จับแก้วน้ำแล้วปวดจนต้องวางลง บิดก๊อกน้ำไม่ได้ กดรีโมตยังเจ็บเลย
คุณป้าแอม อายุ 52 ปี เป็นแม่บ้านที่ทำงานบ้านมาทั้งชีวิต ไม่เคยจับแร็กเกตเทนนิสสักครั้ง แต่วันหนึ่งปวดข้อศอกข้างขวาจนทำกับข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับเพราะเจ็บตอนดึก พยายามทนมาหลายเดือนเพราะกลัวว่าหมอจะบอกให้ผ่าตัด ยังไม่กล้าไปพบแพทย์
บทความนี้จะอธิบายให้ครบว่าอาการแบบนี้คืออะไร เกิดจากอะไร และมีทางรักษาอะไรบ้างที่ไม่ต้องผ่าตัด
ปวดข้อศอกเรื้อรัง ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด — ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นแบบไหน
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้
TE (Lateral Epicondylitis) — การอักเสบของเส้นเอ็นด้านนอกข้อศอก และ GE (Medial Epicondylitis) — การอักเสบของเส้นเอ็นด้านในข้อศอก เป็นอาการปวดเส้นเอ็นที่รักษาหายได้โดยไม่ผ่าตัดในผู้ป่วยถึง 80-90% ถ้าได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง คุณไม่ต้องทน และไม่ต้องรีบผ่าตัด เพราะมีทางเลือกที่ได้ผลหลายอย่างรอคุณอยู่
- What: TE ปวดด้านนอกข้อศอก, GE ปวดด้านใน ทั้งสองคือเส้นเอ็นอักเสบไม่ใช่ข้อเสื่อม
- Why: เกิดจากใช้แขนซ้ำๆ เช่น บิด จับ กด ไม่ใช่แค่เล่นกีฬา
- When: ปวดนานเกิน 6 สัปดาห์ หรือกระทบชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์
[1] ปวดแบบนี้ ทำไมชื่อเรียกว่า "Tennis Elbow" ทั้งที่ไม่เคยเล่นเทนนิส?
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า Tennis Elbow เป็นโรคของนักกีฬาเทนนิส แต่ความจริงคือผู้ป่วย TE (Lateral Epicondylitis) — การอักเสบของเส้นเอ็นด้านนอกข้อศอก คนส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นเทนนิสเลยสักครั้งในชีวิต
ชื่อนี้ติดมาจากอดีตที่แพทย์พบอาการนี้บ่อยในนักเทนนิส แต่ปัจจุบันเราพบในแม่บ้าน พนักงานออฟฟิศ ช่างเครื่อง พนักงานโรงงาน ช่างเสริมสวย และทุกคนที่ต้องใช้แขนซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน
ถ้าคุณปวดข้อศอกอยู่ตอนนี้ทั้งที่ไม่เคยจับแร็กเกต บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
[2] กรณีสมมติจากคลินิก — คุณเคยเจอแบบนี้ไหม?
กาลครั้งหนึ่ง คุณป้าแอม อายุ 52 ปี เป็นแม่บ้านที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมาทั้งชีวิต (เป็นกรณีตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย) ทุกเช้าป้าแอมตื่นมาทำกับข้าว ล้างจาน บิดผ้า และเช็ดบ้าน เป็นงานที่ทำซ้ำๆ ทุกวันมานับสิบปี
ทุกวันสองสามเดือนที่ผ่านมา ป้าแอมรู้สึกว่าข้อศอกข้างขวาเริ่มปวดขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนแรกเจ็บนิดหน่อยตอนบิดผ้า คิดว่าอาจเป็นเพราะทำงานหนักเกินไป เลยพักสักสองสามวันแล้วก็ยังทำต่อ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ป้าแอมยื่นมือไปหยิบกาน้ำ แล้วเจ็บจนต้องวางลงกลางคัน น้ำหกเกือบทั้งกา ลูกสาวที่นั่งอยู่ด้วยตกใจมาก
เพราะเหตุนั้น ป้าแอมจึงเริ่มสังเกตว่าอาการแย่ลงทุกวัน บิดก๊อกน้ำก็เจ็บ จับมือจับแขนก็เจ็บ แม้แต่ตอนกลางคืนนอนอยู่เฉยๆ ก็ยังปวดรื้อๆ
เพราะเหตุนั้น ป้าแอมกลัวว่าจะต้องผ่าตัด เลยไม่กล้าไปหาหมอ พยายามซื้อยาแก้ปวดกินเองมาหลายเดือน บางทีก็ใช้ยาหม่องทา บางทีก็ประคบร้อน ประคบเย็สลับกัน ไม่ดีขึ้น
จนในที่สุด ลูกสาวพาไปพบแพทย์ด้านกระดูกและข้อ หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียดและบอกว่าป้าแอมเป็น TE ไม่ใช่ข้อเสื่อม ไม่ต้องผ่าตัด และมีแนวทางรักษาที่ได้ผลดีหลายอย่าง
และตั้งแต่นั้นมา ป้าแอมเริ่มเข้าใจว่าการรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด
[3] ทำไมเส้นเอ็นถึงอักเสบ?
หลายคนไม่รู้ว่ายังมีทางเลือกอื่นนอกจากทน หรือรอจนเจ็บมากแล้วค่อยผ่าตัด เพราะไม่เข้าใจว่าร่างกายเกิดอะไรขึ้น
ข้อศอกเป็นจุดที่กล้ามเนื้อแขนเกาะติดกับกระดูก ด้านนอกข้อศอก (ด้านที่หันออกจากลำตัว) มีกระดูกปุ่มเล็กๆ เรียกว่า Lateral Epicondyle เป็นจุดยึดของกล้ามเนื้อที่ใช้กระดกข้อมือขึ้น ส่วนด้านในข้อศอก (ด้านที่หันเข้าหาลำตัว) มี Medial Epicondyle เป็นจุดยึดของกล้ามเนื้อที่ใช้งอข้อมือลง
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราใช้งานซ้ำๆ เช่น บิด จับ กด หรือยก โดยไม่ให้เวลาพักฟื้นเพียงพอ เส้นเอ็นที่เกาะอยู่กับกระดูกปุ่มนั้นจะเริ่มมีการฉีกขาดเล็กๆ น้อยๆ ในระดับเนื้อเยื่อ
ร่างกายพยายามซ่อมแซมตัวเอง แต่ถ้าเราไม่หยุดพักและใช้งานซ้ำๆ ต่อเนื่อง การซ่อมแซมไม่ทันกับการบาดเจ็บใหม่ที่เกิดขึ้นทุกวัน เส้นเอ็นจึงเริ่มเสื่อมสภาพแทนที่จะฟื้นตัว
กระบวนการนี้ไม่ใช่การอักเสบเฉียบพลัน แต่เป็นการเสื่อมสภาพเรื้อรัง (Tendinopathy) ซึ่งหมายความว่าการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องรักษาที่เส้นเอ็นโดยตรงด้วย
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบางคนกินยาแก้ปวดหลายเดือนแล้วยังไม่หาย
TE กับ GE ต่างกันอย่างไร?
TE (Lateral Epicondylitis) — การอักเสบของเส้นเอ็นด้านนอกข้อศอก
ปวดบริเวณด้านนอกข้อศอก ตรงปุ่มกระดูกที่จะเจ็บเวลากดลงไป อาการเด่นคือปวดเวลากระดกข้อมือขึ้น หรือบิดของ เช่น บิดก๊อกน้ำ ขันสกรู หิ้วของ พบบ่อยในคนที่ใช้งานข้อมือซ้ำๆ ด้านบน เช่น พนักงานคีย์บอร์ด ช่างเครื่อง แม่บ้าน TE พบบ่อยกว่า GE อย่างมีนัยสำคัญ
GE (Medial Epicondylitis) — การอักเสบของเส้นเอ็นด้านในข้อศอก
ปวดบริเวณด้านในข้อศอก ตรงปุ่มกระดูกด้านใน อาการเด่นคือปวดเวลางอข้อมือลง หรือออกแรงกำ เช่น ขว้าง ตี กด พบบ่อยในนักกอล์ฟ นักเบสบอล ช่างก่อสร้าง และผู้ที่ใช้งานข้อมือด้านล่างซ้ำๆ
ทั้งสองอาการมักปวดมากขึ้นเวลาออกแรง และดีขึ้นเมื่อพักงาน อาการปวดอาจร้าวลงมาตามแขนท่อนล่างได้ บางคนรู้สึกมืออ่อนแรงหรือจับของหลุดมือโดยไม่ตั้งใจ
[5] ใครเสี่ยงเป็น Tennis Elbow หรือ Golfer's Elbow?
- คนอายุ 35-54 ปี เป็นช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุด เส้นเอ็นเริ่มฟื้นตัวช้าลงแต่ยังคงทำงานหนักเท่าเดิม
- คนที่ใช้แขนซ้ำๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พนักงานออฟฟิศ ช่างฝีมือ ช่างเสริมสวย หรือผู้ที่ต้องยกของบ่อย
- คนทำงานในอาชีพที่ใช้แขนต่อเนื่อง เช่น ช่างไม้ ช่างโลหะ คนงานโรงงาน คนสวน งานวิจัยพบว่าคนทำงานใช้แรงกายเสี่ยงเป็น TE สูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
- นักกีฬาที่ใช้เทคนิคไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มความหนักของการฝึกซ้อมเร็วเกินไป
- คนที่ไม่ได้วอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย หรือใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะกับสรีระ
[6] แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัย TE และ GE ส่วนใหญ่ทำได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยไม่จำเป็นต้องตรวจพิเศษมาก
ขั้นแรกคือการซักประวัติ แพทย์จะถามว่าปวดที่ไหน ปวดนานแค่ไหน ทำอาชีพอะไร มีกิจกรรมอะไรที่ทำให้ปวดมากขึ้น เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนหรือไม่
ขั้นที่สองคือการตรวจร่างกาย แพทย์จะกดที่ปุ่มกระดูกข้อศอก ให้ผู้ป่วยกระดกข้อมือหรืองอข้อมือเพื่อดูว่าอาการเจ็บตรงกับตำแหน่งใด มีการทดสอบมาตรฐานหลายอย่างที่ช่วยยืนยันการวินิจฉัย เช่น Cozen's Test สำหรับ TE
การตรวจภาพถ่าย เอกซเรย์ธรรมดาอาจทำเพื่อตัดโรคกระดูกหรือข้อเสื่อมออก แต่ไม่เห็นเส้นเอ็น อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยดูเส้นเอ็นได้ดีและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า MRI (Magnetic Resonance Imaging) ส่วน MRI มักสงวนไว้สำหรับกรณีที่ไม่แน่ใจ หรือก่อนการผ่าตัด
[7] รักษาอย่างไร ตั้งแต่เบาไปหนัก?
ผู้ป่วยหลายคนรู้สึกท้อเมื่อได้ยินว่าต้องรักษานาน แต่ความจริงคือการรู้ว่าตัวเองเป็นระยะไหนและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นมากกว่าการทนหรือรอ
ขั้นแรก การพักและลดการอักเสบ
หยุดกิจกรรมที่ทำให้ปวด แต่ไม่ต้องหยุดสนิท ประคบเย็นบริเวณที่ปวด 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้งในช่วง 2-3 วันแรก ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) ชนิดทา หรือชนิดรับประทานระยะสั้น ช่วยลดปวดในระยะแรก
ขั้นที่สอง การใช้อุปกรณ์พยุง
สายรัดข้อศอก (Counterforce Brace) เป็นสายรัดที่พันรอบแขนท่อนล่างด้านล่างข้อศอก ช่วยลดแรงกดบนจุดที่เส้นเอ็นเกาะกระดูก ผู้ป่วยหลายคนใส่แล้วยังทำงานได้ตามปกติในระหว่างรักษา
ขั้นที่สาม กายภาพบำบัด
การออกกำลังกายแบบ Eccentric Exercise — การออกกำลังกายแบบยืดกล้ามเนื้อขณะออกแรง คือหัวใจสำคัญของการรักษาเส้นเอ็น โดยผู้ป่วยจะค่อยๆ ยืดและเกร็งกล้ามเนื้อในทิศทางที่ควบคุมแรงลดลง การฝึกซ้ำๆ อย่างถูกวิธีช่วยกระตุ้นให้เส้นเอ็นซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น งานวิจัยพบว่าได้ผลดีในระยะยาวกว่าการพักอย่างเดียว
ขั้นที่สี่ การฉีดยา
มีสองตัวเลือกหลัก
การฉีดสเตียรอยด์ให้ผลเร็วในการลดปวด แต่งานวิจัยพบว่าถ้าฉีดหลายครั้งอาจทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลงในระยะยาว ปัจจุบันแนะนำให้ใช้เมื่อจำเป็นและไม่เกิน 1-2 ครั้ง
การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) — พลาสมาที่เข้มข้นด้วยเกล็ดเลือด ทำโดยดูดเลือดผู้ป่วยเองออกมา ปั่นแยก แล้วฉีดกลับเข้าไปที่จุดที่เส้นเอ็นเสื่อม สารที่ได้จากเกล็ดเลือดช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็น งานวิจัยพบว่า PRP ได้ผลดีในระยะยาวกว่าสเตียรอยด์ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นมานาน
ขั้นที่ห้า คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy)
การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงเข้าไปที่บริเวณเส้นเอ็นที่เสื่อม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่นใน 3-6 เดือนแรก
ขั้นสุดท้าย การผ่าตัด
สำหรับผู้ที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างครบถ้วนนานกว่า 6-12 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น การผ่าตัดอาจเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ซึ่งมักได้ผลดีมากและพักฟื้นไม่นาน แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ก่อนถึงขั้นนั้น
[8] ถ้ารักษาถูกต้อง จะหายไหม?
งานวิจัยพบว่าผู้ป่วย TE ที่ได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างถูกต้องราว 80-90% หายได้ภายใน 12 เดือน
แต่ "ถูกต้อง" คือกุญแจสำคัญ หมายถึงการวินิจฉัยให้แน่ใจก่อนว่าเป็น TE หรือ GE จริง ไม่ใช่ข้อเสื่อมหรือเส้นประสาทถูกกด ใช้วิธีรักษาที่เหมาะกับระยะของอาการ และทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
ระยะเวลาที่ใช้รักษาแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนดีขึ้นใน 3-4 เดือน บางคนใช้เวลาถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ และความสม่ำเสมอในการรักษา
[9] มีภาวะแทรกซ้อนอะไรถ้าปล่อยทิ้งไว้?
ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาไม่ถูกต้องหรือไม่รักษา เป็นสิ่งที่ควรรู้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว
อาการปวดเรื้อรัง ถ้าเส้นเอ็นเสื่อมนานโดยไม่ได้รับการดูแล การซ่อมแซมตามธรรมชาติจะเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ ทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอถาวร
แรงจับอ่อนลง ผู้ป่วยบางคนที่ทิ้งอาการไว้นานพบว่าแรงกำมือลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลต่อการทำงานและชีวิตประจำวัน
ขอบเขตการเคลื่อนไหวลดลง กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ไม่ได้รับการรักษาอาจหดสั้นและตึงมากขึ้นตามเวลา ทำให้ขยับข้อศอกและข้อมือได้ไม่เต็มที่
สิ่งเหล่านี้ป้องกันได้ด้วยการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ป้องกันไม่ให้กลับมาซ้ำได้ไหม?
- ฝึกกล้ามเนื้อแขนให้แข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ดึงดัน Eccentric Exercise ไม่ใช่แค่รักษา แต่ยังป้องกันการกลับซ้ำได้ด้วย
- วอร์มอัพก่อนทำกิจกรรมที่ต้องใช้แขนมาก ทั้งก่อนออกกำลังกายและก่อนงานที่ต้องใช้แรงต่อเนื่อง
- ปรับท่าทางและเทคนิคให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการถือเครื่องมือ ท่าพิมพ์คีย์บอร์ด หรือท่าเล่นกีฬา
- จัดสภาพแวดล้อมการทำงาน ให้ข้อมือและข้อศอกอยู่ในท่าที่เป็นกลาง ไม่งอหรือบิดนานเกินไป
- ฟังร่างกาย ถ้าเริ่มรู้สึกปวดซ้ำ ให้หยุดพักก่อน อย่ารอให้ปวดมากแล้วค่อยหยุด
[11] คำถามที่พบบ่อย?
ถาม: ปวดข้อศอกต้องผ่าตัดไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ ผู้ป่วย TE และ GE ราว 80-90% หายได้โดยไม่ผ่าตัด ภายใน 6-12 เดือน ถ้ารักษาอย่างถูกต้อง การผ่าตัดสงวนไว้สำหรับกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นครบถ้วนแล้วนานกว่า 6-12 เดือนแต่ไม่ดีขึ้น ซึ่งพบไม่ถึง 10-20% ของผู้ป่วยทั้งหมด
ถาม: ฉีด PRP กับฉีดสเตียรอยด์ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: สเตียรอยด์ออกฤทธิ์เร็ว ลดปวดได้ชัดเจนในระยะสั้น 4-6 สัปดาห์ แต่งานวิจัยพบว่าในระยะยาว 6-12 เดือน ผลอาจด้อยกว่า PRP และการฉีดซ้ำหลายครั้งอาจทำให้เส้นเอ็นเปราะบางขึ้น ส่วน PRP (Platelet-Rich Plasma) — พลาสมาที่เข้มข้นด้วยเกล็ดเลือด ออกฤทธิ์ช้ากว่า แต่กระตุ้นให้เส้นเอ็นซ่อมแซมตัวเองได้ดีกว่า งานวิจัยพบว่าได้ผลดีกว่าในระยะยาว เหมาะกว่าสำหรับคนที่เป็นมานานหรือเคยฉีดสเตียรอยด์มาแล้ว
ถาม: ออกกำลังกายแบบ Eccentric คืออะไร ทำเองได้ไหม?
ตอบ: Eccentric Exercise คือการออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อออกแรงขณะยืดยาวออก ตรงข้ามกับการเกร็งแบบหดสั้น เช่น สำหรับ TE ผู้ป่วยกระดกข้อมือขึ้นด้วยมืออีกข้าง แล้วค่อยๆ ปล่อยข้อมือลงอย่างช้าๆ โดยควบคุมแรง ทำซ้ำ 15 ครั้ง 3 เซต ทำเองได้หลังจากนักกายภาพบำบัดสอนท่าที่ถูกต้องแล้ว การทำผิดท่าอาจทำให้อาการแย่ลง แนะนำให้เริ่มกับผู้เชี่ยวชาญก่อน
[12] ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แสดงว่าคุณพร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง?
คุณกำลังหาคำตอบ ซึ่งเป็นก้าวที่ถูกต้องที่สุด
5 สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้
- TE ปวดด้านนอก GE ปวดด้านใน ไม่ใช่โรคเดียวกันแต่รักษาแนวทางเดียวกัน
- ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด ถ้าวินิจฉัยถูกต้องและรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- Eccentric Exercise คือหัวใจของการรักษาและป้องกัน ไม่ใช่แค่พักอย่างเดียว
- PRP ได้ผลดีกว่าสเตียรอยด์ในระยะยาว โดยเฉพาะถ้าเป็นมานาน
- ปวดนานเกิน 6 สัปดาห์ หรือปวดจนกระทบชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์ ไม่ต้องรอให้หนักกว่านี้
ถ้าคุณรู้จักใครที่ "ปวดข้อศอกไม่หาย" ทั้งที่ไม่เคยเล่นเทนนิส ส่งบทความนี้ให้เขาอ่าน บางทีการรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเปลี่ยนทุกอย่างได้
ความเจ็บปวดไม่ควรทำให้คุณหยุดทำสิ่งที่คุณรัก และคุณไม่ได้ต้องเผชิญกับมันคนเดียว
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาการปวดข้อศอก Tennis Elbow และ Golfer's Elbow ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
#หมอเก่ง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อศอก #TennisElbow #GolferElbow #เส้นเอ็นอักเสบ #บาดเจ็บในนักกีฬา #ปวดข้อศอกรักษาได้ #ธนินนิตย์คลินิก
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ [ปวดข้อศอกเรื้อรัง ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด](https://doctorkeng.com/pillar/elbow-pain)




