เด็กชายวิ่งกลับจากสนามฟุตบอล แล้วก็เดินกะเผลก

หน้าเข่าบวม กดเจ็บ บอกว่าปวดมากจนก้าวขาไม่ออก

เหมือนกับน้องชายอายุ 11 ปีที่มาพบหมอ พ่อแม่คิดว่าแค่ "ปวดจากโต" เลยรอดูอยู่หลายวัน จนเอกซเรย์แล้วถึงพบว่ามีกระดูกหน้าเข่าแตกชิ้นเล็กออกมา

บทความนี้จะบอกว่าปวดหน้าเข่าในเด็กแบบไหนต้องรีบมาพบแพทย์ และหลายเคสรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด


ปวดหน้าเข่าในเด็กวัยเรียน ไม่ได้แปลว่า "แค่ปวดจากโต" เสมอไป


คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าปวดหน้าเข่าของลูกเป็นแค่การเติบโตตามปกติ หรือเป็นสัญญาณที่ควรรีบพาไปพบแพทย์?

คำถามนี้สำคัญมากสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกชายวัย 10 ถึง 16 ปีที่ชื่นชอบการเล่นกีฬา เพราะในช่วงวัยนี้มีภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นได้โดยเริ่มต้นด้วยอาการปวดหน้าเข่าธรรมดา แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตรวจ อาจทำให้เด็กเจ็บปวดมากขึ้นและส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวันได้


กาลครั้งหนึ่ง มีนักเรียนชายอายุ 11 ปีที่ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ หลังเลิกเรียนเป็นกิจวัตร

ทุกวัน เขาจะวิ่งเล่นในสนามอย่างมีความสุข ลุกขึ้น นั่งลง ขึ้นบันได โดยไม่มีปัญหาใด ๆ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะวิ่งและกระโดดในสนามกีฬา เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าเข่าข้างซ้ายทันทีทันใด เดินไม่ได้ตามปกติ ต้องกะเผลกกลับบ้าน

เพราะเหตุนั้น เขาจึงลงเล่นกีฬาต่อไม่ได้ กิจวัตรที่เคยทำได้ทุกวันก็หยุดชะงักลง

เพราะเหตุนั้น พ่อแม่จึงลังเล ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า คิดว่าอาจแค่ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดจากโต จึงรอดูอยู่หลายวัน

จนในที่สุด เมื่ออาการไม่ดีขึ้น จึงพาน้องมาพบแพทย์ ตรวจและส่งเอกซเรย์ แล้วพบว่าบริเวณปุ่มกระดูกหน้าแข้งส่วนบนมีชิ้นกระดูกเล็ก ๆ แตกออกมา

และตั้งแต่นั้นมา น้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ใส่เฝือกพัก ไม่ต้องผ่าตัด และกลับมาวิ่งเล่นได้ตามปกติในเวลาไม่กี่สัปดาห์


ทำไมเด็กที่ยังเติบโตถึงเสี่ยงกระดูกบริเวณหน้าเข่าแตกได้จากการเล่นกีฬาทั่วไป?

เพราะในช่วงวัยที่กระดูกยังโตไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายอายุประมาณ 10 ถึง 17 ปี กระดูกบริเวณปุ่มหน้าแข้ง ซึ่งเป็นปุ่มกระดูกที่นูนออกมาให้เห็นได้ชัดบริเวณหัวเข่าด้านหน้า ยังมีส่วนที่เรียกว่า "แผ่นกระดูกอ่อน" อยู่ภายใน ซึ่งเป็นจุดที่กระดูกยังเติบโตอยู่และยังไม่แข็งแรงเต็มที่

ปุ่มกระดูกตรงนี้เป็นจุดที่เส้นเอ็นของลูกสะบ้ามายึดเกาะ เส้นเอ็นนี้เชื่อมต่อจากกระดูกลูกสะบ้าลงมาถึงปุ่มกระดูกหน้าแข้ง ทำหน้าที่ดึงขาให้เหยียดตรงเวลาที่เราเตะบอล กระโดด หรือวิ่งเร็ว

เมื่อเด็กเล่นกีฬาและกล้ามเนื้อต้นขาออกแรงดึงอย่างรุนแรงและฉับพลัน แรงดึงนั้นก็ส่งผ่านเส้นเอ็นไปยังจุดยึดที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง และถ้าแรงดึงมากเกินกว่าที่แผ่นกระดูกอ่อนรับได้ ก็จะทำให้ชิ้นกระดูกตรงนั้นแตกหลุดออกมาได้ทันที

นี่คือสาเหตุที่อาการปวดเกิดขึ้นทันทีขณะเตะบอลหรือกระโดด และทำให้เดินหรืองอเข่าได้ลำบาก เพราะทุกการเคลื่อนไหวของเข่าจะไปดึงที่จุดที่แตกนั้น

ที่น่าสังเกตคือ เด็กบางคนอาจมีอาการปวดปุ่มกระดูกหน้าเข่าเรื้อรังอยู่ก่อนแล้วจากการเล่นกีฬาซ้ำ ๆ ภาวะนี้ถือว่าต่างจากการแตกหักเฉียบพลัน แต่ก็เป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นมีความเปราะบาง และอาจเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายขึ้นหากยังไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง


การแตกหักที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้งจากแรงดึงรั้งของเส้นเอ็น (Tibial Tubercle Avulsion Fracture) คือภาวะที่กระดูกปุ่มหน้าแข้งซึ่งเป็นจุดที่เส้นเอ็นสะบ้ามายึด เกิดการแตกหลุดออกมาจากแรงดึงรั้งของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

ภาวะนี้พบได้เกือบเฉพาะในเด็กผู้ชายวัยรุ่นที่ยังอยู่ในช่วงกระดูกยังโตไม่เต็มที่ มักเกิดขณะเล่นกีฬาที่ต้องกระโดดหรือเตะ เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล วอลเลย์บอล

อาการที่พบ ได้แก่ ปวดหน้าเข่าเฉียบพลัน กดเจ็บที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง เดินกะเผลกหรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้ตามปกติ บางรายมีอาการบวมบริเวณหน้าเข่า


ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง

• เพศชาย อายุ 10 ถึง 16 ปี อยู่ในช่วงที่กระดูกยังโตไม่เต็มที่ • เล่นกีฬาที่ต้องกระโดด เตะ หรือเร่งความเร็วบ่อย เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล วอลเลย์บอล • เคยมีอาการปวดหน้าเข่าเรื้อรังและกดเจ็บที่ปุ่มกระดูกมาก่อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นมีความเปราะบางอยู่แล้ว • กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงมากในช่วงที่กระดูกยังโต ทำให้แรงดึงที่เส้นเอ็นมีมากกว่ากระดูกจะรับได้ • เพิ่งผ่านช่วงโตเร็ว ที่กระดูกยาวขึ้นรวดเร็วจนกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นตึงกว่าปกติ


แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติว่าเกิดอาการขึ้นในสถานการณ์ใด เช่น ขณะวิ่ง กระโดด หรือเตะบอล จากนั้นตรวจร่างกายโดยกดที่บริเวณปุ่มกระดูกหน้าแข้งเพื่อดูว่ามีอาการเจ็บเฉพาะจุดหรือไม่ และสังเกตว่าเดินกะเผลกหรืองอเข่าได้ลำบากเพียงใด

การเอกซเรย์เข่าในแนวด้านข้างเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะจะช่วยให้เห็นว่ามีชิ้นกระดูกแตกหลุดออกมาหรือไม่ และถ้ามี กระดูกชิ้นนั้นยังอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือเคลื่อนออกไปมากน้อยเพียงใด สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดว่าจะรักษาด้วยวิธีใด

ในบางกรณีที่ภาพเอกซเรย์ยังไม่ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดูความเสียหายของเส้นเอ็น เนื้อเยื่ออ่อน และโครงสร้างภายในข้อเข่าที่ละเอียดกว่าเอกซเรย์ทั่วไป


แนวทางการรักษา

เป้าหมายของการรักษาคือให้กระดูกที่แตกกลับมายึดติดในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กกลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติและกลับไปเล่นกีฬาได้อีกครั้ง

สิ่งที่เด็กและพ่อแม่ต้องการรู้มากที่สุดคือ "ต้องผ่าตัดไหม?" คำตอบขึ้นอยู่กับว่ากระดูกที่แตกเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมมากน้อยแค่ไหน

สำหรับกรณีที่กระดูกแตกแต่ยังไม่เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม อย่างเช่นในเคสของน้องรายนี้ การรักษาโดยไม่ผ่าตัดมักได้ผลดีมาก แพทย์จะพิจารณาใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงเข่าเพื่อตรึงขาไว้ในท่าเหยียดตรงเป็นระยะเวลาประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงค่อยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก่อนกลับมาเล่นกีฬาตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ถ้ากระดูกที่แตกเคลื่อนออกจากตำแหน่งมาก หรือมีการบาดเจ็บของเส้นเอ็นหรือโครงสร้างภายในข้อเข่าร่วมด้วย การผ่าตัดเพื่อจัดกระดูกให้กลับเข้าที่และยึดด้วยสกรูคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด เพราะหากไม่แก้ไขให้กระดูกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม อาจทำให้การเดินและการเล่นกีฬาไม่กลับมาเป็นปกติได้

การวินิจฉัยที่แม่นยำจึงสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์เลือกได้ว่าเมื่อไหร่ที่ไม่ต้องผ่าตัด และเมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน


พยากรณ์โรค

ข่าวดีคือภาวะนี้มีพยากรณ์โรคที่ดีมาก เมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง กระดูกมักจะกลับมาเชื่อมติดกันได้ดี และเด็กส่วนใหญ่สามารถกลับมาเล่นกีฬาได้ในระดับเดิมหรือใกล้เคียงเดิม

โดยทั่วไปใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์สำหรับการใส่เฝือก ตามด้วยการฟื้นฟูกล้ามเนื้ออีกหลายสัปดาห์ก่อนกลับมาเล่นกีฬาเต็มที่

ความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำค่อนข้างต่ำเมื่อกระดูกเชื่อมติดสนิทดีแล้ว เพราะเมื่อกระดูกปิดสนิทในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย จุดที่เคยอ่อนแอก็จะแข็งแรงขึ้นตามธรรมชาติ


หากไม่ได้รับการรักษา

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือรักษาไม่ถูกต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ภาวะที่สำคัญที่สุดและต้องระวังมากที่สุดคือความดันในห้องกล้ามเนื้อสูงผิดปกติ (Anterior Compartment Syndrome) ซึ่งเกิดจากเลือดออกในบริเวณกล้ามเนื้อหน้าแข้งส่วนบน อาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทขาดเลือดได้ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที

นอกจากนี้ ถ้ากระดูกที่แตกไม่ได้รับการจัดให้กลับเข้าที่อย่างถูกต้อง อาจทำให้กระดูกเชื่อมติดในตำแหน่งที่ผิด ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการเดินในระยะยาว


วิธีลดความเสี่ยง

• อบอุ่นร่างกายและยืดกล้ามเนื้อต้นขาให้เพียงพอก่อนเล่นกีฬาทุกครั้ง • หลีกเลี่ยงการเพิ่มความเข้มข้นของการฝึกซ้อมอย่างรวดเร็วเกินไปในเด็กที่กำลังโต • ถ้าเด็กมีอาการปวดหน้าเข่าเรื้อรังและกดเจ็บที่ปุ่มกระดูกหน้าแข้ง ควรพาไปพบแพทย์ก่อนกลับมาเล่นกีฬา • สังเกตว่าลูกมีอาการเจ็บหน้าเข่าขณะวิ่ง เตะ หรือกระโดดหรือไม่ อย่าปล่อยทิ้งไว้ • พักการฝึกซ้อมทันทีเมื่อมีอาการปวดเฉียบพลัน ไม่ควรฝืนเล่นต่อ


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ลูกชายปวดหน้าเข่ามาหลายวัน แต่ยังเดินได้ ต้องรีบไปพบแพทย์ไหม?

ตอบ: ถ้าปวดหน้าเข่าและกดเจ็บบริเวณปุ่มกระดูกด้านหน้า โดยเฉพาะหลังเล่นกีฬา ควรพาไปพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์ก่อนครับ เพราะบางครั้งกระดูกแตกแบบที่ยังเดินได้อยู่ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้และยังฝืนเล่นกีฬาต่อ อาจทำให้ชิ้นกระดูกเคลื่อนออกจากที่และต้องผ่าตัดได้

ถาม: ภาวะนี้ต่างจากอาการปวดปุ่มกระดูกหน้าเข่าเรื้อรังจากการเล่นกีฬาซ้ำ ๆ อย่างไร?

ตอบ: คล้ายกันแต่ต่างกันครับ อาการปวดปุ่มกระดูกหน้าเข่าเรื้อรังจากการเล่นกีฬาซ้ำ ๆ มักเกิดค่อยเป็นค่อยไปและหายเองได้ด้วยการพักผ่อน แต่การแตกหักของกระดูกที่ปุ่มนั้นเกิดเฉียบพลัน มาจากแรงดึงรุนแรงครั้งเดียว และเห็นได้จากเอกซเรย์ ซึ่งต้องการการรักษาที่แตกต่างออกไป แพทย์จะแยกแยะได้จากประวัติและภาพถ่ายรังสี

ถาม: ถ้าไม่ผ่าตัด เด็กจะกลับมาเล่นกีฬาได้ไหม?

ตอบ: ได้ครับ สำหรับกรณีที่กระดูกไม่ได้เคลื่อนออกจากตำแหน่ง การรักษาด้วยการใส่เฝือกมักให้ผลดีมาก เด็กส่วนใหญ่กลับมาเล่นกีฬาได้ในระดับเดิม เพียงแต่ต้องให้เวลากระดูกเชื่อมติดอย่างเพียงพอ และฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก่อนกลับมาเล่นเต็มที่

ถาม: พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณอะไรที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?

ตอบ: ถ้าหลังจากได้รับบาดเจ็บที่หน้าเข่าแล้วเด็กเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ กระสับกระส่าย หรือขาส่วนล่างรู้สึกชาหรือเย็นผิดปกติ ควรพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่รอครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะความดันในห้องกล้ามเนื้อสูง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาเร็วมาก


ข้อมูลเรื่องนี้หลายคนยังไม่รู้ว่ามีอยู่ ถ้าคิดว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ปกครองที่มีลูกชายวัยเรียนชอบเล่นกีฬา ส่งต่อให้ได้เลยครับ

สรุปสิ่งที่ควรจำ

• ปุ่มกระดูกหน้าแข้งในเด็กที่กำลังโตมีจุดอ่อนที่อาจแตกได้จากแรงดึงของเส้นเอ็นขณะเล่นกีฬา • อาการสำคัญคือปวดเฉียบพลันที่หน้าเข่า กดเจ็บที่ปุ่มกระดูก และเดินกะเผลกหลังเล่นกีฬา • เอกซเรย์ช่วยวินิจฉัยได้ และผลการรักษาส่วนใหญ่ดีมากทั้งแบบใส่เฝือกและผ่าตัด • หากกระดูกไม่เคลื่อน รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้ากระดูกเคลื่อนออกจากที่มาก การผ่าตัดคือทางเลือกที่ถูกต้อง • ถ้าเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ขาชา หรือรู้สึกผิดปกติหลังได้รับบาดเจ็บ ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

ดูแลร่างกายลูกให้ดี เพื่อให้เขาวิ่งเล่นและเติบโตได้อย่างมีความสุขครับ


เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย หากมีข้อสงสัยหรืออาการที่กังวล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ปรึกษาหมอเก่ง ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ Line: @doctorkeng | โทร 081-530-3666 จันทร์-ศุกร์ 16:30-18:30 น. | เสาร์ 13:00-15:30 น. | อาทิตย์ 09:00-11:30 น.



เอกสารอ้างอิง

[1] Kothari V, Park C, Sobti A, Hulme A, Ng Man Sun S. Classification and management of tibial tubercle avulsion fractures in children. British Journal of Hospital Medicine. 2024;85(7):1-7. https://doi.org/10.12968/hmed.2023.0380

[2] Cole WW 3rd, Brown SM, Vopat B, Heard WMR, Mulcahey MK. Epidemiology, Diagnosis, and Management of Tibial Tubercle Avulsion Fractures in Adolescents. JBJS Reviews. 2020;8(4):e0186. https://doi.org/10.2106/JBJS.RVW.19.00186

[3] Delos Reyes C, Wu W, Pandya NK. Adolescent Tibial Tubercle Fracture: Review of Outcomes and Complications. Current Reviews in Musculoskeletal Medicine. 2023;16(9):392-397. https://doi.org/10.1007/s12178-023-09849-9

[4] Kushner RL, Massey P. Tibial Tubercle Avulsion. In: StatPearls [Internet]. StatPearls Publishing; 2023. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK544275/