ตรวจมวลกระดูก ควรเริ่มเมื่ออายุเท่าไหร่ดี?
หลายคนเข้าใจว่าการตรวจมวลกระดูกควรทำเมื่ออายุมากแล้ว หรือเมื่อเริ่มมีอาการปวดหลัง ปวดข้อ แต่จริง ๆ แล้ว โรคกระดูกพรุนเริ่มเงียบมาตั้งแต่ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป และมักไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดกระดูกยุบหรือหัก ดังนั้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ คือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันก่อนสายเกินไป
ทำไมต้องตรวจมวลกระดูก
กระดูกของเราจะมีมวลสูงสุดประมาณอายุ 25–30 ปี หลังจากนั้นจะค่อย ๆ สูญเสียมวลกระดูกปีละประมาณ 0.5–1% และจะลดลงเร็วกว่าปกติในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยปกป้องกระดูกลดลง
โรคกระดูกพรุนไม่ทำให้ปวดหลังหรือข้อโดยตรง แต่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการ “กระดูกหักจากแรงเบา” เช่น ล้มเบา ๆ แล้วหัก หรือหลังโก่งจากกระดูกสันหลังยุบ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก การตรวจมวลกระดูกจึงเป็นการรู้เท่าทันก่อนเกิดเหตุ
ใครควรตรวจมวลกระดูก และเมื่อไหร่
1. ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป
ควรตรวจมวลกระดูกทุกคน แม้ไม่มีอาการ เพราะความเสี่ยงกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นชัดเจนในวัยหลังหมดประจำเดือน
2. ผู้หญิงอายุ 50–64 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยง
เช่น
-
หมดประจำเดือนเร็ว (ก่อนอายุ 45 ปี)
-
มีประวัติกระดูกหักจากแรงเบา
-
พ่อแม่หรือพี่น้องเคยมีกระดูกสะโพกหัก
-
น้ำหนักตัวน้อย (BMI ต่ำกว่า 20)
-
สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ประจำ
-
ใช้ยาสเตียรอยด์ติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน
3. ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
ผู้ชายก็เป็นโรคกระดูกพรุนได้ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือออกกำลังกายน้อย การตรวจมวลกระดูกตั้งแต่อายุ 70 ปีขึ้นไปช่วยป้องกันการหักของกระดูกสะโพกและสันหลังได้มาก
4. ผู้ชายอายุ 50–69 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยง
เช่น เคยหักกระดูกจากแรงเบา ใช้ยาสเตียรอยด์เรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้มวลกระดูกลด (เช่น เบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคตับเรื้อรัง)
5. ผู้ที่เคยหกล้มหรือกระดูกหักโดยไม่แรงมาก
ไม่ว่าชายหรือหญิง ควรตรวจมวลกระดูกทันที เพราะถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่ากระดูกอาจพรุนแล้ว
ตรวจมวลกระดูกอย่างไร
การตรวจมาตรฐานคือ การสแกนด้วยเครื่อง DEXA (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) ซึ่งปลอดภัย เจ็บน้อย ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที และปริมาณรังสีต่ำมาก (น้อยกว่าถ่ายเอกซเรย์ปอดหลายเท่า)
ผลตรวจจะบอกค่า T-score ซึ่งเทียบกับค่ามาตรฐานของคนวัยหนุ่มสาวสุขภาพดี
-
T-score ≥ -1.0 : กระดูกปกติ
-
T-score ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 : กระดูกบาง (Osteopenia)
-
T-score ≤ -2.5 : กระดูกพรุน (Osteoporosis)
ตรวจบ่อยแค่ไหน
-
ถ้าผลปกติและไม่มีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจทุก 2–3 ปี
-
ถ้ามีภาวะกระดูกบางหรือใช้ยาที่มีผลต่อกระดูก ควรตรวจทุก 1–2 ปี
-
ผู้ที่ได้รับการรักษาโรคกระดูกพรุนแล้ว แพทย์จะนัดตรวจซ้ำเพื่อติดตามผลการรักษาเป็นระยะ
ข้อดีของการตรวจมวลกระดูก
-
ทราบความเสี่ยงก่อนเกิดกระดูกหัก
-
วางแผนการดูแล ปรับอาหาร และออกกำลังกายได้เหมาะสม
-
ประเมินประสิทธิภาพของการรักษาในผู้ที่ได้รับยากระดูกพรุน
-
ลดความกลัวและความเข้าใจผิดว่ากระดูกพรุนต้องปวดหลังเสมอ
วิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้
-
รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี เช่น นม ถั่ว งา ปลาเล็กปลาน้อย ไข่แดง และปลาทะเล
-
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ เต้นแอโรบิก หรือเวทเทรนนิ่งเบา ๆ
-
พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า
-
รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ไม่ผอมเกินไป
-
ตรวจสุขภาพกระดูกตามช่วงอายุ เพื่อวางแผนป้องกันแต่เนิ่น ๆ
สรุป
การตรวจมวลกระดูกไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยกลางคน โดยเฉพาะผู้หญิงหลังอายุ 50 ปี และผู้ชายหลังอายุ 70 ปี หรือเร็วกว่านั้นหากมีปัจจัยเสี่ยง การรู้ก่อนรักษา ช่วยป้องกันกระดูกหักและภาวะหลังโก่งในอนาคตได้มากกว่าการมารักษาเมื่อสายไปแล้ว
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ตรวจมวลกระดูก #กระดูกพรุน #สุขภาพกระดูก #หมอเก่ง #ป้องกันกระดูกหัก
คำถามที่พบบ่อย
Q: หนูอายุ 35 ปี แต่มีประวัติครอบครัวกระดูกพรุน ต้องตรวจมวลกระดูกเลยไหมคะ?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มตรวจเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป หรือเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วยค่ะ
Q: ถ้าตรวจแล้วกระดูกบาง ต้องทำยังไงต่อคะ?
A: หากผลตรวจพบว่ากระดูกบาง แพทย์อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนอาหาร การออกกำลังกาย หรือพิจารณาให้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกพรุนมากขึ้นค่ะ
Q: ผู้ชายอายุ 50 ปี ควรตรวจมวลกระดูกหรือยังคะ?
A: ผู้ชายอายุ 50-69 ปี ควรพิจารณาตรวจหากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยหักกระดูกจากแรงเบา หรือใช้ยาสเตียรอยด์เรื้อรังค่ะ
Q: การตรวจมวลกระดูกเจ็บไหมคะ?
A: การตรวจมวลกระดูกด้วยเครื่อง DEXA เป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ และใช้เวลาไม่นานค่ะ
Q: ถ้าไม่มีอาการปวดอะไรเลย ยังต้องตรวจมวลกระดูกอยู่ไหมคะ?
A: โรคกระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดกระดูกหัก การตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีที่ดีในการประเมินความเสี่ยงค่ะ

