอกว่าช่วยลดการสึกหรอในระยะยาวและซ่อมแซมชิ้นส่วนในอนาคตได้ง่ายกว่า แต่ต้องการความแม่นยำในการผ่าตัดสูงกว่า

แบบที่สามคือ แบบ Medial Pivot ที่ออกแบบให้เลียนแบบการเคลื่อนไหวของข้อเข่าธรรมชาติมากที่สุด โดยจุดหมุนหลักอยู่ที่ด้านในของเข่า มีการอ้างว่าช่วยให้ความรู้สึกของเข่าเป็นธรรมชาติกว่าในผู้ป่วยบางราย

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ เมื่อนักวิจัยรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมาก พบว่าในแง่ผลลัพธ์การใช้ชีวิตจริง เดินได้ไหม เจ็บปวดลดลงไหม คุณภาพชีวิตดีขึ้นไหม ทั้งสามแบบให้ผลที่ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ


ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ระยะสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อกระดูกอ่อนที่คลุมผิวข้อสึกหมด กระดูกสองชิ้นต้องเสียดสีกันโดยตรง ทำให้ปวดมากแม้ในขณะพัก บวมเรื้อรัง และขาโก่งหรืองอผิดรูป

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement) คือการตัดผิวกระดูกที่เสียหายออก แล้วครอบด้วยชิ้นส่วนโลหะ โดยมีแผ่นพลาสติกโพลิเอทิลีน (Polyethylene) วางระหว่างกลาง ทำหน้าที่เป็นตัวรับแรงกระแทกแทนกระดูกอ่อนเดิม

โครงสร้างหลักของข้อเข่าเทียมประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ ส่วนครอบกระดูกต้นขา ส่วนครอบกระดูกหน้าแข้ง และแผ่นพลาสติกที่อยู่ระหว่างกลาง บางรายอาจมีการเปลี่ยนผิวกระดูกสะบ้า (Patella Resurfacing) ร่วมด้วย ซึ่งการตัดสินใจในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ป่วยแต่ละรายและดุลพินิจของศัลยแพทย์

ความแตกต่างของ implant แต่ละชนิดส่วนใหญ่อยู่ที่แผ่นพลาสติกนี้ว่าถูกยึดแน่น (Fixed) หรือขยับได้ (Mobile) และรูปทรงของชิ้นส่วนโลหะที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของเข่าธรรมชาติในระดับที่ต่างกัน


ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อมและอาจนำไปสู่การผ่าตัดในที่สุด

• อายุ ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป กระดูกอ่อนเริ่มเสื่อมตามธรรมชาติและซ่อมแซมตัวเองได้น้อยลงเรื่อยๆ • น้ำหนักตัวเกิน แต่ละกิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นเพิ่มแรงกดบนเข่าหลายเท่าตัวเมื่อเดินหรือลงบันได • ประวัติบาดเจ็บข้อเข่า เช่น เอ็นฉีก กระดูกหัก หรือกระดูกอ่อนแตก ทำให้ข้อเสื่อมเร็วกว่าปกติ • พันธุกรรม หากพ่อแม่หรือพี่น้องมีข้อเสื่อม ความเสี่ยงของเราสูงกว่าคนทั่วไป • การใช้งานซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น งานที่ต้องนั่งยองๆ คุกเข่า หรือยกของหนักเป็นประจำ


กระบวนการวินิจฉัยก่อนตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเริ่มจากการซักประวัติ แพทย์จะถามถึงระยะเวลาที่ปวด ลักษณะความเจ็บปวด สิ่งที่ทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง และการรักษาที่ผ่านมาทั้งหมด

การตรวจร่างกาย แพทย์ประเมินช่วงการเคลื่อนไหวของเข่า ความมั่นคงของเอ็น การบวม ระดับความเจ็บปวด และลักษณะการเดินที่อาจผิดปกติ

เอกซเรย์ (X-ray) ขณะยืนรับน้ำหนักเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ช่วยดูระดับการสึกของข้อ ความแคบของช่องข้อ และการงอผิดรูปของขา

อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ใช้ดูน้ำในข้อ การอักเสบของเนื้อเยื่ออ่อน และสภาพของเอ็นรอบข้อ

การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ใช้ในกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระดูกอ่อน เอ็น หรือโครงสร้างภายในอื่นๆ ที่การเอกซเรย์ไม่สามารถมองเห็นได้


สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อม แนวทางรักษาเริ่มจากวิธีที่ไม่ผ่าตัดก่อนเสมอ เพราะเป้าหมายแรกคือให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ผ่านตัวเลขในฟิล์มเอกซเรย์

ขั้นแรกคือการปรับน้ำหนักตัว ฝึกออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบเข่า และทำกายภาพบำบัด ซึ่งช่วยลดแรงกดบนข้อและบรรเทาอาการได้ดีในระยะแรก

ยารับประทาน เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาแก้ปวด paracetamol ช่วยควบคุมความเจ็บปวดในชีวิตประจำวัน

การฉีดเข้าข้อ เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) เพื่อหล่อลื่นข้อ หรือเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม ช่วยชะลอการดำเนินโรคและลดปวดได้ในผู้ป่วยบางราย

เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง

ถ้าการรักษาโดยไม่ผ่าตัดทุกวิธีแล้วไม่ได้ผล ข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้ายที่เห็นในเอกซเรย์ว่ากระดูกชนกัน เจ็บปวดรุนแรงจนกระทบกิจกรรมประจำวัน และผู้ป่วยพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นคือเวลาที่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

เมื่อตัดสินใจผ่าตัด แพทย์จะเลือก implant ที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยพิจารณาจากอายุ ระดับกิจกรรม น้ำหนักตัว สภาพกระดูก และเทคนิคที่ศัลยแพทย์ชำนาญ ปัจจัยเหล่านี้สำคัญต่อการเลือก implant มากกว่าราคาของ implant เอง


ผลลัพธ์ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในปัจจุบันดีมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่าความเจ็บปวดลดลงอย่างชัดเจนและคุณภาพชีวิตดีขึ้นหลังผ่าตัด

ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 15–25 ปี ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใหม่ในช่วงชีวิตที่เหลือ

การฟื้นตัวหลังผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มเดินได้ภายใน 1–2 วัน กลับบ้านได้ภายใน 3–5 วัน และกลับสู่กิจกรรมประจำวันได้ภายใน 6–12 สัปดาห์ โดยต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องควบคู่กัน

ข้อเข่าเทียมไม่ "เป็นซ้ำ" แบบโรคเดิม แต่อาจมีการสึกหรอตามกาลเวลา ถ้าจำเป็นในอนาคตสามารถผ่าตัดแก้ไข (Revision) หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนบางส่วนได้


เมื่อข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้ายดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเป็นเรื่องที่ควรรู้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

กล้ามเนื้อขาฝ่อลีบลงเรื่อยๆ เพราะเจ็บจนไม่กล้าเคลื่อนไหว ยิ่งทำให้ข้อไม่มั่นคงและเดินได้ยากขึ้น

ความเจ็บปวดเรื้อรังที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ อารมณ์ และสุขภาพโดยรวม

การชดเชยการเดินเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด อาจทำให้ข้อสะโพก เข่าอีกข้าง และหลังส่วนล่างรับภาระมากขึ้นตามมา

ข้อมูลเหล่านี้มีไว้เพื่อช่วยให้เข้าใจภาพรวม ไม่ใช่เพื่อกดดัน การตัดสินใจที่ดีที่สุดคือการพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับชีวิตของแต่ละคน


วิธีดูแลสุขภาพเข่าเพื่อชะลอการเสื่อมในระยะยาว

• ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ลดแรงกดบนเข่าในทุกก้าวที่เดิน • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) และกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา (Hamstrings) อย่างสม่ำเสมอ • เลือกรองเท้าที่รองรับอุ้งเท้าและลดแรงกระแทก หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือพื้นแข็ง • ระมัดระวังการนั่งยองๆ คุกเข่า หรือขึ้น-ลงบันไดซ้ำๆ โดยไม่จำเป็น • พบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการปวดเข่าที่ไม่หายภายใน 2–3 สัปดาห์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะต้น


ถาม: ข้อเข่าเทียมแบบแพงกว่า ดีกว่าจริงไหม?

ตอบ: ราคาของ implant ไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับผลลัพธ์การรักษา งานวิจัยพบว่าข้อเข่าเทียมทั้งสามชนิดหลักให้ผลด้านการเดิน ความเจ็บปวด และคุณภาพชีวิตที่ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่สำคัญกว่าราคาคือความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายและประสบการณ์ของศัลยแพทย์

ถาม: แบบ Rotating Platform ดีกว่า Fixed Bearing ไหม?

ตอบ: ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน แบบพื้นผิวคงที่ (Fixed Bearing) เรียบง่าย ทนทาน และมีผลระยะยาวที่พิสูจน์มาแล้วกว่า 20 ปี ส่วนแบบพื้นผิวหมุนได้ (Rotating Platform) ลดการสึกหรอของพลาสติกในทางทฤษฎีและอาจซ่อมแซมชิ้นส่วนในอนาคตได้ง่ายกว่า แต่ต้องการความแม่นยำในการผ่าตัดสูงกว่า โดยรวมผลลัพธ์ทางคลินิกไม่ต่างกัน

ถาม: ต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใหม่อีกไหม?

ตอบ: ข้อเข่าเทียมปัจจุบันมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 15–25 ปี ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและระดับกิจกรรม ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ในช่วงชีวิตที่เหลือ แต่ถ้าจำเป็นในอนาคต การผ่าตัดแก้ไข (Revision) ก็ทำได้โดยเปลี่ยนเฉพาะชิ้นส่วนที่สึกหรอ

ถาม: กายภาพบำบัดหลังผ่าตัดสำคัญแค่ไหน?

ตอบ: สำคัญมาก ทัดเทียมกับการเลือก implant ที่เหมาะสม กายภาพบำบัดช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้เต็มที่ กล้ามเนื้อรอบข้อแข็งแรง และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยที่ทำกายภาพบำบัดอย่างจริงจังมักได้ผลลัพธ์ดีกว่าผู้ที่ไม่ทำ แม้จะใช้ implant ชนิดเดียวกัน

ถาม: หลังผ่าตัดจะกลับมาออกกำลังกายได้ไหม?

ตอบ: ได้ครับ กิจกรรมที่แนะนำ ได้แก่ การเดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และกอล์ฟ กิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูงอย่างการวิ่งหรือกีฬาที่ต้องกระโดดไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วกว่ากำหนด


เป็นข้อมูลที่หลายคนยังไม่รู้ ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ ส่งต่อให้คนที่ห่วงใยได้ครับ

สิ่งสำคัญที่ควรจำ

• ข้อเข่าเทียมมีสามแบบหลัก ได้แก่ แบบพื้นผิวคงที่ (Fixed Bearing), แบบพื้นผิวหมุนได้ (Rotating Platform), และแบบ Medial Pivot ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน • งานวิจัยพบว่าผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตของทั้งสามแบบไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ • การเลือก implant ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ อายุ น้ำหนัก ระดับกิจกรรม และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ ไม่ใช่ราคา • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเมื่อการรักษาอื่นๆ ไม่ตอบสนองและข้อเสื่อมถึงระยะสุดท้ายแล้ว • กายภาพบำบัดหลังผ่าตัดมีความสำคัญไม่น้อยกว่าชนิดของ implant ต่อผลลัพธ์ในระยะยาว

ถ้าคุณหรือคนที่รักกำลังเผชิญกับการตัดสินใจเรื่องนี้ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวครับ ผู้ป่วยหลายพันคนผ่านความสับสนและความกังวลแบบเดียวกันมาก่อน และพวกเขาก็ผ่านมันได้ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและการพูดคุยกับแพทย์อย่างเปิดใจ

ความเข้าใจที่ถูกต้องคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เพราะการตัดสินใจที่ดีไม่ได้มาจากการเลือก implant ที่แพงที่สุด แต่มาจากการพูดคุยกับแพทย์อย่างมีข้อมูล เพื่อตัวเองและเพื่อคนที่รักคุณครับ


*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากมีอาการหรือข้อสงสัย กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) — ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก เชียงใหม่ Line: @doctorkeng | โทร 081-530-3666*



เอกสารอ้างอิง

  1. Ennis, et al. Patellofemoral Arthroplasty. (2023). J Am Acad Orthop Surg. PMID: 37364255. DOI: 10.5435/JAAOS-D-23-00022

  2. Nair, et al. Anthropometric Comparison between Indian and Arabian Knees with Respect to Total Knee Replacement. (2022). J Knee Surg. PMID: 32838458. DOI: 10.1055/s-0040-1715101

  3. Lynch, et al. Influence of component design on in vivo tibiofemoral contact patterns during kneeling after total knee arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. (2021). Knee Surg Sports Traumatol Arthrosc. PMID: 32242268. DOI: 10.1007/s00167-020-05949-y

  4. Johal, et al. Unicompartmental Knee Arthroplasty: The Past, Current Controversies, and Future Perspectives. (2018). J Knee Surg. PMID: 29514367. DOI: 10.1055/s-0038-1625961

  5. Vaienti, et al. Understanding the human knee and its relationship to total knee replacement. (2017). Acta Biomed. PMID: 28657560. DOI: 10.1007/978-3-662-55918-5

  6. Dall'Oca, et al. Evolution of TKA design. (2017). Acta Biomed. PMID: 28657559

  7. Oehler, Schmidt, Niemeier. [Total Joint Replacement and Return to Sports]. (2016). Sportverletz Sportschaden. PMID: 27984831

  8. Tanzer, Makhdom. Preoperative Planning in Primary Total Knee Arthroplasty. (2016). J Am Acad Orthop Surg. PMID: 26990712. DOI: 10.5435/JAAOS-D-14-00332


📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ทำไมผู้ป่วยสองคนผ่าตัดข้อเข่าเทียมต่างชนิดกัน แต่ผลลัพธ์กลับไม่แตกต่าง