ปวดไหล่กลางดึก นอนไม่หลับ

ทั้งที่ X-ray บอกว่า "เอ็นขาด"

แต่คำถามจริงๆ คือ เอ็นขาดนั้นคือสาเหตุที่แท้จริง หรือแค่สิ่งที่เห็นในภาพ?


ปวดไหล่ในผู้สูงอายุ — ตรงไปตรงมาน้อยกว่าที่คิด
หลายคนที่ปวดไหล่วัย 70+ มาพบผมพร้อมผลการตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging — การตรวจภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ที่บอกว่าเอ็นหุ้มข้อขาด แต่บางครั้งอาการปวดที่เป็นอยู่ไม่ได้ตรงกับตำแหน่งที่ขาดเลย สิ่งนี้บอกว่าปวดไหล่ในผู้สูงอายุมีสาเหตุได้หลายอย่าง และการวินิจฉัยที่ถูกต้องคือขั้นแรกของการรักษาที่ได้ผล

ทำไมปวดไหล่ในผู้สูงอายุจึงซับซ้อน?

ข้อไหล่ประกอบด้วยกระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อหลายชั้น เมื่ออายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงตามวัยทำให้เกิดปัญหาได้หลายจุดพร้อมกัน บางครั้งสิ่งที่เห็นในภาพ MRI ไม่ใช่สาเหตุของความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริง [1]

สาเหตุที่ 1 — เอ็นหุ้มข้อไหล่ขาดหรืออักเสบ

เอ็นหุ้มข้อไหล่ (Rotator Cuff) ช่วยยกและหมุนแขน เป็นสาเหตุปวดไหล่ที่พบบ่อย [2] อาการคือปวดด้านข้างหรือด้านหน้าไหล่ เจ็บเวลายกแขน หรือปวดมากเมื่อนอนทับไหล่ข้างนั้น ในผู้สูงอายุอาจพบเอ็นขาดในภาพ MRI ทั้งที่ไม่ปวดเลยก็ได้ ดังนั้นการเห็นว่า "เอ็นขาด" ไม่ได้แปลว่าเป็นต้นเหตุของอาการเสมอไป

สาเหตุที่ 2 — ข้อไหล่เสื่อม

ข้อไหล่เสื่อม (Glenohumeral Osteoarthritis) คือกระดูกอ่อนในข้อไหล่สึกหรอ พบน้อยกว่าข้อเข่าหรือข้อสะโพก แต่เมื่อเป็นแล้วอาจเจ็บมาก [4], [6] อาการเด่นคือปวดลึกๆ ในข้อไหล่ ขยับแขนได้น้อยลงทุกทิศทาง และมีเสียงกรอบแกรบเมื่อขยับ สิ่งสำคัญคือ ภาพ X-ray ที่ดูเสื่อมมากอาจไม่ได้หมายความว่าจะปวดมากเสมอไป [5]

สาเหตุที่ 3 — ภาวะข้อไหล่เสียหายเร็วจากผลึกแคลเซียม (Milwaukee Shoulder Syndrome)

ภาวะนี้พบไม่บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิง เกิดจากผลึกแคลเซียมเล็กๆ สะสมในข้อไหล่ และมักพบร่วมกับเอ็นหุ้มข้อไหล่ขาดกว้างหลายเส้น จึงทำให้ข้อไหล่บวม ปวด และขยับได้น้อยลงเร็วผิดปกติ ต่างจากข้อไหล่เสื่อมทั่วไปที่มักค่อยๆ เป็นนานหลายปี หากอาการทรุดลงเร็วควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

สาเหตุที่ 4 — ก้อนมะเร็งในกระดูกไหล่

หัวกระดูกต้นแขนส่วนบนใกล้ข้อไหล่เป็นตำแหน่งที่มะเร็งจากอวัยวะอื่นอาจกระจายมาได้ในผู้สูงอายุ ในระยะแรกอาการอาจคล้ายปวดไหล่ธรรมดา จึงอาจวินิจฉัยช้าได้

สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง — ห้ามปล่อยผ่าน

ถ้าปวดไหล่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้ ควรพบแพทย์โดยเร็ว

  • ปวดกลางดึกรุนแรง จนต้องลุกขึ้นจากเตียง
  • ปวดไม่ดีขึ้นเลยหลังรักษา 4–6 สัปดาห์
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้ อ่อนเพลีย หรืออาการเหนื่อยผิดปกติ
  • มีประวัติมะเร็งมาก่อน

การตรวจที่ถูกต้องเมื่อมีสัญญาณผิดปกติ

แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือด ได้แก่ CBC (Complete Blood Count — การนับเม็ดเลือดสมบูรณ์), ESR (Erythrocyte Sedimentation Rate — อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง ใช้ประเมินการอักเสบ), CRP (C-reactive Protein — โปรตีนบ่งชี้การอักเสบเฉียบพลัน) เพื่อประเมินการอักเสบและค้นหาสัญญาณผิดปกติในเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจตรวจเพิ่มเติม

ทำไม X-ray หรือ MRI เพียงอย่างเดียวจึงไม่พอ

การตรวจภาพเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ต้องอ่านควบคู่กับอาการและการตรวจร่างกาย MRI อาจพบเอ็นหุ้มข้อไหล่ขาด แต่นั่นอาจไม่ใช่สาเหตุของความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจริง [1] การวินิจฉัยที่ดีจึงต้องผสมสามอย่างเข้าด้วยกัน: ฟังอาการ + ตรวจร่างกาย + ดูภาพถ่าย

แนวทางการรักษาเบื้องต้นสำหรับเอ็นหุ้มข้อไหล่และข้อไหล่เสื่อม

สำหรับเอ็นหุ้มข้อไหล่ขาดหรือข้อไหล่เสื่อมระยะแรกถึงปานกลาง การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักเป็นขั้นแรก ได้แก่ กายภาพบำบัดเพื่อเสริมกล้ามเนื้อรอบไหล่ ยาลดการอักเสบ หรือการฉีดยาตามความเหมาะสม หากเอ็นขาดกว้างหรือข้อเสื่อมรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเป็นรายบุคคล [2], [3], [4]

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

  • ปวดไหล่มานาน > 6 สัปดาห์ โดยไม่ดีขึ้น
  • ยกแขนได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
  • มีสัญญาณเตือนใดๆ ที่กล่าวข้างต้น
  • เคยรักษาที่อื่นแล้วไม่ดีขึ้น

อย่ารอจนอาการหนักก่อนค่อยมาตรวจ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อาการอาจดำเนินเร็วกว่าที่คิด

ปวดไหล่ไม่ใช่เรื่องของวัย — แต่เป็นเรื่องของสาเหตุ

ผู้สูงอายุหลายรายถูกบอกว่า "ปวดเพราะอายุมาก" แล้วไม่ได้รับการตรวจที่ละเอียดพอ แต่ความจริงคือ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ถ้ามีสาเหตุที่รักษาได้ก็ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ถ้ามีผู้สูงอายุในครอบครัวที่ปวดไหล่ โดยเฉพาะตอนกลางคืน แชร์บทความนี้ให้เขาอ่านได้เลยครับ