ทุกปี ผู้สูงอายุหลายคนปวดหลังส่วนล่างรุนแรง นอนไม่ได้ เดินไม่ได้ แต่พอเอกซเรย์ — กลับ "ปกติ"

นั่นเพราะกระดูกที่หักอยู่ที่ "กระดูกก้นกบ" และต้องใช้ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ถึงจะเห็น


ทำไมผู้สูงอายุบางคนปวดหลังส่วนล่างรุนแรง แต่เอกซเรย์กลับบอกว่าปกติ?


สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ • กระดูกก้นกบแตกหักได้จากกระดูกพรุน แม้ไม่ได้ล้มหรือเกิดอุบัติเหตุ • กระดูกพรุนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเป็นสาเหตุหลัก และมักถูกวินิจฉัยผิดว่าปวดหลังธรรมดา • ปวดก้นกบหรือหลังส่วนล่างรุนแรง เดินลำบาก ในผู้สูงอายุ — ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยเร็ว


กระดูกก้นกบ (sacrum) หักแบบ insufficiency fracture พบในผู้สูงอายุที่มีกระดูกพรุน โดยไม่จำเป็นต้องล้มหรือมีอุบัติเหตุใดๆ เป็นสาเหตุที่ถูกมองข้ามบ่อยมากในทางการแพทย์ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยวินิจฉัยได้ชัดเจน และการรักษาที่เหมาะสมช่วยให้กลับมาเดินได้เร็วขึ้น

มีคุณลุงอายุ 72 ปี เดินออกกำลังกายทุกเช้าที่สวนสาธารณะใกล้บ้านเป็นกิจวัตร ทุกวันใช้ชีวิตได้ตามปกติ จนกระทั่งวันหนึ่ง รู้สึกปวดบั้นเอวส่วนล่างลึกๆ อย่างกะทันหัน คุณลุงไปพบแพทย์ใกล้บ้าน เอกซเรย์กระดูกสันหลัง — ผลออกมาปกติ แพทย์วินิจฉัยว่าปวดกล้ามเนื้อ จ่ายยาแก้ปวดกลับบ้าน หลัง 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น นอนลุกเจ็บมาก เดินไม่ค่อยได้ เมื่อมาพบแพทย์ออร์โธปิดิกส์และตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พบว่ากระดูกก้นกบหักทั้ง 2 ด้านโดยไม่มีการล้มเลย — เป็นผลจากกระดูกพรุนที่สะสมมานาน

ทำไมกระดูกก้นกบถึงหักได้โดยไม่ล้ม?

หลายคนไม่รู้ว่าร่างกายมีกระดูกชิ้นสำคัญอยู่ตรงกลางก้น เรียกว่า "กระดูกก้นกบ" ทำหน้าที่เป็นเหมือนหัวมุมที่รับน้ำหนักจากกระดูกสันหลังลงสู่ขาทั้ง 2 ข้าง ทุกครั้งที่เราเดิน กระดูกชิ้นนี้ต้องแบกรับน้ำหนักตัวเราอยู่ตลอดเวลา

ในคนที่มีกระดูกพรุน ความแข็งแรงของกระดูกลดลงเหมือนฟองน้ำที่เริ่มผุ กระดูกกลายเป็นเปราะและบาง น้ำหนักที่กดทับซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน แม้แค่การเดิน การนั่งลุก หรือแม้กระทั่งไอจาม ก็อาจทำให้กระดูกก้นกบเกิดรอยแตกได้

ที่น่าแปลกใจคือ รอยแตกแบบนี้มักเกิดโดยไม่มีการล้มหรืออุบัติเหตุใดๆ ทั้งสิ้น ร่างกายค่อยๆ สะสมความเสียหาย เหมือนกระดาษที่พับงอซ้ำๆ จนถึงจุดหนึ่งก็ขาด

สิ่งที่ทำให้สับสนคือ การเอกซเรย์ทั่วไปมักไม่เห็นรอยแตกนี้เลย เพราะกระดูกก้นกบมีลักษณะซับซ้อนและถูกบังโดยอวัยวะข้างเคียง ทำให้ผู้ป่วยหลายคนเดินสายรักษาอยู่นานโดยไม่รู้ว่ากระดูกหักอยู่ข้างใน

กระดูกก้นกบหักแบบนี้คืออะไร?

กระดูกก้นกบ เป็นกระดูกรูปสามเหลี่ยมตั้งอยู่ที่ฐานของกระดูกสันหลัง ล้อมรอบด้วยกระดูกเชิงกราน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากกระดูกสันหลังและส่งต่อไปยังขาทั้ง 2 ข้าง

การแตกหักแบบ "insufficiency fracture" (กระดูกหักจากความเปราะบาง) เกิดขึ้นเมื่อกระดูกอ่อนแอลงจากกระดูกพรุน จนไม่สามารถรับน้ำหนักในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แตกต่างจากกระดูกหักจากอุบัติเหตุทั่วไปที่ต้องใช้แรงกระแทกสูง

มีรูปแบบพิเศษที่เรียกว่า "H-type fracture" คือกระดูกหักทั้ง 2 ด้านพร้อมกันและเชื่อมกันด้วยรอยแตกแนวขวาง มองจากด้านบนจะมีลักษณะคล้ายตัวอักษร H รูปแบบนี้ทำให้ปวดมาก เดินลำบาก และวินิจฉัยได้ยากเป็นพิเศษ

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง?

• ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน — ฮอร์โมนที่ลดลงทำให้กระดูกบางลงเร็ว • ผู้ที่มีกระดูกพรุน หรือเคยกระดูกหักจากแรงกระแทกเล็กน้อย • ผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์นาน เช่น ยารักษาโรคข้ออักเสบหรือโรคเรื้อรัง • ผู้ที่ได้รับการฉายแสงบริเวณเชิงกราน เช่น รักษามะเร็งในอดีต • ผู้ที่ขาดวิตามินดีหรือแคลเซียมเป็นเวลานาน

หมอวินิจฉัยได้อย่างไร?

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติโดยละเอียด — ปวดตรงไหน ปวดมากแค่ไหน มีการล้มหรือไม่ อาการแย่ลงเวลาเดินหรือลุกหรือเปล่า จากนั้นตรวจร่างกายโดยกดดูบริเวณกระดูกก้นกบ ซึ่งจะเจ็บชัดเจนในผู้ป่วยกลุ่มนี้

การเอกซเรย์ (X-ray) ธรรมดามีประสิทธิภาพต่ำมาก โดยพบว่าพลาดการวินิจฉัยกว่า 7 ใน 10 รายของรอยแตกที่มีอยู่จริง

การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) คือการตรวจที่แม่นยำที่สุด — เห็นรอยบวมของไขกระดูกได้ชัดเจน แม้รอยแตกยังเล็กมาก ความแม่นยำสูงถึง 97–100%

การตรวจด้วยเครื่อง CT (Computed Tomography) ช่วยเห็นรูปแบบของรอยแตกได้ละเอียด โดยเฉพาะในรายที่สงสัย H-type fracture เพื่อวางแผนการรักษาเพิ่มเติม

รักษาอย่างไร — และเมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัด?

แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความมั่นคงของกระดูก และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด คือทางเลือกแรกในกรณีที่กระดูกยังมั่นคง — พักผ่อนระยะสั้น 1–2 สัปดาห์เพื่อลดความเจ็บปวดเฉียบพลัน จากนั้นค่อยๆ ฟื้นฟูการเดินและออกกำลังกาย พร้อมรับประทานยาแก้ปวดและยาบำรุงกระดูก ได้แก่ แคลเซียม วิตามินดี และยาเสริมความแข็งแรงกระดูก

สิ่งสำคัญในการรักษาแบบนี้คือ อย่านอนนิ่งนานเกินไป เพราะการนอนนิ่งนานๆ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดในเส้นเลือด และทำให้ฟื้นตัวช้าลงมาก

Sacroplasty — เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ปวดมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม: เป็นหัตถการที่แพทย์ฉีดซีเมนต์กระดูก (คล้ายกับการทำ vertebroplasty ในกระดูกสันหลัง) เข้าไปในกระดูกก้นกบผ่านเข็มขนาดเล็กภายใต้การนำทางด้วยภาพ เพื่อเสริมความมั่นคงและลดความเจ็บปวด ผู้ป่วยหลายรายรู้สึกปวดลดลงภายใน 48 ชั่วโมงหลังทำหัตถการ

การผ่าตัดยึดตรึงกระดูก สงวนไว้สำหรับกรณีที่กระดูกไม่มั่นคงอย่างมาก เช่น H-type fracture ที่รุนแรง หรือเมื่อการรักษาอื่นไม่ได้ผล — ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเป็นรายบุคคล

ถ้ารักษาแล้ว ผลเป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาถูกต้อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น โดยในหลายกรณีอาการปวดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายใน 6–12 เดือน

กุญแจสำคัญคือต้องรักษากระดูกพรุนควบคู่ไปด้วยเสมอ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา กระดูกจะยังอ่อนแอและเสี่ยงหักซ้ำในตำแหน่งอื่นได้อีก

ถ้าไม่รักษา หรือวินิจฉัยผิดนาน อาจเกิดอะไรได้บ้าง?

• ปวดเรื้อรัง — รบกวนชีวิตประจำวันเป็นเดือนหรือหลายปี • กล้ามเนื้ออ่อนแอจากการนอนนิ่งนาน — เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม • ลิ่มเลือดในเส้นเลือดขา — ผลจากการเคลื่อนไหวน้อยในผู้สูงอายุ • ปอดอักเสบหรือปัญหาระบบหายใจ — ในผู้ที่นอนนิ่งนานโดยไม่ได้รับการดูแล • กระดูกยุบและผิดรูปถาวร — ในกรณีที่ไม่ได้รับการรักษาเลย

ป้องกันได้ไหม?

• รับประทานแคลเซียมและวิตามินดีอย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำแพทย์ • ตรวจความหนาแน่นกระดูกในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ชายอายุเกิน 70 ปี • ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงกระดูกและกล้ามเนื้อ • หลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์ระยะยาวโดยไม่จำเป็น ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ • ถ้ามีกระดูกพรุน ควรรับการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ อย่าหยุดยาเอง

ถาม: ปวดหลังแบบไหนที่ควรสงสัยว่ากระดูกก้นกบหัก? ตอบ: ถ้าปวดบั้นเอวส่วนล่างหรือก้นกบรุนแรง ปวดมากขึ้นเวลาเดินหรือลุกจากเก้าอี้ แต่เอกซเรย์ปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีกระดูกพรุน — ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มเติม

ถาม: ต้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ในหลายกรณีไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การพักผ่อนอย่างเหมาะสม ยาแก้ปวด และยาบำรุงกระดูกอาจเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยแตกและสุขภาพโดยรวม ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

ถาม: sacroplasty คืออะไร ทำแล้วเจ็บไหม? ตอบ: เป็นหัตถการที่ฉีดซีเมนต์กระดูกเข้าไปในกระดูกก้นกบผ่านเข็มขนาดเล็ก ทำภายใต้การดมยาหรือยาชา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนได้ดี และหลายรายรู้สึกปวดลดลงภายใน 48 ชั่วโมง แต่ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ถาม: รักษาแล้วกระดูกจะหายไหม? ตอบ: ในหลายกรณีกระดูกอาจติดและอาการดีขึ้นในช่วง 6–12 เดือน แต่ต้องรักษากระดูกพรุนควบคู่ด้วย เพราะถ้ากระดูกยังบางอยู่ก็มีความเสี่ยงหักซ้ำในตำแหน่งอื่นได้

ถ้ามีผู้สูงอายุในบ้านที่ปวดหลังส่วนล่างอยู่นาน แต่เอกซเรย์บอกว่าปกติ — ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านได้เลย ข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนเส้นทางการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้

5 สิ่งสำคัญที่ควรจำ: • กระดูกก้นกบหักได้โดยไม่ต้องล้ม — เกิดจากกระดูกพรุนสะสม • เอกซเรย์ธรรมดาพลาดการวินิจฉัยได้มากกว่า 7 ใน 10 ราย — การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้ผลแม่นยำกว่า • การพักผ่อนนอนนิ่งนานเกินไปไม่ดี — ควรฟื้นฟูการเดินเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ • Sacroplasty เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ปวดมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป • การรักษากระดูกพรุนควบคู่ไปด้วยช่วยป้องกันไม่ให้หักซ้ำ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตของคุณหรือคนที่คุณรัก หลายกรณีสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อวินิจฉัยถูกต้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ทนปวดโดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริง


เอกสารอ้างอิง

[1] Kao FC, Hsu YC, Liu PH, Yeh LR, Wang JT, Tu YK. Osteoporotic sacral insufficiency fracture: An easily neglected disease in elderly patients. Medicine (Baltimore). 2017;96(51):e9100. https://doi.org/10.1097/MD.0000000000009100

[2] Yamauchi T, Sharma S, Chandra S, Tanaka M, Fujiwara Y, Arataki S, et al. Superiority of MRI for Evaluation of Sacral Insufficiency Fracture. Journal of Clinical Medicine. 2022;11(17):4968. https://doi.org/10.3390/jcm11174968

[3] Briggs P, King SW, Staniland T, Gopal S, Shah R, Chimutengwende-Gordon M. A Systematic Review of Sacral Insufficiency Fractures: Treatment Modalities and Outcomes. Cureus. 2023;15(7):e41745. https://doi.org/10.7759/cureus.41745

[4] Mahmood B, Pasternack J, Razi A, Saleh A. Safety and efficacy of percutaneous sacroplasty for treatment of sacral insufficiency fractures: a systematic review. Journal of Spine Surgery. 2019;5(3):365–371. https://doi.org/10.21037/jss.2019.06.05

[5] Singh M, Balmaceno-Criss M, Knebel A, Kuharski M, Sakr I, Daher M, et al. Sacroplasty for Sacral Insufficiency Fractures: Narrative Literature Review on Patient Selection, Technical Approaches, and Outcomes. Journal of Clinical Medicine. 2024;13(4):1101. https://doi.org/10.3390/jcm13041101


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระดูกก้นกบหักในผู้สูงอายุ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ทำไมผู้สูงอายุบางคนปวดหลังส่วนล่างรุนแรง แต่เอกซเรย์กลับบอกว่าปกติ?