ข้อมือข้างที่ถนัดเจ็บข้างนอก ทุกครั้งที่บิดน็อตประตู หิ้วกระเป๋า หรือแม้แต่กดลุกจากโซฟา พักแล้วก็ยังไม่หาย ทั้งที่คิดว่าแค่ข้อเคล็ด

แล้วคุณรู้ได้อย่างไร ว่าสิ่งที่เจ็บอยู่นั้น คืออะไร?


ข้อมือเจ็บเวลาบิดหรือหิ้วของ — คุณรู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่แค่เคล็ด


ข้อมือข้างขวาเจ็บมาสองเดือนแล้ว ทุกครั้งที่บิดน็อตประตู หิ้วถุงตลาด หรือแม้แต่กดลุกจากโซฟา มันเจ็บเสียวอยู่ข้างนอก หยุดพัก ก็ยังไม่ดีขึ้น

แล้วคุณรู้ได้อย่างไร ว่าสิ่งที่เจ็บอยู่นั้น คืออะไร?

ผู้หญิงวัยสามสิบปลาย ทำงานออฟฟิศ เล่นแบดมินตันทุกสุดสัปดาห์มาสิบปี วันหนึ่งสะดุดล้ม ยันมือไว้ทันทีก่อนล้มกระแทกพื้น เจ็บข้อมือสั้น ๆ แต่คิดว่าแค่เคล็ด พักสักอาทิตย์คงหาย

ผ่านไปสามสัปดาห์ ข้อมือดูเหมือนดีขึ้น เธอกลับไปเล่นแบดได้ แต่หลังจากนั้น ทุกครั้งที่บิดมือหรือออกแรงจับสิ่งของ จะเจ็บเสียวข้างนอกของข้อมือเสมอ

มาพบผมหลังทนมาหกเดือน หลังจากบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า "มันน่าจะหาย" ความจริงคือ เส้นเอ็นในข้อมือส่วนหนึ่งของเธอฉีกขาดไปแล้วตั้งแต่วันที่ล้ม

หลายคนไม่รู้ว่า ภายในข้อมือของเราทุกคน มีโครงสร้างที่ทำหน้าที่เหมือน "เบาะกันกระแทก" อยู่ทางด้านนิ้วก้อย โครงสร้างนี้มีชื่อเรียกว่า TFCC (Triangular Fibrocartilage Complex — โครงข่ายกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นรูปสามเหลี่ยม)

ลองนึกภาพว่าข้อมือคุณเป็นเหมือนสะพาน กระดูกปลายแขน 2 ท่อนคือเสาสะพาน TFCC คือโครงสร้างที่เชื่อมและพยุงให้เสาทั้งสองทำงานร่วมกันได้ และยังเป็นเบาะรองรับแรงกดที่ผ่านมาทางนิ้วก้อยและนิ้วนาง

เวลาที่ TFCC ฉีกขาด ไม่ว่าจะจากการล้มยันมือ บิดข้อมือแรง ๆ หรือใช้งานซ้ำ ๆ นาน ๆ เสถียรภาพของข้อมือจะเสียไป ทำให้รู้สึกเจ็บเวลาบิดหมุน ออกแรงจับ หรือพยุงตัว บางคนยังรู้สึกว่าข้อมือ "ไม่มั่นคง" หรือมีเสียงคลิก

อาการที่พบบ่อยและสาเหตุที่เกิดขึ้น

TFCC คือชื่อรวมของโครงสร้างหลายชั้นในข้อมือ ประกอบด้วยแผ่นกระดูกอ่อน เส้นเอ็นยึดข้อ และเนื้อเยื่อเส้นใย ทำหน้าที่ 3 อย่างพร้อมกัน คือรองรับน้ำหนักและแรงกด เชื่อมกระดูกปลายแขน 2 ท่อนให้มั่นคง และช่วยให้บิดหมุนข้อมือได้ราบรื่น

สาเหตุที่ทำให้ TFCC ฉีกขาดมีหลายอย่าง: • การล้มยันมือ — เหตุที่พบบ่อยที่สุด • บิดข้อมือแรงและกะทันหัน เช่น เปิดฝาขวดแน่น กระชากสายเปล • การใช้งานซ้ำซาก เช่น นักกีฬาแบดมินตัน เทนนิส กอล์ฟ • ภาวะกระดูก ulna (กระดูกปลายแขนด้านนิ้วก้อย) ยาวกว่าปกติ ทำให้แรงกดบน TFCC มากกว่าคนทั่วไป

ใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น?

• ผู้ที่เล่นกีฬาที่ใช้ข้อมือบิดหมุนบ่อย เช่น แบดมินตัน เทนนิส กอล์ฟ • ผู้ที่ทำงานซ้ำซากบิดมือ เช่น ช่างไม้ ช่างประกอบ พนักงานทำอาหาร • ผู้ที่เคยล้มยันมือ แม้จะไม่มีกระดูกหัก • กระดูก ulna ยาวกว่าปกติ ซึ่งเพิ่มแรงกดต่อ TFCC ในการใช้งานทุกวัน • วัยทำงาน 30-50 ปี ที่พบการบาดเจ็บนี้บ่อยที่สุด

หมอรู้ได้อย่างไรว่าเป็น TFCC?

การหาสาเหตุปวดข้อมือด้านนอกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโครงสร้างในบริเวณนี้มีหลายชั้น

เริ่มจากการซักประวัติ ว่าเกิดขึ้นอย่างไร เจ็บเมื่อไหร่ ทำอะไรแล้วเจ็บมากขึ้น

จากนั้นตรวจร่างกาย ด้วยการกดจุดที่เรียกว่า "Fovea sign" ซึ่งคือกดบริเวณลึกระหว่างปุ่มกระดูกด้านนิ้วก้อยกับเส้นเอ็น ถ้ากดแล้วเจ็บเสียวเหมือนกับที่รู้สึกอยู่ทุกวัน มีโอกาสสูงที่เส้นเอ็น TFCC จะมีปัญหา

จากนั้นอาจส่งตรวจ X-ray เพื่อดูว่ากระดูก ulna ยาวผิดปกติหรือไม่ และ MRI เพื่อดูโครงสร้างเส้นเอ็นโดยตรง ในบางรายอาจใช้ MRI ชนิดใส่สารทึบรังสีเพิ่ม ที่ให้ความแม่นยำสูงกว่าในการตรวจหารอยฉีกที่เล็ก

ถ้ายังไม่แน่ใจ แพทย์อาจพิจารณาส่องกล้องข้อมือ ซึ่งเป็นมาตรฐานทองคำในการวินิจฉัยและรักษาได้พร้อมกัน

รักษาอย่างไร เบาไปหนัก?

การรักษา TFCC ขึ้นอยู่กับชนิดของรอยฉีก ตำแหน่ง และความรุนแรง

เริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ในรายที่ข้อมือยังมั่นคงดี แพทย์มักเริ่มด้วยการพักการใช้งาน ใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงข้อมือประมาณ 4-8 สัปดาห์ จากนั้นทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูความแข็งแรง ในบางรายอาจใช้การฉีดยาลดการอักเสบร่วมด้วย การรักษาแบบนี้ควรทำให้ครบอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนพิจารณาทางเลือกอื่น

เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง

ถ้ารักษาแบบไม่ผ่าตัดครบแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือรอยฉีกอยู่ในตำแหน่งที่ซ่อมได้ การส่องกล้องข้อมือ (wrist arthroscopy — การผ่าตัดส่องกล้องรักษาข้อมือ) คือทางเลือกต่อไป

สำหรับรอยฉีกตรงกลาง ซึ่งพบบ่อยที่สุด บริเวณนั้นไม่มีเลือดไหลผ่าน จึงซ่อมไม่ได้ วิธีรักษาคือการตัดส่วนที่ฉีกออกผ่านกล้อง เพื่อให้ข้อมือเคลื่อนไหวได้ราบรื่น ซึ่งให้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่

สำหรับรอยฉีกด้านขอบ บริเวณนี้มีเลือดเลี้ยงจึงซ่อมแซมได้ การผ่าตัดเย็บซ่อมมีโอกาสหายดีสูงกว่า และในกรณีที่ข้อมือไม่มั่นคงจากรอยฉีกรุนแรง การผ่าตัดคือสิ่งที่ต้องทำโดยไม่ควรรอ

อาการจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ผลการรักษา TFCC ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับความรุนแรงของรอยฉีก ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่รักษาถูกต้องและตรงจุด มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมได้ใกล้เคียงปกติ ระยะเวลาฟื้นตัวหลังการผ่าตัดส่องกล้องอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน ก่อนกลับมาเล่นกีฬาได้เต็มที่ การรักษาที่ล่าช้าหรือรักษาไม่ถูกจุดอาจทำให้อาการเรื้อรัง และใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้น

ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น?

การปล่อยให้ TFCC ที่ฉีกขาดไม่ได้รับการดูแล อาการเจ็บปวดอาจกลายเป็นเรื้อรัง ข้อมือที่ขาดเสถียรภาพสะสมอาจส่งผลต่อข้อต่อกระดูกทั้งสองท่อนในปลายแขน ในระยะยาว ความไม่มั่นคงของข้อมืออาจนำไปสู่การสึกกร่อนของข้อต่อมากขึ้น และอาจทำให้เสียความสามารถในการบิดหมุนข้อมือได้อย่างเต็มที่

ดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดหรือลดความเสี่ยงได้อย่างไร?

• ฝึกกำลังกล้ามเนื้อปลายแขนและข้อมือสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อแข็งแรงช่วยลดแรงที่ตกบน TFCC

• ใช้เทคนิคที่ถูกต้องในการเล่นกีฬาที่ใช้ข้อมือ ไม่บิดข้อมือแรงเกินไปโดยไม่จำเป็น

• เมื่อล้ม พยายามกระจายแรงทั้งฝ่ามือ ไม่ยันด้วยข้อมือเพียงจุดเดียว

• ถ้าปวดข้อมือด้านนอกนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ ไม่ควรรอดูเองต่อไป

• หากทำงานที่ต้องบิดมือซ้ำ ๆ ควรพักมือเป็นระยะและยืดกล้ามเนื้อปลายแขนเป็นประจำ

คำถามที่คนไข้ถามบ่อย

ถาม: ปวดข้อมือด้านนิ้วก้อยมาสองเดือนแล้ว แบบนี้ต้องผ่าตัดไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นทุกราย ในหลายกรณีสามารถรักษาได้โดยการพักใส่เฝือกพยุงและทำกายภาพบำบัดก่อน แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้ก่อนว่าเส้นเอ็น TFCC ฉีกขาดในตำแหน่งใด เพราะแต่ละตำแหน่งตอบสนองต่อการรักษาต่างกัน การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยให้เลือกวิธีที่ตรงจุดได้

ถาม: TFCC ฉีกแล้วจะหายได้ไหม?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีก รอยฉีกที่อยู่ด้านขอบมีเลือดเลี้ยง จึงมีโอกาสหายเองหรือซ่อมแซมได้สูงกว่า ส่วนรอยฉีกตรงกลางไม่มีเลือดไหลผ่าน จึงไม่ค่อยหายเองได้ แต่สามารถจัดการด้วยการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดส่วนที่เป็นปัญหาออกได้

ถาม: MRI ข้อมือจำเป็นต้องตรวจเสมอไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นในทุกราย แพทย์มักเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อน ถ้าสงสัยว่ามีปัญหาที่ TFCC ค่อยพิจารณา MRI เพิ่มเติม ในบางรายอาจใช้ MRI ชนิดพิเศษที่มีความแม่นยำสูงกว่าในการตรวจหารอยฉีกที่เล็ก

ถาม: หลังผ่าตัดส่องกล้องกลับมาเล่นกีฬาได้เมื่อไหร่?

ตอบ: โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือนหลังการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับชนิดของรอยฉีกและชนิดของกีฬา การทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัดมีความสำคัญมากในการช่วยให้กลับมาใช้งานได้เต็มที่

ถาม: ปวดข้อมือแบบนี้แตกต่างจากข้อเคล็กอย่างไร?

ตอบ: ข้อเคล็กทั่วไปมักดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาการของ TFCC มักเป็นนานกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อบิดข้อมือหรือออกแรงจับสิ่งของ ถ้าปวดข้อมือด้านนอกนานกว่า 2-4 สัปดาห์หลังได้รับบาดเจ็บ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินให้แน่ใจ

คุณล่ะครับ เคยมีอาการแบบนี้ไหม ปวดข้อมือด้านนอกแล้วไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ลองเล่าในคอมเมนต์ได้เลย

สรุปสิ่งที่ควรจำ

• ปวดข้อมือด้านนอกที่ไม่หายหลัง 2 สัปดาห์ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ อย่ารอ

• TFCC คือโครงสร้างเบาะรองรับแรงกดในข้อมือ เมื่อฉีกจะทำให้ปวดเวลาบิดหรือออกแรง

• การรักษาที่ถูกต้องเริ่มจากการวินิจฉัยว่าฉีกตรงส่วนไหน ไม่ใช่รอให้หายเอง

• รอยฉีกหลายชนิดรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่บางชนิดที่ข้อมือไม่มั่นคงจำเป็นต้องผ่าตัด

• การผ่าตัดส่องกล้องข้อมือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมีข้อบ่งชี้

ข้อมือเป็นอวัยวะที่ใช้งานทุกวันตั้งแต่ตื่นจนนอน ดูแลมันให้ถูกต้อง เพื่อให้ยังทำสิ่งที่ชอบและดูแลคนที่รักได้อีกนาน


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบาดเจ็บของเส้นเอ็น TFCC ในข้อมือ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666