ผ่าตัดหลังไปแล้ว — หมอบอกว่าสำเร็จดี แต่ตื่นมาเช้าวันต่อมา ปวดเหมือนเดิม บางทีแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

ผู้ป่วยชายวัย 54 ปี ตัดสินใจผ่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่รอคอยมาเกือบ 2 ปี ทุกคนบอกว่าผ่าตัดออกมาสวย แต่กลับบ้านได้ไม่กี่เดือน ขาก็ยังชา ปวดก็ยังไม่ลด กินยาแก้ปวดทุกวัน ทำงานไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายให้ใครเข้าใจ ไม่รู้ด้วยว่ายังมีทางเลือกอื่นอีกไหม

บทความนี้อธิบายว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้น และยังมีวิธีจัดการกับความเจ็บปวดที่หลายคนยังไม่รู้


ยังปวดหลังอยู่ทั้งที่ผ่าตัดไปแล้ว — สิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้


ถ้าคุณผ่าตัดหลังไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดยังไม่หายไป คุณเคยถามตัวเองไหมว่า "นี่มันยังรักษาได้อีกไหม หรือต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต?"

คำตอบคือ ยังมีทางเลือกอีก แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมมันถึงยังปวดอยู่


เขาเคยทำงานก่อสร้างมาตั้งแต่อายุ 30 ขนของหนักทุกวัน วันหยุดก็ยังไม่ค่อยได้พัก ชีวิตเดินหน้าต่อได้ตลอด

จนวันหนึ่งขาข้างซ้ายเริ่มชา เดินไม่ถนัด ปวดร้าวลงจากหลังลงขา เหมือนโดนไฟช็อต หมอตรวจพบว่าหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

เพราะเหตุนั้น เขาจึงตัดสินใจผ่าตัด รอบนี้จะได้หายเสียที เพราะทนมา 2 ปีแล้ว

เพราะเหตุนั้น แม้หลังผ่าตัดจะยังปวดอยู่ เขาก็พยายามบอกตัวเองว่า ต้องรอให้หายก่อน

จนในที่สุด หลายเดือนผ่านไป อาการไม่ดีขึ้น จึงกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง และนั่นคือจุดที่เขาได้รู้จักทางเลือกที่ไม่เคยรู้มาก่อน


ทำไมถึงปวดหลังอยู่ทั้งที่ผ่าตัดไปแล้ว?

ลองนึกภาพเส้นประสาทของคุณเหมือนสายไฟที่ถูกกดทับอยู่นานหลายเดือน หลายปี

ตอนที่ถูกกด สายไฟนั้นเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ระบบประสาทส่วนกลางในไขสันหลังและสมองเริ่ม "จดจำ" รูปแบบของการเจ็บปวดนั้นไว้ เปรียบเหมือนรอยกดบนฟองน้ำที่อัดแน่น แม้จะยกของออกไปแล้ว รอยมันก็ไม่ได้คืนทรงทันที

เมื่อผ่าตัดนำสิ่งที่กดทับออกไปแล้ว โครงสร้างดีขึ้น แต่ระบบประสาทที่ "จำ" การเจ็บปวดมาแสนนาน ยังส่งสัญญาณเหล่านั้นอยู่ต่อเนื่อง นักการแพทย์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "การไวต่อความเจ็บปวดเกินปกติ" (central sensitization)

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ยังปวดอยู่หลังผ่าตัด เช่น พังผืดที่ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ เส้นประสาทหลังผ่าตัด ทำให้เส้นประสาทถูกรั้งดึงเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา หรืออาจมีปัญหาที่ข้อต่อข้างเคียงที่ต้องแบกรับภาระมากขึ้นหลังผ่าตัด

สรุปง่าย ๆ คือ การผ่าตัดแก้ปัญหาที่ "โครงสร้าง" แต่ยังแก้ปัญหาที่ "ระบบประสาท" ไม่ได้ทั้งหมด นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาการถึงยังอยู่ และนี่คือจุดที่ต้องการวิธีรักษาแบบอื่น


ความรู้เบื้องต้นที่ควรรู้

อาการปวดหลังที่ยังอยู่หลังผ่าตัด มีชื่อเรียกในวงการแพทย์ว่า FBSS (Failed Back Surgery Syndrome) หรือ "กลุ่มอาการหลังผ่าตัดหลังไม่สำเร็จ" ซึ่งไม่ได้แปลว่าการผ่าตัดเกิดความผิดพลาด แต่หมายความว่าความเจ็บปวดยังคงอยู่ต่อหลังจากผ่าตัดแล้ว

เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระดูกสันหลังประมาณ 10-40 คนในทุก 100 คน อาการที่พบบ่อยได้แก่ ปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา ขาชา กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง และรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตตามแนวขา

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องในหัว และรักษาได้


ใครมีความเสี่ยงสูง?

• ผู้ที่รอนานเกินไปก่อนผ่าตัด ทำให้เส้นประสาทถูกกดนาน จนระบบประสาทเริ่มจดจำความเจ็บปวด

• ผู้ที่มีความเครียด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลก่อนผ่าตัด สภาวะเหล่านี้ทำให้ระบบประสาทไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น

• ผู้สูบบุหรี่ เพราะนิโคตินขัดขวางการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและเส้นประสาท

• ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาก เพราะกระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ทำให้ฟื้นตัวช้า

• ผู้ที่เคยผ่าตัดหลังมาหลายครั้ง เพราะพังผืดจากการผ่าตัดสะสมมากขึ้นทุกครั้ง


แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?

แพทย์จะเริ่มจากการสอบถามประวัติอย่างละเอียด อาการเริ่มเมื่อไหร่ ปวดแบบไหน ตรงไหน ร้าวลงขาหรือเปล่า ยาที่เคยกิน มีผลไหมบ้าง

จากนั้นตรวจร่างกาย ดูกำลังกล้ามเนื้อขา การรับความรู้สึก และการสะท้อนของเส้นประสาท บางครั้งอาจใช้อัลตราซาวด์ดูเส้นประสาทและพังผืด

การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) คือขั้นตอนสำคัญ เพื่อดูว่ายังมีสิ่งที่กดทับเส้นประสาทเหลืออยู่ไหม หรืออาการที่มีเกิดจากระบบประสาทที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ผลการตรวจจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น


แนวทางการรักษา — เบาไปหนัก

เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่แค่ลดปวด แต่คือการช่วยให้กลับมาทำสิ่งที่รักได้อีกครั้ง

ขั้นแรก แพทย์มักปรับยาให้เหมาะสมกับอาการปวดแบบประสาท เช่น ยาที่ช่วยลดการส่งสัญญาณผิดปกติของเส้นประสาท ร่วมกับกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูความแข็งแรงและความยืดหยุ่น

ถ้าตรงนั้นยังไม่พอ ขั้นถัดไปคือการฉีดยาเข้าในช่องไขสันหลัง เพื่อลดการอักเสบรอบเส้นประสาทโดยตรง

และสำหรับผู้ที่ลองวิธีเหล่านี้มาแล้วแต่ยังไม่ได้ผล ทางเลือกที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนที่สุดคือ "เครื่องกระตุ้นไขสันหลัง" (Spinal Cord Stimulation)

เครื่องกระตุ้นไขสันหลังทำงานโดยส่งคลื่นไฟฟ้าเบา ๆ ผ่านสายขนาดเล็กที่สอดเข้าไปในช่องว่างรอบไขสันหลัง คลื่นไฟฟ้าเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน "สัญญาณรบกวน" ที่ขัดสัญญาณเจ็บปวดก่อนที่จะเดินทางถึงสมอง ทำให้รู้สึกปวดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนใส่เครื่องถาวร แพทย์จะให้ทดลองใช้งานก่อนประมาณ 7 วัน โดยใส่สายชั่วคราวที่ถอดออกได้ทุกเมื่อ ถ้าความเจ็บปวดลดลงได้ตั้งแต่ 50% ขึ้นไประหว่างการทดลอง จึงจะพิจารณาใส่เครื่องถาวรต่อไป

เครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้ความถี่สูง (เรียกว่า HF10 หรือ 10kHz stimulation) มีข้อได้เปรียบพิเศษคือ ผู้ป่วยไม่รู้สึกซ่าจากไฟฟ้าเลย แต่ยังได้ผลลดปวดที่ดี จากงานวิจัยพบว่าในผู้ป่วยที่ปวดหลัง เครื่องรุ่นนี้ให้ผลดีกว่าเครื่องรุ่นเก่าอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่ควรรู้คือ เครื่องกระตุ้นไขสันหลังเป็นการใส่อุปกรณ์เข้าร่างกาย ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และต้องประเมินก่อนว่าเหมาะกับแต่ละคนหรือเปล่า สำหรับผู้ที่ลองวิธีอื่นมาแล้วและผลลัพธ์ไม่เพียงพอ นี่คือตัวเลือกที่คุ้มค่าต่อการหารือกับแพทย์


พยากรณ์โรค — ชีวิตจะเป็นอย่างไร?

สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดกรองมาอย่างดีและทดลองเครื่องแล้วได้ผล งานวิจัยพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้เครื่องกระตุ้นไขสันหลังสามารถลดความเจ็บปวดลงได้อย่างน้อย 50% ในระยะยาว บางรายลดได้มากกว่านั้น

หลายคนสามารถลดการใช้ยาแก้ปวดลงได้ กลับไปทำกิจกรรมที่เคยทำได้ ทั้งเดิน ออกกำลังกายเบา ๆ หรือกลับไปทำงานได้อีกครั้ง

ระยะเวลาและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงระยะเวลาที่ปวดมาก่อน ชนิดของอาการ และสภาวะสุขภาพโดยรวม การประเมินกับแพทย์จะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุดมากที่สุด


ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดอะไรขึ้น?

การปล่อยให้ปวดเรื้อรังโดยไม่จัดการส่งผลต่อชีวิตหลายด้านพร้อมกัน

การปวดเรื้อรังที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ซึ่งทำให้รู้สึกปวดรุนแรงขึ้นไปอีก เป็นวงจรที่ยากจะออก นอกจากนี้ยังส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เพราะไม่ได้ใช้งาน คุณภาพการนอนแย่ลง และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็ได้รับผลกระทบ

การพึ่งยาแก้ปวดในระยะยาวโดยไม่มีแผนการรักษาที่ชัดเจนก็เป็นความเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง


วิธีป้องกัน FBSS (ก่อนและหลังผ่าตัด)

• ผ่าตัดเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจน และไม่รีรอจนนานเกินไปหลังจากที่อาการบ่งชี้ว่าต้องผ่า เพราะเส้นประสาทที่ถูกกดนานเกินไปฟื้นตัวยากกว่า

• เลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์กับกรณีของคุณโดยเฉพาะ

• ฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัดอย่างจริงจัง ทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์แนะนำ ไม่นอนพักนิ่ง ๆ นานเกินไป

• หยุดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด เพราะนิโคตินขัดขวางการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ

• ควบคุมน้ำหนักและรักษาสุขภาพกายโดยรวม ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผ่าตัดหลังไปแล้วยังปวดอยู่ ต้องผ่าซ้ำไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป การผ่าตัดซ้ำมีหลักฐานสนับสนุนน้อยมากสำหรับกรณีปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดส่วนใหญ่ แพทย์มักประเมินก่อนว่ามีสาเหตุโครงสร้างใหม่หรือเปล่า ถ้าไม่มี ทางเลือกอื่นเช่นเครื่องกระตุ้นไขสันหลังมักมีหลักฐานดีกว่า

ถาม: เครื่องกระตุ้นไขสันหลังรู้สึกอย่างไร ใส่แล้วเจ็บไหม?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับรูปแบบเครื่อง เครื่องรุ่นเก่าอาจรู้สึกซ่าเบา ๆ บริเวณที่ปวด แต่เครื่องรุ่นใหม่อย่าง HF10 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้สึกอะไรเลย นอกจากปวดน้อยลง ส่วนขั้นตอนการใส่ใช้ยาชา ไม่ได้เจ็บมาก

ถาม: ทดลองใช้เครื่องแล้วถ้าไม่ชอบ ถอดออกได้ไหม?

ตอบ: ได้เลย ช่วงทดลอง 7 วันเป็นสายชั่วคราวที่ถอดออกได้ทันที ไม่ทิ้งร่องรอยถาวรที่ไขสันหลัง ถ้าผลไม่เป็นที่พอใจหรือปวดไม่ลดลงถึง 50% แพทย์จะถอดออกและพิจารณาทางเลือกอื่น

ถาม: หลังใส่เครื่องกระตุ้นแล้วทำ MRI ได้ไหม?

ตอบ: อุปกรณ์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ได้รับการรับรอง "MRI conditional" หมายความว่าทำ MRI ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ควรแจ้งแพทย์และช่างเทคนิคทุกครั้งก่อนทำ MRI

ถาม: แบตเตอรี่ของเครื่องอยู่ได้นานแค่ไหน?

ตอบ: แบบชาร์จไฟได้อยู่ได้ประมาณ 10-25 ปี แต่ต้องชาร์จทุกวันหรือสองวัน แบบไม่ชาร์จอยู่ได้ 2-5 ปีแล้วต้องเปลี่ยน แพทย์จะช่วยเลือกให้เหมาะกับกิจวัตรของแต่ละคน


ถ้าคุณรู้จักใครที่ผ่าตัดหลังไปแล้วแต่ยังปวดอยู่ และยังไม่รู้ว่ามีทางเลือกอื่น — ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านดูครับ

สรุปสิ่งที่ควรรู้

• ปวดหลังหลังผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนอยู่คนเดียว มีชื่อเรียกและมีวิธีรักษา

• สาเหตุหลักคือระบบประสาทที่ "จดจำ" ความเจ็บปวดไว้ แม้โครงสร้างกระดูกจะแก้ไขแล้ว

• เครื่องกระตุ้นไขสันหลังมีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนสำหรับผู้ที่ลองวิธีอื่นมาแล้วไม่ได้ผล

• ต้องทดลองใช้ 7 วันก่อนเสมอ ถ้าปวดลดลง 50% ขึ้นไปจึงใส่เครื่องถาวร

• เครื่องรุ่นใหม่ไม่รู้สึกซ่าจากไฟฟ้า และรองรับการทำ MRI ได้

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับความเจ็บปวดนี้ และมีแพทย์ที่พร้อมช่วยวางแผนกับคุณ ขอแค่เริ่มต้นด้วยการมาพูดคุยและรับการประเมินก่อนครับ


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการปวดหลังหลังผ่าตัดและการกระตุ้นไขสันหลัง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


#ปวดหลัง #ผ่าตัดหลัง #กระตุ้นไขสันหลัง #FBSS #SCS #ปวดเรื้อรัง #หมอกระดูกและข้อ #หมอเก่ง #doctorkeng #กระดูกสันหลัง #SpinalCordStimulation #FailedBackSurgerySyndrome #ปวดขา #ปวดหลังเรื้อรัง #neuromodulation #หมอนรองกระดูก #เส้นประสาท

References

  • Orhurhu VJ, Chu R, Gill J. Failed Back Surgery Syndrome. StatPearls. Updated 2023.

  • Daniell JR, Osti OL. Failed Back Surgery Syndrome: A Review Article. Asian Spine Journal. 2018;12(2):372–379.

  • Sebaaly A, Lahoud MJ, Rizkallah M, Kreichati G, Kharrat K. Etiology, Evaluation, and Treatment of Failed Back Surgery Syndrome. Asian Spine Journal. 2018;12(3):574–585.

  • Christelis N, Simpson B, Russo M, Stanton-Hicks M, Barolat G. Persistent Spinal Pain Syndrome: A Proposal for Failed Back Surgery Syndrome and ICD-11. Pain Medicine. 2021;22(4):807–818.


📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ยังปวดหลังอยู่ทั้งที่ผ่าตัดไปแล้ว