หลายคนอาจเคยสังเกตว่ามีก้อนนูน ๆ ขึ้นมาบริเวณต้นคอด้านหลัง ตอนแรกคิดว่าเป็นกล้ามเนื้อตึงหรือไขมันธรรมดา แต่เมื่อเวลาผ่านไปก้อนก็ไม่หายไปไหน บางครั้งรู้สึกขัด ๆ เวลานอนหนุนหมอนหรือใส่เสื้อคอปกสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง” หรือที่เรียกว่า ไลโปมา (Lipoma)
มีคุณสุนีย์ อายุ 52 ปี ทำงานขายของในตลาด วันหนึ่งลูกสาวทักว่า “แม่ มีก้อนกลม ๆ ที่คอหลัง” ตอนแรกคุณสุนีย์ไม่เจ็บ แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกหน่วง ๆ เวลาหันคอหรือพิงเก้าอี้ จึงกังวลว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ จนไปพบแพทย์และตรวจพบว่าเป็นก้อนไขมันที่ต้นคอด้านหลัง ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยและมักไม่อันตราย
ก้อนไขมันที่คอด้านหลังคืออะไร
ก้อนไขมันหรือไลโปมา คือก้อนเนื้ออ่อน ๆ ใต้ผิวหนัง เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมันเกินปกติ ลักษณะมักเป็นก้อนกลม ๆ หรือรี ๆ กดแล้วนิ่ม ขยับไปมาได้ มักโตช้าและไม่เจ็บปวด ต่างจากก้อนมะเร็งที่มักแข็ง ติดแน่น และโตเร็ว
สาเหตุและการเกิด
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน แต่มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
-
พันธุกรรม หากในครอบครัวเคยมีใครเป็นก้อนไขมันก็มีโอกาสพบมากขึ้น
-
อายุ มักพบในวัยกลางคนขึ้นไป
-
ภาวะอ้วน หรือมีไขมันสะสมมาก
-
การเสียดสีหรือกดทับเรื้อรังที่บริเวณนั้น
อาการที่พบบ่อย
-
มีก้อนนูนใต้ผิวหนัง กดแล้วนิ่ม เคลื่อนที่ได้
-
ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ แต่บางรายอาจเจ็บเมื่อก้อนกดทับเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อ
-
หากก้อนอยู่บริเวณต้นคอด้านหลัง อาจทำให้รู้สึกหน่วงเวลาหันคอ หรือนอนหนุนหมอนลำบาก
สัญญาณอันตรายที่ควรพบแพทย์ทันที
-
ก้อนโตเร็วผิดปกติ
-
ก้อนแข็ง ไม่ขยับ เคลื่อนไม่ได้
-
เจ็บมากหรือมีแผลแตก
-
มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะตรวจร่างกายโดยการคลำก้อนเพื่อดูว่าลักษณะเข้ากับก้อนไขมันหรือไม่ หากต้องการยืนยัน อาจใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น
-
อัลตราซาวด์: ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงดูโครงสร้างภายในก้อน
-
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): ช่วยเห็นรายละเอียดชัดเจนว่าก้อนไขมันอยู่ตำแหน่งไหน ขนาดเท่าไร กดเบียดอะไรหรือไม่
-
ในบางกรณีอาจตัดชิ้นเนื้อเล็ก ๆ (biopsy) ไปตรวจ เพื่อแยกว่ามะเร็งหรือไม่
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ก้อนไขมันส่วนใหญ่ไม่อันตราย หากก้อนไม่ใหญ่ ไม่เจ็บ และไม่รบกวนการใช้ชีวิต อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษา เพียงแค่ติดตามดูเป็นระยะ แต่หากก้อนไขมันเริ่มสร้างความรำคาญ สามารถพิจารณาวิธีรักษาได้ ดังนี้
-
การปรับพฤติกรรม
-
การใช้ยา
-
การติดตามผล
เมื่อไรควรพิจารณาผ่าตัดเอาออก
-
ก้อนไขมันมีขนาดใหญ่จนเห็นชัดและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
-
มีอาการเจ็บ ปวด หรือกดทับเส้นประสาทจนปวดร้าว
-
ไม่แน่ใจว่าก้อนไขมันหรือก้อนเนื้อชนิดอื่น
-
ผู้ป่วยกังวลเรื่องความสวยงาม
การผ่าตัดมักเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ตัดก้อนออกพร้อมแคปซูลไขมัน โอกาสกลับมาเป็นซ้ำถือว่าน้อย
พยากรณ์โรค
ก้อนไขมันส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่มะเร็ง โอกาสที่จะแปรสภาพเป็นมะเร็งมีน้อยมาก หากผ่าตัดออกโดยสมบูรณ์มักไม่กลับมาเป็นซ้ำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
-
หากก้อนโตมาก อาจทำให้ปวดตึงบริเวณคอและบ่า
-
รบกวนการนอนและการใส่เสื้อผ้า
-
บางครั้งอาจกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวหรือชา
การดูแลตัวเองเบื้องต้น
-
หมั่นสังเกตก้อน หากโตเร็วควรรีบพบแพทย์
-
อย่าพยายามบีบหรือกด เพราะไม่ทำให้ก้อนยุบ แถมอาจทำให้เกิดการอักเสบ
-
นอนและนั่งในท่าที่ไม่กดทับบริเวณก้อน
-
ดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย
สรุป
ก้อนไขมันที่ต้นคอด้านหลังเป็นโรคที่พบได้บ่อยและมักไม่อันตราย แม้จะสร้างความรำคาญหรือทำให้ไม่มั่นใจ แต่การรักษาไม่ซับซ้อนและมีทางเลือกหลายวิธี ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากพบก้อนนูนบริเวณคอหรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย อย่าละเลย ควรไปตรวจให้แน่ใจตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของตัวเอง
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666"
#ก้อนไขมัน #Lipoma #ก้อนไขมันที่คอ #ผ่าตัดก้อนไขมัน #สุขภาพคอ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ก้อนที่คอด้านหลังนี่เป็นมะเร็งหรือเปล่าคะ?
A: ก้อนไขมันที่คอด้านหลังส่วนใหญ่มักไม่ใช่มะเร็ง และมีโอกาสน้อยมากที่จะกลายเป็นมะเร็งครับ
Q: ถ้าก้อนไขมันมันไม่เจ็บ ไม่ใหญ่มาก จำเป็นต้องเอาออกไหมคะ?
A: ในหลายกรณีที่ก้อนไม่ใหญ่ ไม่เจ็บ และไม่รบกวนการใช้ชีวิต อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษาครับ
Q: แล้วถ้าอยากเอาออก ต้องผ่าตัดใหญ่ไหมคะ?
A: การผ่าตัดส่วนใหญ่มักเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้ยาชาเฉพาะที่ และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำน้อยครับ
Q: มีวิธีอื่นในการรักษานอกจากผ่าตัดไหมคะ?
A: อาจมีการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การปรับพฤติกรรม หรือการใช้ยา ขึ้นอยู่กับลักษณะของก้อนครับ
Q: ถ้าก้อนมันโตขึ้นเรื่อยๆ ต้องทำยังไงคะ?
A: หากสังเกตว่าก้อนโตเร็วผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บปวด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมครับ

