เส้นเอ็นไหล่มีอยู่ 4 เส้น แต่มีเส้นหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของไหล่โดยเฉพาะ หลายคนไม่เคยได้ยินชื่อ และเมื่อมันฉีกขาด อาการที่ตามมาก็ไม่ใช่แค่ปวดธรรมดา


ปวดไหล่ด้านหน้า ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบ — เส้นเอ็น Subscapularis ที่มักถูกมองข้าม


เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับปวดไหล่ด้านหน้า คือมีเส้นเอ็นสำคัญหนึ่งเส้นที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น ซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่แม้แต่การตรวจอัลตราซาวด์บางครั้งก็ยังพลาดได้

เส้นเอ็นนั้นชื่อว่า "Subscapularis" (ซับสแคปปูลาริส) และถ้ามันฉีกขาดโดยไม่ได้รับการดูแล อาการจะไม่ใช่แค่ปวดธรรมดา แต่คือแขนที่ค่อย ๆ อ่อนแรง จนกระทั่งกิจวัตรง่าย ๆ อย่างการสวมเสื้อหรือยกของก็กลายเป็นเรื่องยาก

คนไข้ชายอายุ 46 ปีคนหนึ่งมาพบผมหลังจากปวดไหล่ด้านหน้ามาเกือบสามเดือน

ก่อนหน้านั้น เขาเล่นแบดมินตันสัปดาห์ละสองสามครั้ง ทุก ๆ วันทำได้ปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งกลางเกม เขาพยายามสกัดลูกด้วยการหมุนแขนอย่างรวดเร็ว แล้วก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่ไหล่ด้านหน้า

สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่เกมแบดมินตัน แต่คือความมั่นใจในการยกแขน ความรู้สึกว่าไหล่มีแรง และกิจวัตรเล็ก ๆ ที่เคยทำได้โดยไม่ต้องคิด

เขาลองนวดและทานยาแก้ปวดมาสองเดือน ดีขึ้นบ้าง แต่พอพยายามบิดแขนเข้าหาตัวอย่างแรง แขนก็ยังไม่มีแรงเหมือนเดิม จนในที่สุดเขาตัดสินใจมาตรวจอย่างจริงจัง

อาการแบบนี้เกิดจากอะไร

ข้อไหล่ของเรามีเส้นเอ็นล้อมรอบอยู่ 4 เส้น เหมือน "ฝาครอบ" ที่คอยยึดกระดูกต้นแขนให้อยู่กับที่ เส้นเอ็นสามเส้นอยู่ด้านบนและด้านหลัง แต่มีเส้นเอ็นอีกเส้นหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของไหล่โดยเฉพาะ — นั่นคือ "Subscapularis"

Subscapularis ทำหน้าที่บิดแขนเข้าหาลำตัว ทุกครั้งที่คุณบิดแขนเข้าด้านใน หรือเอื้อมหยิบของด้านหลัง เส้นเอ็นนี้คือตัวที่ทำงานหลัก

ทำไมถึงฉีกขาดได้ เมื่อแขนถูกหมุนออกนอกด้วยแรงมากและรวดเร็ว เช่น ในกีฬาที่ใช้แรงที่ไหล่ หรือในผู้ที่ข้อไหล่เคยหลุดออกจากเบ้า เส้นเอ็นส่วนนี้รับแรงมากกว่าที่รับไหว รอยฉีกมักเริ่มที่ส่วนบนก่อน แล้วค่อย ๆ ลามลงมา

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นคือ Subscapularis ยังเป็นตัวคอยยึด "เส้นเอ็นหัวไหล่ยาว" (Biceps tendon) ไว้ในร่องด้วย ถ้า Subscapularis ฉีกขาด เส้นเอ็นนั้นก็ไถลออกจากตำแหน่ง เพิ่มอาการปวดเข้ามาอีกชั้น

และถ้าปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้อที่อยู่ด้านหลังเส้นเอ็นจะเริ่มถูกแทนที่ด้วยไขมัน ซึ่งทำให้รักษาได้ยากขึ้นมาก

เส้นเอ็น Subscapularis ฉีกขาดคืออะไร

Subscapularis Tear คือการฉีกขาดของเส้นเอ็นด้านหน้าของข้อไหล่ ซึ่งแตกต่างจากเส้นเอ็นไหล่ที่คนทั่วไปคุ้นเคย เพราะเมื่อพูดถึง "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" คนส่วนใหญ่มักนึกถึงด้านบนและด้านหลัง ทำให้ด้านหน้าถูกมองข้ามบ่อยกว่าที่ควร

สาเหตุหลักมี 2 รูปแบบ

แบบแรกคือเกิดจากอุบัติเหตุ ได้แก่ ข้อไหล่หลุด การหมุนแขนออกอย่างรวดเร็วและแรง หรือการล้มพยุงตัว มักพบในคนอายุน้อยหรือวัยกลางคนที่เล่นกีฬา

แบบที่สองคือเสื่อมสลายตามวัย พบในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ใช้ไหล่ซ้ำ ๆ นาน เส้นเอ็นค่อย ๆ อ่อนแอลงและฉีกเองโดยไม่มีการกระแทกชัดเจน

อาการสำคัญที่ต้องสังเกต

• ปวดบริเวณด้านหน้าของไหล่ โดยเฉพาะเวลาเอื้อมหรือบิดแขน

• แขนอ่อนแรงเมื่อพยายามบิดแขนเข้าหาตัว เช่น เวลาเปิดประตูหรือสวมเสื้อ

• รู้สึกว่าไหล่ "ไม่มั่นคง" ด้านหน้า

• ปวดมากขึ้นเวลาเอื้อมไปด้านหลัง หรือยกแขนในบางท่า

ใครมีโอกาสเกิดปัญหานี้ได้บ้าง

• อายุมากกว่า 40 ปี เพราะเส้นเอ็นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย

• เคยมีข้อไหล่หลุดออกจากเบ้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในผู้ป่วยอายุน้อย

• เล่นกีฬาที่ใช้แขนบิดหมุนซ้ำ ๆ เช่น แบดมินตัน เทนนิส ว่ายน้ำ หรือโยนลูก

• ทำงานที่ต้องยกของเหนือศีรษะเป็นประจำ

• เคยผ่าตัดหรือบาดเจ็บบริเวณไหล่มาก่อน

แพทย์วินิจฉัยได้อย่างไร

ขั้นแรก แพทย์จะซักประวัติว่าปวดเมื่อไหร่ เริ่มต้นอย่างไร มีอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ไหม และทำกิจกรรมอะไรเป็นประจำ

จากนั้นคือการตรวจร่างกายเฉพาะทาง มีการทดสอบที่ใช้บ่อย 3 อย่าง

"Bear Hug Test" คือให้วางมือข้างที่ปวดบนไหล่อีกข้างเหมือนกอดตัวเอง แล้วแพทย์จะดึงมือออก ถ้าต้านได้อ่อนกว่าปกติ หรือข้อศอกเริ่มยกขึ้น ถือเป็นสัญญาณสำคัญ การทดสอบนี้มีความไวสูงสุดในบรรดาการทดสอบทั้งหมด

"Belly Press Test" คือกดมือที่ท้อง งอข้อศอก 90 องศา แล้วกดลงไป ถ้ากดได้ไม่ดีหรือข้อศอกล้มออก บ่งชี้ว่าเส้นเอ็นฉีกมากพอสมควร

"Lift-Off Test" คือเอาหลังมือไปแตะหลัง แล้วยกมือออกจากหลัง ถ้าทำไม่ได้เลย มักหมายความว่าเส้นเอ็นฉีกขาดในระดับมาก

การทดสอบเหล่านี้มีความเฉพาะเจาะจงสูง แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่ ดังนั้นถ้าสงสัย แพทย์มักส่งตรวจภาพถ่ายเพิ่มเติมเสมอ

อัลตราซาวด์ทำได้รวดเร็วและไม่เจ็บ แต่ความแม่นยำในการตรวจจับรอยฉีกขนาดเล็กยังมีข้อจำกัด

MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คือการตรวจที่แม่นยำที่สุด เห็นทั้งขนาดรอยฉีก ทิศทาง ตำแหน่ง และระดับไขมันที่แทรกเข้าในกล้ามเนื้อ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการวางแผนรักษา

แนวทางการรักษา — เบาไปหนัก

เพราะเป้าหมายคือการให้กลับมาใช้ชีวิตได้จริง ไม่ใช่แค่ลดปวดชั่วคราว แนวทางการรักษาจึงต้องเหมาะกับสภาพของแต่ละคน

ถ้ารอยฉีกเล็กน้อยหรือเป็นเพียงบางส่วน กายภาพบำบัดมักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ ประกอบกับยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ibuprofen หรือ naproxen) เพื่อลดการอักเสบ

ถ้ารอยฉีกใหญ่ หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาแบบไม่ผ่าตัด 3 ถึง 6 เดือน การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Repair) คือคำตอบที่ถูกต้อง แพทย์จะเย็บเส้นเอ็นกลับเข้าที่ผ่านรูเล็ก ๆ โดยไม่ต้องเปิดแผลใหญ่

เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือสิ่งที่ถูกต้อง ได้แก่ รอยฉีกขนาดใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นเอ็น ผู้ป่วยอายุน้อยที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา มีเส้นเอ็น Biceps ไถลออกจากร่องร่วมด้วย หรือรอยฉีกที่เกิดจากอุบัติเหตุเฉียบพลัน

สิ่งที่ต้องรู้คือ การผ่าตัดก่อนที่ไขมันจะแทรกเข้ากล้ามเนื้อมากเกินไปจะให้ผลดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการวินิจฉัยเร็วจึงสำคัญมาก

การพยากรณ์โรค — ดีขึ้นได้ไหม

ในหลายกรณีผลการรักษาดีมาก ถ้าวินิจฉัยและรักษาได้ทันเวลา

สำหรับรอยฉีกเล็กที่รักษาด้วยกายภาพบำบัด มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในสามถึงหกเดือน

สำหรับผู้ที่ต้องผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตและออกกำลังกายได้ตามปกติ แม้อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัว 4 ถึง 6 เดือน กุญแจสำคัญคือการไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะยิ่งรอ กล้ามเนื้อยิ่งเสื่อมสภาพ และโอกาสผ่าตัดสำเร็จจะลดลง

ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา

ถ้าปล่อยให้รอยฉีกลามไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้รับการดูแล อาจเกิดปัญหาตามมาได้

• กล้ามเนื้อถูกแทนที่ด้วยไขมัน ทำให้แม้แต่ผ่าตัดแล้วกล้ามเนื้อก็ฟื้นได้ไม่เต็มที่

• แขนอ่อนแรงในการบิดเข้าหาตัวแบบถาวร

• เส้นเอ็น Biceps ไถลออกจากร่อง เพิ่มอาการปวดด้านหน้าของไหล่

• ข้อไหล่ไม่มั่นคง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตระยะยาว

วิธีดูแลและป้องกัน

• วอร์มอัพข้อไหล่อย่างน้อย 5 ถึง 10 นาทีก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

• ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังไหล่

• หลีกเลี่ยงการหมุนแขนด้วยแรงมากกะทันหัน โดยเฉพาะเมื่อร่างกายยังไม่ได้อุ่นเครื่อง

• ถ้าเคยมีข้อไหล่หลุดหรือบาดเจ็บมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพเส้นเอ็น

• เมื่อเริ่มมีอาการ อย่ารอนาน เพราะยิ่งวินิจฉัยเร็ว ยิ่งมีทางเลือกในการรักษาที่ดีกว่า

ถาม: ปวดไหล่ด้านหน้ามานาน ต้องทำ MRI ทุกคนไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นทุกคน แต่ถ้ามีอาการแขนอ่อนแรงร่วมด้วย หรือรักษาด้วยยาและกายภาพแล้วไม่ดีขึ้นใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ MRI อาจช่วยให้แพทย์เห็นขนาดและตำแหน่งรอยฉีกได้ชัดเจนกว่า ซึ่งสำคัญมากสำหรับการวางแผนรักษาที่เหมาะสม

ถาม: เส้นเอ็น Subscapularis ฉีกขาดต้องผ่าตัดทุกคนไหม?

ตอบ: ไม่เสมอไป รอยฉีกเล็กน้อยในผู้ที่ไม่มีอาการแขนอ่อนแรงมากอาจดูแลได้ด้วยกายภาพบำบัด แต่ถ้ารอยฉีกใหญ่หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาแบบอนุรักษ์ 3 ถึง 6 เดือน การผ่าตัดมักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายคน

ถาม: ผ่าตัดแล้วกลับมาเล่นกีฬาได้ไหม?

ตอบ: ในหลายกรณีได้ โดยเฉพาะถ้าผ่าตัดตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนกล้ามเนื้อเสื่อมสภาพมาก ส่วนใหญ่ใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 4 ถึง 6 เดือนก่อนกลับไปเล่นกีฬาได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาและระดับการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับขนาดรอยฉีกและสุขภาพโดยรวม

ถาม: เส้นเอ็นนี้ต่างจาก Rotator Cuff ทั่วไปยังไง?

ตอบ: Subscapularis เป็นหนึ่งในสี่ของเส้นเอ็น Rotator Cuff แต่เป็นเส้นเดียวที่อยู่ด้านหน้าของไหล่ ทำหน้าที่บิดแขนเข้าหาตัว ซึ่งต่างจากอีกสามเส้นที่อยู่ด้านบนและด้านหลัง อาการจึงต่างกัน และต้องอาศัยการตรวจเฉพาะทางในการวินิจฉัย

แล้วคุณล่ะครับ เคยรู้สึกว่าไหล่ด้านหน้าปวด หรือแขนอ่อนแรงตอนบิดเข้าหาตัวบ้างไหม คอมเมนต์บอกได้เลยครับ

สรุปสิ่งสำคัญ

• เส้นเอ็น Subscapularis อยู่ด้านหน้าของไหล่และมักถูกมองข้ามในการวินิจฉัยปัญหาไหล่

• อาการสำคัญคือปวดไหล่ด้านหน้าร่วมกับแขนอ่อนแรงเวลาบิดเข้าหาตัว

• MRI คือการตรวจที่แม่นยำที่สุดสำหรับประเมินขนาดรอยฉีกและระดับการเสื่อมของกล้ามเนื้อ

• การรักษาขึ้นอยู่กับขนาดรอยฉีก รอยเล็กอาจรักษาด้วยกายภาพ รอยใหญ่มักต้องผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง

• ยิ่งวินิจฉัยเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาให้ดีขึ้นได้มากกว่า ก่อนที่กล้ามเนื้อจะเสื่อมจนไม่สามารถฟื้นคืนได้

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการไหล่ที่ทำให้ชีวิตยากขึ้น และความเจ็บปวดไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องอดทนไปตลอด ดูแลตัวเองให้แข็งแรง เพื่อให้ยังทำสิ่งที่รัก และอยู่กับคนที่รักได้ครับ


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบาดเจ็บเส้นเอ็นข้อไหล่ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



เอกสารอ้างอิง

  1. Desmeules, et al. Rotator Cuff Tendinopathy Diagnosis, Nonsurgical Medical Care, and Rehabilitation: A Clinical Practice Guideline. (2025). J Orthop Sports Phys Ther. PMID: 40165544. DOI: 10.2519/jospt.2025.13182

  2. Lowry, et al. A Systematic Review of Clinical Practice Guidelines on the Diagnosis and Management of Various Shoulder Disorders. (2024). Arch Phys Med Rehabil. PMID: 37832814. DOI: 10.1016/j.apmr.2023.09.022

  3. Bedi, et al. Rotator cuff tears. (2024). Nat Rev Dis Primers. PMID: 38332156. DOI: 10.1038/s41572-024-00492-3

  4. Bandara, et al. Rehabilitation protocols following rotator cuff repair: a meta-analysis of current evidence. (2021). ANZ J Surg. PMID: 34582083. DOI: 10.1111/ans.17213

  5. Oh, Park, Rhee. Treatment Strategy for Irreparable Rotator Cuff Tears. (2018). Clin Orthop Surg. PMID: 29854334. DOI: 10.4055/cios.2018.10.2.119

  6. Dang, Davies. Rotator Cuff Disease: Treatment Options and Considerations. (2018). Sports Med Arthrosc Rev. PMID: 30059447. DOI: 10.1097/JSA.0000000000000207

  7. Ryösä, et al. Surgery or conservative treatment for rotator cuff tear: a meta-analysis. (2017). Disabil Rehabil. PMID: 27385156. DOI: 10.1080/09638288.2016.1198431

  8. Osborne, et al. Rotator cuff rehabilitation: current theories and practice. (2016). Phys Sportsmed. PMID: 26548634. DOI: 10.1080/00913847.2016.1108883

  9. Gombera, Sekiya. Rotator cuff tear and glenohumeral instability : a systematic review. (2014). Clin Orthop Relat Res. PMID: 24043432. DOI: 10.1007/s11999-013-3290-2

#ปวดไหล่ #SubscapularisTear #เส้นเอ็นไหล่ #RotatorCuff #ปวดไหล่ด้านหน้า #ไหล่หลุด #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ออร์โธปิดิกส์ #แขนอ่อนแรง #ไหล่บาดเจ็บ


📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ปวดไหล่ด้านหน้า ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบ