มือยังดูปกติ แต่ข้อมือเจ็บทุกครั้งที่บิด กำ หรือยกของ อดทนมาหลายเดือนแล้ว — แต่ยังไม่หาย
ชายวัย 32 ปี ทำงานก่อสร้างมา 7 ปี ปวดข้อมือขวาแบบนี้มาเกือบปี แพทย์ให้ยาแก้ปวด บอกว่าเมื่อย แต่อาการไม่ดีขึ้น กลับปวดหนักขึ้นทุกครั้งที่กำค้อน วันที่ส่ง MRI — ผลออกมาเปลี่ยนทุกอย่าง
บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้จักโรคที่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็น และรู้ว่าอาการแบบไหนที่ต้องตรวจเพิ่มกว่าแค่ยาแก้ปวด
ทำไมกระดูกข้อมือถึงตายได้โดยไม่มีอุบัติเหตุ?
คุณรู้ได้อย่างไรว่าปวดข้อมือที่ทำงานใช้มือหนักแบบนี้ เป็นแค่เมื่อยล้าธรรมดา หรือกระดูกชิ้นเล็กๆ ตรงกลางข้อมือกำลังขาดเลือดอยู่?
คำถามนี้ไม่ได้ถามเพื่อให้กลัว แต่เพราะโรคชื่อ "คีนเบิร์ก" มักซ่อนตัวอยู่นานหลายเดือนถึงหลายปี ก่อนที่ภาพเอกซเรย์จะเริ่มเห็นความผิดปกติ และในช่วงเวลานั้นเอง ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โอกาสที่จะหยุดความเสียหายได้มีสูงมาก
เขาเริ่มสังเกตว่าข้อมือขวาเจ็บตั้งแต่ 11 เดือนก่อน ตอนแรกคิดว่าแค่เมื่อยจากงานก่อสร้าง ก็นวดเอาแล้วกินยาแก้ปวด
ทุกวันเขาต้องกำค้อน แบกของ และตีตะปูซ้ำๆ กว่าวันละ 8 ชั่วโมง งานที่เคยทำได้ง่ายๆ เริ่มทำให้ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเปลี่ยนมือบ่อยครั้ง
"ทนไปก่อน งานต้องทำ" เขาบอกตัวเอง
จนกระทั่งวันหนึ่ง แม้แค่บิดก๊อกน้ำก็ปวดจนแทบทนไม่ได้ เขาจึงมาพบหมอ ผลเอกซเรย์ครั้งแรกยังดูปกติ แต่เมื่อส่ง MRI — เห็นแล้วว่ากระดูกชิ้นหนึ่งตรงกลางข้อมือเริ่มขาดเลือด
หลายคนไม่รู้ว่าในข้อมือของเรามีกระดูกเล็กๆ ซ่อนอยู่ถึง 8 ชิ้น ชิ้นหนึ่งชื่อ "ลูเนต" (Lunate) อยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่เหมือนลูกปืนในกลไก รับแรงและส่งต่อการเคลื่อนไหวทุกครั้งที่เราใช้มือ
ปัญหาคือ กระดูกลูเนตมีเส้นเลือดเลี้ยงน้อยมาก ในคนที่โครงสร้างกระดูกแขนมีลักษณะพิเศษที่เรียกว่า "กระดูกปลายแขนด้านข้างสั้นกว่าปกติ" แรงที่กดลงบนลูเนตจะมากกว่าคนทั่วไป และถ้าซ้ำเติมด้วยการใช้มือหนักทุกวัน เส้นเลือดเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงกระดูกลูเนตอาจค่อยๆ ถูกทำลาย
ลองนึกภาพต้นไม้ที่รากถูกตัดทีละเส้น ใบอาจยังเขียวอยู่สักพัก แต่ข้างในกำลังตายทีละน้อย กระดูกลูเนตก็เป็นแบบนั้น ภาพเอกซเรย์ในช่วงแรกอาจดูปกติ แต่ MRI จะเห็นว่ากระดูกเริ่มขาดเลือดแล้ว
เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ กระดูกจะค่อยๆ เปราะ แตกร้าว และในที่สุดยุบตัวลง ดึงให้กระดูกข้อมือชิ้นอื่นๆ เสียตำแหน่งตามไปด้วย จนถึงจุดที่ข้อมือทั้งข้อเริ่มเสื่อม
โรคนี้ชื่อเต็มว่า "คีนเบิร์ก" (Kienbock's Disease) หรือ "ภาวะกระดูกลูเนตขาดเลือด" พบบ่อยในคนอายุ 20-40 ปี มักเป็นข้างที่ถนัดและทำงานใช้มือหนัก
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดบริเวณหลังมือตรงกลาง ปวดมากขึ้นเมื่อกำหรือบิดข้อมือ บวมหรือแข็งตึงบริเวณข้อมือด้านบน กำของได้แรงน้อยลง และรู้สึกข้อมือ "ล็อก" หรือ "ค้าง" บางครั้ง
สาเหตุที่แน่ชัดยังเป็นที่ถกเถียง แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งโครงสร้างกระดูกที่เอื้อให้รับแรงมากกว่าปกติ การบาดเจ็บซ้ำๆ สะสม และลักษณะเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงกระดูกลูเนตน้อยกว่าคนทั่วไป
ใครเสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง?
• อายุ 20-40 ปี ที่ทำงานใช้มือซ้ำๆ ทุกวัน เช่น ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ นักดนตรี หรืองานที่ต้องกำของหนัก
• มีโครงสร้างกระดูกแขนแบบที่เรียกว่า "กระดูกปลายแขนด้านนิ้วก้อยสั้นกว่าปกติ" ทำให้กระดูกลูเนตรับแรงมากขึ้น
• เคยมีการบาดเจ็บข้อมือบ่อยๆ แม้เป็นแบบเบาๆ
• เส้นเลือดหล่อเลี้ยงกระดูกลูเนตน้อยกว่าปกติ (โดยกำเนิด)
• สูบบุหรี่หรือมีโรคที่ส่งผลต่อเส้นเลือดเล็กๆ ในร่างกาย
หมอวินิจฉัยโรคนี้อย่างไร?
การวินิจฉัยต้องอาศัยหลายขั้นตอน เริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย หมอจะถามถึงอาชีพ ลักษณะอาการ และกดตรวจหาจุดเจ็บบนหลังมือบริเวณกระดูกลูเนต
จากนั้นส่งเอกซเรย์ข้อมือทั้งสองข้าง เพื่อดูระยะของโรคและวัดโครงสร้างกระดูก ในระยะแรกเอกซเรย์อาจยังดูปกติ
หากสงสัย แพทย์จะส่ง MRI ข้อมือ ซึ่งเป็นการตรวจที่ตรวจพบการขาดเลือดของกระดูกลูเนตได้ตั้งแต่ระยะแรกสุด ก่อนที่จะเห็นความผิดปกติบนเอกซเรย์
ผลทั้งหมดจะถูกนำมาจัดระยะโรค ซึ่งเป็นตัวกำหนดแนวทางการรักษาในขั้นต่อไป
รักษาได้อย่างไรบ้าง?
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและอาการของแต่ละคน เพราะโรคนี้มีหลายระยะ แนวทางจึงต่างกันมาก
ในระยะแรกที่กระดูกยังไม่ยุบ แพทย์อาจเริ่มด้วยการดามข้อมือพักการใช้งานประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้กระดูกมีโอกาสฟื้นตัว บางรายอาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
เมื่อการพักอยู่ไม่เพียงพอ หรือกระดูกเริ่มยุบแต่ข้อมือยังไม่เสียรูปทรง การผ่าตัดที่มักเลือกคือการตัดปลายกระดูกแขนให้สั้นลงเล็กน้อย เพื่อลดแรงที่กดทับกระดูกลูเนต ซึ่งทำให้กระดูกมีโอกาสฟื้นตัวและหยุดการยุบตัว
ในระยะที่กระดูกยุบและข้อมือเริ่มเสียรูปทรง การรักษาจะซับซ้อนขึ้น มักต้องผ่าตัดยึดกระดูกข้อมือบางส่วนเข้าด้วยกันเพื่อรักษาเสถียรภาพ
สำหรับระยะสุดท้ายที่ข้อมือเสื่อมทั่วข้อ เป้าหมายเปลี่ยนเป็นการลดอาการปวดและรักษาการใช้งาน โดยอาจผ่าตัดนำกระดูกแถวบนออก หรือในบางรายที่จำเป็นอาจต้องเชื่อมข้อมือทั้งหมดเพื่อให้มั่นคง
เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง? — เมื่อกระดูกยุบตัวแล้ว หรืออาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตและไม่ตอบสนองต่อการพัก การผ่าตัดมักให้ผลดีกว่าการรอ ทุกแผนการรักษาต้องประเมินเป็นรายบุคคลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคนี้รักษาหายไหม?
หากพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากมีโอกาสหยุดการดำเนินโรคและกลับมาใช้ข้อมือได้ใกล้เคียงปกติ
สำหรับผู้ที่รักษาด้วยการผ่าตัดในระยะต้น ข้อมูลระยะยาวพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการปวดลดลงและยังคงใช้ข้อมือในการทำงานได้ แม้อาจไม่กลับมาหนักเต็มที่เหมือนก่อน
อย่างไรก็ตาม โรคนี้อาจยังมีการดำเนินต่อทางภาพรังสีแม้อาการจะดีขึ้น และในบางรายที่ระยะโรคสูงหรือข้อมือเสื่อมแล้ว การฟื้นตัวอาจใช้เวลานานและต้องปรับเป้าหมายไปสู่การลดปวดและรักษาการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเป็นอย่างไร?
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา กระดูกลูเนตจะค่อยๆ ยุบตัวลง ดึงให้กระดูกข้อมือชิ้นอื่นเสียตำแหน่ง ข้อมือจะเสียรูปทรงและการเคลื่อนไหวลดลงเรื่อยๆ ในระยะสุดท้าย ข้อมือทั้งข้อจะเสื่อม ทำให้ปวดเรื้อรัง ขยับข้อมือได้น้อย กำของได้แรงลดลงมาก และส่งผลต่อการทำงานในชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ
ดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง?
• หากทำงานที่ต้องใช้มือหนักซ้ำๆ ให้หาโอกาสพักข้อมือระหว่างวัน และใช้อุปกรณ์ช่วยลดแรงกดที่มือ
• สังเกตอาการปวดข้อมือที่ไม่หายเองภายใน 4-6 สัปดาห์ อย่ารอให้นานเกินไป
• หากมีอาชีพที่ใช้มือหนัก ควรตรวจสุขภาพข้อมือเป็นระยะและแจ้งแพทย์ถึงลักษณะงานที่ทำ
• หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะส่งผลเสียต่อการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดเล็กๆ
• ถ้าเคยมีการบาดเจ็บข้อมือและยังปวดอยู่ ควรติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
ถาม: ปวดข้อมือมาหลายเดือนแล้ว ต้องทำ MRI ทุกรายไหม? ตอบ: ไม่จำเป็นทุกราย แต่หากปวดบริเวณหลังมือตรงกลาง อาการไม่ดีขึ้นหลังพักและกินยา 4-6 สัปดาห์ หรือทำงานที่ใช้มือหนักซ้ำๆ แพทย์อาจพิจารณาส่ง MRI เพื่อตรวจหาความผิดปกติของกระดูกลูเนตตั้งแต่ระยะแรก
ถาม: โรคนี้รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ในระยะแรกที่กระดูกยังไม่ยุบ การดามข้อมือพักการใช้งาน 2-3 เดือนอาจช่วยได้ในบางราย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการยุบตัวของกระดูกหรือข้อมือเริ่มเสียรูป การผ่าตัดมักจำเป็นเพื่อรักษาการทำงานในระยะยาว
ถาม: หลังผ่าตัดกลับไปทำงานก่อสร้างได้ไหม? ตอบ: ขึ้นอยู่กับระยะโรคและชนิดการผ่าตัด ผู้ป่วยที่ผ่าตัดในระยะต้น หลายรายกลับทำงานเบาๆ ได้ใน 3-4 เดือน และงานหนักได้ใน 4-6 เดือน แต่ต้องปรับท่าทางและเทคนิคการทำงานเพื่อลดแรงกดที่ข้อมือ
ถาม: โรคนี้จะเป็นซ้ำหลังรักษาไหม? ตอบ: หลังรักษาในระยะต้นและดูแลตัวเองดี หลายรายมีอาการดีขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาพเอกซเรย์อาจยังเห็นการเปลี่ยนแปลงของกระดูกได้แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว ควรตรวจติดตามกับแพทย์เป็นระยะ
ถาม: เด็กหรือผู้สูงอายุเป็นโรคนี้ได้ไหม? ตอบ: โรคนี้พบบ่อยในกลุ่มอายุ 20-40 ปีที่ใช้มือหนัก แต่มีรายงานในเด็กและผู้สูงอายุได้บ้าง หากมีอาการสงสัยในทุกช่วงอายุ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน
แล้วคุณล่ะครับ เคยปวดข้อมือแบบนี้อยู่นานแต่ยังไม่รู้สาเหตุ? เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลย
สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้
• กระดูกลูเนตในข้อมือสามารถขาดเลือดได้โดยไม่ต้องมีอุบัติเหตุ — มักเกิดจากการใช้มือหนักซ้ำๆ สะสม
• ในระยะแรก เอกซเรย์อาจดูปกติ แต่ MRI จะเห็นความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
• ยิ่งพบเร็ว ตัวเลือกการรักษาก็มากกว่า และโอกาสรักษาข้อมือไว้ใกล้เคียงปกติก็สูงกว่า
• ระยะโรคต่างกัน การรักษาต่างกัน — ตั้งแต่การพักข้อมือจนถึงการผ่าตัดยึดหรือเชื่อมกระดูก
• ปวดข้อมือที่ไม่หายเองใน 4-6 สัปดาห์ โดยเฉพาะในคนทำงานใช้มือหนัก ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการปวดข้อมือแบบนี้ครับ หลายคนที่มาพบผมรู้สึกโล่งใจที่ได้รู้ว่าอาการที่ทนมานานมีชื่อ มีระยะ และมีทางรักษา ดูแลมือของคุณตั้งแต่วันนี้ เพราะมือที่แข็งแรงคือสิ่งที่คุณต้องใช้ดูแลตัวเองและคนที่รักต่อไป
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคกระดูกลูเนตขาดเลือด ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666

