ทำงานบ้าน ยกของ ทำครัว ใช้แขนซ้ำ ๆ จนปวดข้อศอกด้านใน — ระวังโรคนี้!
ข้อศอกอักเสบจากการใช้งาน (Golfer’s Elbow) — ปวดตรงนี้ใช่โรคเดียวกันหรือเปล่า?
“หมอครับ ช่วงนี้ผมปวดข้อศอกด้านใน เวลาจะยกถุงของ จับแก้ว หรือแม้แต่บีบมือลูก ผมรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ เลยครับ ทั้งที่ไม่ได้เล่นกอล์ฟเลย”
นี่คือคำพูดของคุณสุชาติ อายุ 48 ปี ที่เดินเข้ามาหาหมอด้วยความกังวล ว่าทำไมถึงมีอาการปวดตรงข้อศอกด้านใน ทั้งที่ไม่ได้ออกกำลังกายหักโหม เพียงแค่ทำงานบ้านและใช้แขนจับของบ่อย ๆ เท่านั้น
หมออยากเล่าให้ฟังว่า อาการนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ โรคที่เรียกว่า “ข้อศอกอักเสบด้านใน” หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า Golfer’s elbow แม้ไม่ได้เล่นกอล์ฟก็สามารถเป็นได้
ข้อศอกอักเสบด้านในคืออะไร?
โรคนี้เกิดจากเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่เกาะตรงปุ่มกระดูกด้านในของข้อศอก ถูกใช้งานซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบและบาดเจ็บ เช่น การกำมือ ยกของหนัก หรือบิดแขนบ่อย ๆ
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เส้นเอ็นเหมือนเชือกที่คอยดึงกล้ามเนื้อและกระดูกให้ทำงาน ถ้าเชือกถูกดึงซ้ำ ๆ แรง ๆ ทุกวัน ก็มีโอกาสเสื่อม ขาด หรือฉีกเล็ก ๆ ได้ → นี่แหละที่ทำให้เกิดอาการเจ็บ
อาการของ Golfer’s elbow
-
เจ็บจี๊ดหรือปวดตื้อ ๆ บริเวณข้อศอกด้านใน
-
อาการปวดมักชัดเวลาจับของ กำมือ บิดข้อมือ หรือยกของ
-
บางคนอาจมีอาการร้าวลงไปถึงท่อนแขนหรือข้อมือ
-
กำมือแรง ๆ ไม่ได้ รู้สึกอ่อนแรงเวลาบิดเปิดฝาขวด
ถ้าปล่อยไว้นาน อาจทำให้ใช้แขนลำบากขึ้นเรื่อย ๆ และเจ็บแม้แต่ตอนพัก
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็น
-
ใช้แขนซ้ำ ๆ เช่น ยกของหนัก ทำงานบ้าน งานช่าง งานครัว
-
เล่นกีฬา เช่น กอล์ฟ เทนนิส ฟิตเนส ที่ต้องบิดข้อมือหรือกำอุปกรณ์แน่น ๆ
-
คนวัยทำงานที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือเมาส์เป็นเวลานาน
-
อายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสพบมากขึ้นเพราะเส้นเอ็นเริ่มเสื่อม
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะซักประวัติอาการและตรวจร่างกาย โดยกดตรงข้อศอกด้านในและให้ทำท่าบางอย่าง เช่น กำมือหรืองอข้อมือ ถ้าเจ็บมากมักสัมพันธ์กับโรคนี้
บางครั้งอาจใช้ Ultrasound เพื่อตรวจดูเส้นเอ็นว่ามีการอักเสบหรือฉีกขาดเล็ก ๆ หรือใช้ MRI ถ้าสงสัยว่ามีการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือซับซ้อนมากขึ้น
การเอกซเรย์ธรรมดา มักไม่พบความผิดปกติชัดเจน ยกเว้นใช้เพื่อแยกโรคอื่น เช่น กระดูกหักหรือข้อเสื่อม
แนวทางรักษาเบื้องต้น
-
พักการใช้งานแขน งดงานหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้ปวด
-
ประคบเย็น ใน 2–3 วันแรก ลดอาการอักเสบ
-
ทายาหรือรับประทานยาแก้อักเสบ ตามแพทย์สั่ง
-
กายภาพบำบัด เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การใช้คลื่นอัลตราซาวด์เพื่อลดการอักเสบ
-
อุปกรณ์พยุงข้อศอก (Elbow strap) ช่วยลดแรงดึงที่เส้นเอ็น
ถ้าอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณา ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด โดยใช้เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อความแม่นยำ
ส่วนการผ่าตัด มีความจำเป็นน้อยมาก ใช้เฉพาะรายที่รักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้นจริง ๆ
การดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
-
หลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยท่าที่ผิด
-
ใช้แขนทั้งสองข้างช่วยกัน ไม่ออกแรงแขนเดียวมากเกินไป
-
ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อท่อนแขน เช่น บีบลูกบอลนิ่ม ๆ เหยียดกล้ามเนื้อหน้าท้องแขน
-
จัดท่าทางเวลานั่งทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ให้ถูกต้อง
-
พักยืดเหยียดข้อมือและข้อศอกทุก 1–2 ชั่วโมง ถ้าต้องใช้แขนต่อเนื่อง
พยากรณ์โรคและภาวะแทรกซ้อน
-
ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 2–3 เดือน
-
ถ้าปล่อยเรื้อรัง อาจทำให้เอ็นเสื่อมเรื้อรัง ใช้งานแขนไม่ถนัด หรือเกิดการฉีกขาดมากขึ้น
-
ในบางรายอาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ ถ้าใช้งานแขนผิดวิธีอีก
หมอสรุปว่า…
Golfer’s elbow ไม่ใช่โรคที่อันตราย แต่ทำให้รบกวนชีวิตประจำวันได้มาก การพักและดูแลให้ถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้หายไวขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
ถ้าอาการไม่ดีขึ้น เจ็บมาก หรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดข้อศอก #GolferElbow #ข้อศอกอักเสบ #ปวดแขน #หมอเก่งกระดูกและข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: หมอครับ ผมไม่ได้เล่นกอล์ฟเลย ทำไมถึงปวดข้อศอกด้านในเหมือน Golfer’s elbow ครับ?
A: อาการนี้เกิดจากการใช้งานเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณข้อศอกด้านในซ้ำ ๆ จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานบ้าน หรือยกของหนักได้ครับ
Q: ถ้าปวดข้อศอกด้านในแบบนี้ ต้องผ่าตัดเลยไหมครับ?
A: การผ่าตัดมีความจำเป็นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ก่อนครับ
Q: ผมจะหายขาดจากอาการปวดข้อศอกด้านในนี้ได้ไหมครับ?
A: ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 2–3 เดือนครับ
Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาปวดข้อศอกด้านในอีกไหมครับ?
A: ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยท่าที่ผิด และพักยืดเหยียดข้อมือและข้อศอกเป็นประจำครับ
