กระดูกพรุนไม่ได้ทำให้ปวดหลังเสมอไป เข้าใจให้ถูกก่อนรักษาผิด
หลายคนได้ยินคำว่า “กระดูกพรุน” แล้วรีบโยงว่าเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังทันที ความจริงคือ กระดูกพรุนส่วนใหญ่ไม่ทำให้ปวดหลังเลย จนกว่าจะเกิด “กระดูกยุบตัว” หรือ “กระดูกหักจากแรงกด” ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ต่างหากที่ทำให้เกิดอาการปวดขึ้นมา
ทำไมคนส่วนใหญ่จึงเข้าใจผิด
เวลาปวดหลังเรื้อรัง หลายคนได้รับการบอกว่ามีกระดูกพรุนจากผลตรวจ หรือจากเครื่องวัดมวลกระดูก จึงคิดว่าเป็นต้นเหตุของอาการ แต่ในทางการแพทย์ กระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่ความหนาแน่นของกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย ไม่ได้ทำให้เกิดการอักเสบหรือปวดโดยตรง
ดังนั้น ผู้ที่มีกระดูกพรุนจำนวนมากจะไม่มีอาการอะไรเลย จนกว่าจะเกิดภาวะ “กระดูกยุบ” โดยเฉพาะที่กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุดของร่างกาย
แล้วปวดหลังจากอะไร?
อาการปวดหลังส่วนใหญ่เกิดจาก การเสื่อมของโครงสร้างรอบกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นหมอนรองกระดูก ข้อต่อเล็ก หรือกล้ามเนื้อพยุงหลัง เช่น
-
หมอนรองกระดูกเสื่อมและปลิ้น
-
ข้อต่อเล็กด้านหลังคอหรือหลัง (Facet joint arthritis)
-
กล้ามเนื้อหลังล้าและพังผืดตึง
ในผู้สูงอายุ มักมีหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น กระดูกพรุน + หมอนรองเสื่อม + ข้อต่ออักเสบ ส่งผลให้แยกสาเหตุได้ยาก แต่การตรวจเอกซเรย์หรือ MRI จะช่วยยืนยันต้นตอได้ชัด
อาการที่บ่งบอกว่า “กระดูกยุบ” จากกระดูกพรุน
-
ปวดหลังเฉียบพลันหลังยกของ หรือหกล้มแม้เพียงเบา ๆ
-
ปวดกลางหลังแบบลึก ๆ ต่อเนื่องหลายวัน
-
หลังเริ่มโก่ง ตัวเตี้ยลง
-
ปวดมากขึ้นเมื่อยืน เดิน หรือบิดตัว แต่ดีขึ้นเมื่อนอนราบ
ถ้าเป็นลักษณะนี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์หรือ MRI ตรวจดูว่ามีกระดูกสันหลังยุบหรือไม่ เพราะการรักษาในระยะต้นสามารถลดการโก่งและการปวดเรื้อรังได้มาก
การวินิจฉัยที่แม่นยำ
-
เอกซเรย์กระดูกสันหลัง – ดูแนวกระดูกว่ามียุบตัวหรือหักหรือไม่
-
DEXA scan – ตรวจมวลกระดูกเพื่อวัดระดับความพรุน
-
MRI – ใช้แยกว่ากระดูกยุบใหม่หรือเก่า และดูว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไม่
แนวทางการรักษาและป้องกัน
ถ้ายังไม่มีภาวะกระดูกยุบ
-
เสริมแคลเซียมและวิตามินดีตามคำแนะนำแพทย์
-
ออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกเล็กน้อย เช่น เดินเร็ว ยกน้ำหนักเบา เพื่อกระตุ้นการสร้างกระดูก
-
ปรับพฤติกรรม ลดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
-
ตรวจวัดมวลกระดูกทุก 1–2 ปี เพื่อประเมินผลการรักษา
ถ้ามีกระดูกยุบตัวแล้ว
-
พักในท่าที่ลดแรงกดบริเวณหลัง ใช้เสื้อพยุงหลังชั่วคราว
-
ใช้ยาเพิ่มมวลกระดูก เช่น กลุ่ม Bisphosphonate, Denosumab, หรือยากลุ่มใหม่ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก ตามดุลยพินิจแพทย์
-
หากปวดมากหรือกระดูกยุบหลายข้อ อาจพิจารณาทำหัตถการ **ฉีดซีเมนต์กระดูก (Vertebroplasty/Kyphoplasty)**เพื่อลดปวดและพยุงแนวกระดูกให้กลับมาตรงขึ้น
-
ฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด เสริมกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง และสะโพก เพื่อให้หลังมั่นคงและลดปวดเรื้อรัง
สรุปให้จำง่าย
-
กระดูกพรุนส่วนใหญ่ไม่ทำให้ปวดหลัง
-
จะปวดเมื่อกระดูกยุบตัวหรือหักเท่านั้น
-
อาการปวดหลังเรื้อรังส่วนใหญ่เกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือข้อต่ออักเสบ
-
ตรวจให้แน่ชัดก่อนรักษา เพราะการให้ยาเสริมกระดูกพรุนไม่ช่วยลดปวดถ้าสาเหตุจริงมาจากหมอนรองหรือข้อต่อ
การแยกสาเหตุให้ถูกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด ลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากกระดูกพรุนในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกพรุน #ปวดหลัง #หมอนรองกระดูกเสื่อม #ข้อต่ออักเสบ #หมอเก่ง #สุขภาพกระดูก
คำถามที่พบบ่อย
Q: หนูมีกระดูกพรุน หมอบอกให้กินแคลเซียม วิตามินดี แล้วทำไมหนูยังปวดหลังอยู่คะ?
A: กระดูกพรุนส่วนใหญ่ไม่ทำให้ปวดหลังโดยตรงค่ะ อาการปวดอาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อน เช่น กระดูกสันหลังยุบตัว หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วย
Q: ถ้าปวดหลังแล้วไปตรวจเจอว่ามีกระดูกพรุน แสดงว่ากระดูกพรุนทำให้ปวดหลังใช่ไหมคะ?
A: ไม่เสมอไปค่ะ การมีกระดูกพรุนไม่ได้หมายความว่าเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังเสมอไป อาการปวดอาจมาจากโครงสร้างอื่นรอบกระดูกสันหลังที่เสื่อม
Q: แล้วอาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าปวดหลังเพราะกระดูกสันหลังยุบตัวจากกระดูกพรุนคะ?
A: อาการที่ควรสงสัยคือ ปวดหลังเฉียบพลันหลังยกของหนัก หรือหกล้มเบาๆ ปวดกลางหลังลึกๆ ต่อเนื่อง หรือหลังเริ่มโก่ง ตัวเตี้ยลง
Q: ถ้าปวดหลังเรื้อรัง แต่ตรวจแล้วไม่พบว่ากระดูกสันหลังยุบตัว สาเหตุอื่นที่พบบ่อยคืออะไรคะ?
A: สาเหตุอื่นที่พบบ่อย เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อมหรือปลิ้น ข้อต่อเล็กด้านหลังกระดูกสันหลังอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหลังล้าและพังผืดตึง
Q: ถ้าหมอให้ยาเพิ่มมวลกระดูก แต่ปวดหลังไม่หาย แสดงว่ายาไม่ได้ผลใช่ไหมคะ?
A: การรักษาต้องพิจารณาตามสาเหตุที่แท้จริงค่ะ หากอาการปวดไม่ได้เกิดจากกระดูกยุบตัว ยาเพิ่มมวลกระดูกอาจไม่ช่วยลดอาการปวดโดยตรง

