🤲 หยิบแก้วน้ำสักใบ จับโทรศัพท์สักเครื่อง แล้วรู้สึกปวดจี๊ดที่ข้อศอกด้านนอกขึ้นมาทันที ทั้งที่วันนั้น ไม่ได้ทำอะไรหนักเลย
ลุงสมชาย อายุ 52 ปี ทำงานออฟฟิศมาตลอด ไม่เคยเล่นกีฬาประเภทตีสักครั้ง แต่วันหนึ่งเขาหยิบแฟ้มเอกสารแล้วเจ็บจนแทบวาง ขับรถก็ปวด จับพวงมาลัยก็ไม่ไหว ลองพักผ่อน ลองยาทา ลองนวด — ผ่านไปหลายเดือนอาการก็ยังเท่าเดิม เขาเริ่มสงสัยว่า... นี่มันจะหายได้จริงๆ ไหม 🤔
บทความนี้ตอบทุกคำถามที่ลุงสมชาย — และอีกหลายคน — กำลังรอคำตอบอยู่
ทำไมคนที่ไม่เคยเล่นกีฬาสักวันถึงปวดข้อศอกได้รุนแรงกว่าที่คิด และจะรักษาหายได้อย่างไร
เส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อยืดข้อมือไว้กับปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอกของคุณนั้นเล็กมาก บางส่วนยาวไม่ถึงสองเซนติเมตร แต่มันแบกรับแรงดึงหลายร้อยครั้งต่อวัน ทุกครั้งที่คุณหมุนข้อมือ จับกุญแจ บิดฝาขวด หรือพิมพ์งานบนแป้นพิมพ์
ความเสียหายไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ แต่สะสมทีละนิดอย่างเงียบๆ จนกระทั่งวันที่คุณแค่หยิบแก้วน้ำก็เจ็บจนวางไม่ลง
กาลครั้งหนึ่ง ลุงสมชายเป็นคนทำงานออฟฟิศที่ขยันขันแข็ง อายุ 52 ปี จัดการเอกสารและพิมพ์งานวันละหลายชั่วโมงมาตลอดกว่าสิบปี
ทุกวัน เขาหยิบโทรศัพท์ พิมพ์รายงาน จัดแฟ้มเอกสาร ทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำๆ จนไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกำลังสะสมความเสี่ยงอยู่เงียบๆ
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาหยิบแฟ้มเอกสารธรรมดาๆ แล้วรู้สึกปวดจี๊ดที่ข้อศอกด้านนอกอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เจ็บแบบที่ต้องวางทุกอย่างลงทันที
เพราะเหตุนั้น สิ่งที่ลุงสมชายเสียไปคือสิ่งเล็กๆ ที่เคยทำได้ทุกวัน — จับพวงมาลัยขับรถ บิดก๊อกน้ำ จับมือลูกหลาน ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยากและเจ็บปวด
เพราะเหตุนั้น เขาลังเลอยู่นานหลายเดือน ลองพักผ่อน ซื้อยาทาเอง คิดว่าคงหายเอง แต่ส่วนหนึ่งกลัวว่าถ้าไปหาหมอจะต้องผ่าตัด เลยเลื่อนออกไปเรื่อยๆ
จนในที่สุด เขาตัดสินใจมาพบแพทย์ และได้รับการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ที่เห็นชัดเจนว่าเส้นเอ็นตรงไหนเสียหาย จากนั้นแพทย์ฉีดยาไปตรงจุดนั้นโดยตรง โดยมีอัลตราซาวด์ช่วยนำทางตลอด
และตั้งแต่นั้นมา ลุงสมชายกลับมาทำงาน หยิบแฟ้ม จับพวงมาลัย จับมือลูกหลานได้อีกครั้ง — โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดเลย
หลายคนไม่รู้ว่า ชื่อ เทนนิสเอลโบว์ (Tennis Elbow) ที่คุ้นหูกันนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเล่นเทนนิสถึงจะเป็นได้ ในความเป็นจริง คนทำงานออฟฟิศ พ่อค้าแม่ค้า ช่างไม้ แม่บ้านที่บิดผ้า — ล้วนมีโอกาสเป็นโรคนี้ไม่แพ้นักกีฬาเลย
ทำไมถึงเกิด?
ที่ข้อศอกด้านนอกมีปุ่มกระดูกเล็กๆ เรียกว่าปุ่มกระดูกด้านนอก (Lateral Epicondyle) เส้นเอ็นของกล้ามเนื้อที่ช่วยยืดข้อมือและนิ้วมือล้วนมายึดอยู่ที่นี่ เมื่อเราใช้งานซ้ำๆ ในท่าเดิมทุกวัน เส้นเอ็นเหล่านี้จะเกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ สะสมโดยที่ไม่รู้สึก
เกิดขึ้นทีละขั้นอย่างไร?
ในช่วงแรก ร่างกายพยายามซ่อมแซมรอยฉีกขาด แต่ถ้าเราไม่หยุดพักให้เส้นเอ็นได้ฟื้นตัว การสะสมความเสียหายจะเกิดเร็วกว่าการซ่อมแซม เส้นเอ็นจึงเริ่มเสื่อมสภาพ บวมน้ำ และเจ็บปวดทุกครั้งที่ถูกดึงรั้ง
ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้?
เพราะเส้นเอ็นที่เสียหายจะถูกดึงทุกครั้งที่คุณจับของ หมุนข้อมือ หรือยืดแขน สมองจึงส่งสัญญาณ "เจ็บ" มาเตือนซ้ำๆ เหมือนสัญญาณไฟเตือนในรถที่ไม่ยอมดับ จนกว่าจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
เทนนิสเอลโบว์ (Tennis Elbow) หรือข้อศอกอักเสบด้านนอก (Lateral Epicondylitis) คือการเสื่อมของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่ยึดกับปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก โดยเฉพาะเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อยืดข้อมือ (Extensor Carpi Radialis Brevis)
ต่างจากที่หลายคนเข้าใจ โรคนี้ไม่ได้เกิดจากการอักเสบเฉียบพลัน แต่เป็นการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นที่ไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเพียงพอ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเปลี่ยนสภาพและเจ็บปวดเรื้อรัง
อาการที่พบบ่อย:
• ปวดที่ข้อศอกด้านนอก อาจปวดร้าวลงไปถึงแขนและข้อมือ • ปวดมากขึ้นเมื่อจับของ หมุนข้อมือ หรือยืดแขนออก • จับของได้ไม่แน่น รู้สึกมือไม่มีแรง • อาการมักเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เจ็บฉับพลัน
นอกจากนี้ยังมีโรคในกลุ่มเดียวกันที่เกิดที่ข้อศอกด้านใน เรียกว่า โกลเฟอร์เอลโบว์ (Golfer's Elbow) หรือข้อศอกอักเสบด้านใน (Medial Epicondylitis) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันแต่เกิดฝั่งตรงข้าม
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง:
• อาชีพที่ใช้มือซ้ำๆ เช่น งานออฟฟิศที่พิมพ์งานวันละหลายชั่วโมง งานช่าง งานทำครัว หรือช่างทำผม • อยู่ในช่วงอายุ 35–50 ปี เพราะเส้นเอ็นเริ่มเสื่อมสภาพและฟื้นตัวช้าลงตามวัย • เล่นกีฬาที่ใช้ไม้ตี เช่น เทนนิส แบดมินตัน สควอช โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม • การจับอุปกรณ์ในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรืออุปกรณ์ที่มีขนาดไม่พอดีกับมือ • กลับมาออกกำลังกายหรือทำงานหนักอย่างกะทันหันหลังจากหยุดพักมานาน
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติโดยละเอียด ถามถึงอาชีพ กิจกรรม ระยะเวลาที่มีอาการ และสิ่งที่ทำให้ปวดมากขึ้นหรือน้อยลง
จากนั้นตรวจร่างกาย โดยกดที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอกเพื่อดูความเจ็บ และทดสอบท่าพิเศษที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัย เช่น การยืดแขนพร้อมหักข้อมือลง
ขั้นต่อไปคือการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ซึ่งสามารถเห็นเส้นเอ็นได้แบบเรียลไทม์ มองเห็นพื้นที่ที่เส้นเอ็นเสื่อม บวม หรือมีหินปูนสะสม (การตะกอนแคลเซียม / Calcific Deposit) ได้ชัดเจน อีกทั้งยังใช้นำทางการรักษาได้ทันทีในขั้นตอนเดียวกัน
การเอกซเรย์ (X-ray) ช่วยตรวจสอบกระดูกและตัดโรคอื่นออก เช่น ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) หรือกระดูกหัก
ในกรณีที่อาการไม่ตรงไปตรงมา หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนวางแผนรักษา แพทย์อาจส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI — Magnetic Resonance Imaging) เพื่อดูเส้นเอ็นและโครงสร้างโดยรอบได้ละเอียดยิ่งขึ้น
เป้าหมายของการรักษาคือให้คุณกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ โดยมีหลายทางเลือกตั้งแต่เบาที่สุดไปจนถึงการผ่าตัด
เริ่มต้นจากการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้ผลดีในหลายกรณี:
• ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการชั่วคราว • ใช้อุปกรณ์พยุงข้อศอก (Elbow Brace) เพื่อลดแรงที่กระทำต่อเส้นเอ็น • ทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy) เพื่อยืดและเสริมความแข็งแรงให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ • ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs — Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เช่น diclofenac หรือ ibuprofen ช่วยลดปวดในระยะแรก
เมื่อรักษาแบบอนุรักษ์นิยมแล้วยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาโดยนำทางด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection) ซึ่งช่วยให้เข็มเข้าถึงตำแหน่งที่ต้องการได้แม่นยำ ลดโอกาสพลาดหรือทำอันตรายต่อโครงสร้างข้างเคียง มีหลายชนิดให้เลือก:
• คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ลดการอักเสบได้ผลดีในระยะสั้น • เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP — Platelet-Rich Plasma) ใช้ส่วนประกอบจากเลือดของตัวเองกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็น มีหลักฐานสนับสนุนผลระยะยาวที่ดี • กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ช่วยหล่อลื่นและลดการระคายเคืองในบริเวณนั้น • สำหรับผู้ที่มีหินปูนสะสมในเส้นเอ็น (Calcific Tendinopathy) แพทย์อาจใช้เทคนิคบาร์โบตาจ (Barbotage) ซึ่งเป็นการฉีดน้ำเกลือเข้าไปสลายและดูดหินปูนออก โดยอัลตราซาวด์ช่วยมองเห็นตลอดกระบวนการ
สำหรับโรคข้อศอกอักเสบด้านใน (Golfer's Elbow / Medial Epicondylitis) การรักษาคล้ายกัน แต่แพทย์จะระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอยู่ใกล้กับเส้นประสาทอัลนาร์ (Ulnar Nerve) ที่วิ่งผ่านบริเวณด้านในของข้อศอก
เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง?
หากรักษาด้วยวิธีต่างๆ ครบ 6–12 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเส้นเอ็นเสียหายมากจนไม่สามารถฟื้นตัวได้เอง การผ่าตัดเพื่อตัดเนื้อเยื่อที่เสื่อมออกคือทางเลือกที่ถูกต้องและให้ผลดี ไม่ใช่การแพ้ แต่เป็นการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ข่าวดีคือผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องใช้ความอดทนและความสม่ำเสมอในการรักษา
โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นได้ภายใน 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองต่อการรักษา บางรายดีขึ้นเร็ว บางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น แต่ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
โรคนี้สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะหากยังทำกิจกรรมที่เป็นสาเหตุโดยไม่ปรับเปลี่ยนท่าทางหรือพฤติกรรม ดังนั้นการเรียนรู้วิธีป้องกันและปรับท่าทางจึงสำคัญพอๆ กับการรักษา
การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เส้นเอ็นฟื้นตัวได้ดีกว่า หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล เส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพอาจลุกลามจนถึงจุดที่แตกหรือขาดได้ (Tendon Rupture) ซึ่งทำให้การรักษาซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้น
นอกจากนี้อาการปวดเรื้อรังส่งผลให้กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรงลงจากการหลีกเลี่ยงการใช้งาน และกระทบคุณภาพชีวิตในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน กิจกรรมที่รัก หรือแม้แต่กิจวัตรประจำวันพื้นฐาน
• ยืดกล้ามเนื้อข้อมือและแขนก่อนและหลังทำงานหรือออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อให้เส้นเอ็นพร้อมรับแรงดึง • ปรับท่าทางให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการงอหรือบิดข้อมือมากเกินไปขณะทำงาน • หยุดพักเป็นระยะ อย่าใช้มือในท่าเดิมนานๆ ต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงพัก • เลือกอุปกรณ์ที่มีขนาดและน้ำหนักเหมาะสมกับมือ ไม่ว่าจะเป็นไม้กีฬา เครื่องมือช่าง หรือเมาส์คอมพิวเตอร์ • เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและข้อมืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยแบกรับแรงที่เส้นเอ็นต้องรับทุกวัน
ถาม: ถ้าปวดข้อศอก จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่จำเป็นเลยครับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม กายภาพบำบัด หรือการฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์ การผ่าตัดจะพิจารณาก็ต่อเมื่อรักษาครบ 6–12 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้นจริงๆ เท่านั้น
ถาม: การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์ต่างจากการฉีดแบบทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: การฉีดแบบทั่วไปอาศัยการเดาตำแหน่งจากกายวิภาคภายนอก แต่การนำทางด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection) ทำให้แพทย์มองเห็นเข็มและเส้นเอ็นได้แบบเรียลไทม์ จึงฉีดยาเข้าตรงจุดที่ต้องการได้แม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างข้างเคียงได้ดีกว่ามาก
ถาม: เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ดีกว่าคอร์ติโคสเตียรอยด์ไหม?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นเอ็นและเป้าหมายของการรักษาครับ คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ลดอาการปวดและการอักเสบได้ดีในระยะสั้น ในขณะที่เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP — Platelet-Rich Plasma) มุ่งเน้นกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็นระยะยาวโดยใช้ส่วนประกอบจากเลือดของคุณเอง แพทย์จะพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี
ถาม: ระหว่างรักษาอยู่ ยังทำงานได้ไหม?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับความรุนแรงครับ โดยทั่วไปสามารถทำงานได้ แต่อาจต้องปรับลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ใช้อุปกรณ์พยุงข้อศอก และฝึกท่าทางที่ถูกต้องกับนักกายภาพบำบัด เพื่อไม่ให้เส้นเอ็นถูกกระตุ้นซ้ำขณะรักษา
ถาม: อัลตราซาวด์ใช้รักษาได้ด้วยหรือ ไม่ใช่แค่ตรวจ?
ตอบ: ใช่ครับ อัลตราซาวด์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่ดูรูปภาพ แพทย์ที่เชี่ยวชาญสามารถใช้นำทางเข็มขณะฉีดยาได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงทำเทคนิคบาร์โบตาจ (Barbotage) เพื่อสลายหินปูนในเส้นเอ็น ประเมินความเสียหาย และวางแผนการรักษาได้ทั้งหมดในครั้งเดียว
เป็นข้อมูลที่หลายคนยังไม่รู้ ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ ส่งต่อให้คนที่ห่วงใยได้ครับ
5 สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้:
• ปวดข้อศอกไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด — ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้จากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด • โรคนี้เกิดจากการใช้มือซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาถึงจะเป็นได้ • การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์เพิ่มความแม่นยำ และมีหลายชนิดให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน • ยิ่งดูแลเร็ว เส้นเอ็นยิ่งฟื้นตัวได้ดีกว่า อย่ารอจนอาการรุนแรงเกินไป • ปรับท่าทางและวิธีใช้มือควบคู่การรักษาเสมอ เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ครับ ลุงสมชายทำได้ และอีกหลายคนก็ทำได้เช่นกัน ข้อศอกที่ดีขึ้นหมายถึงการกลับไปทำสิ่งที่รัก ดูแลครอบครัว ทำงาน และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง — เพราะความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากมีอาการหรือข้อสงสัย กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) — ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก เชียงใหม่ Line: @doctorkeng | โทร 081-530-3666*
เอกสารอ้างอิง
-
Benzon, et al. Use and safety of corticosteroid injections in joints and musculoskeletal soft tissue: guidelines from the American Society of Regional Anesthesia and Pain Medicine, the American Academy of Pain Medicine, the American Society of Interventional Pain Physicians, and the International Pain and Spine Intervention Society. (2025). Reg Anesth Pain Med. PMID: 40015722. DOI: 10.1136/rapm-2024-105656
-
Sharma, et al. Comparison of efficacy of ultrasound-guided platelet rich plasma injection versus dry needling in lateral epicondylitis-a randomised controlled trial. (2024). J Ultrasound. PMID: 38393452. DOI: 10.1007/s40477-023-00846-9
-
Masiello, et al. Ultrasound-guided injection of platelet-rich plasma for tendinopathies: a systematic review and meta-analysis. (2023). Blood Transfus. PMID: 36346880. DOI: 10.2450/2022.0087-22
-
Panther, et al. Thoracic outlet syndrome: a review. (2022). J Shoulder Elbow Surg. PMID: 35963513. DOI: 10.1016/j.jse.2022.06.026
-
Poenaru, et al. Conservative therapy in ulnar neuropathy at the elbow (Review). (2022). Exp Ther Med. PMID: 35837045. DOI: 10.3892/etm.2022.11444
-
Redler, Dennis. Treatment of Adhesive Capsulitis of the Shoulder. (2019). J Am Acad Orthop Surg. PMID: 30632986. DOI: 10.5435/JAAOS-D-17-00606
-
Mezian, et al. Positioning Techniques to Improve the Ultrasound Evaluation of the Elbow. (2019). Ultrasound Q. PMID: 30169491. DOI: 10.1097/RUQ.0000000000000377
-
Sussman, Williams, Mautner. Ultrasound-Guided Elbow Procedures. (2016). Phys Med Rehabil Clin N Am. PMID: 27468667. DOI: 10.1016/j.pmr.2016.04.002
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ทำไมคนที่ไม่เคยเล่นกีฬาสักวันถึงปวดข้อศอกได้รุนแรงกว่าที่คิด และจะรักษาหายได้อย่างไร

