กรดยูริกในเลือดสูง แต่ยังไม่ปวดข้อ แบบนี้เรียกว่าเป็นเก๊าท์หรือยัง?

“หมอครับ ผมตรวจสุขภาพแล้วเขียนว่า ‘กรดยูริก 9.1 mg/dL’ แต่ผมไม่เคยปวดข้อเลย แบบนี้เป็นเก๊าท์หรือยังครับ?”

เป็นคำถามจากคุณศักดิ์ วัย 48 ปี ที่เพิ่งไปตรวจสุขภาพประจำปีมา แล้วพบค่ากรดยูริกในเลือดสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย เลยเกิดความกังวลว่า “จะเป็นเก๊าท์ในอนาคตหรือเปล่า?”

หมอเลยขออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ครับ

กรดยูริกสูง = เป็นเก๊าท์เลยไหม?

ไม่จำเป็นครับ การที่เรามีค่ากรดยูริกในเลือดสูง (เช่น มากกว่า 7.0 mg/dL ในผู้ชาย หรือ 6.0 mg/dL ในผู้หญิง) ยังไม่ถือว่าเป็นโรคเก๊าท์ ครับ

โรคเก๊าท์จะวินิจฉัยได้ ก็ต่อเมื่อมี “อาการของข้ออักเสบเฉียบพลัน” จากการที่ผลึกกรดยูริกไปตกอยู่ในข้อ จนเกิดอาการ

แปลว่า…คนที่กรดยูริกสูง แต่ยังไม่เคยปวดข้อเลย ยังไม่เรียกว่าเป็นโรคเก๊าท์ แต่มีความเสี่ยงที่จะเป็นในอนาคตครับ

แล้วทำไมกรดยูริกถึงสูง?

กรดยูริกเกิดจากการย่อยสารที่ชื่อว่า “พิวรีน” ซึ่งมาจากอาหาร เช่น เครื่องในสัตว์ น้ำตาลฟรุกโตสสูง อาหารทะเล และแอลกอฮอล์

บางคนร่างกายผลิตกรดยูริกมากผิดปกติ หรือขับออกทางไตได้น้อย ก็ทำให้กรดยูริกค้างในเลือดได้มากขึ้น

มีหลายปัจจัยที่ทำให้กรดยูริกสูง เช่น:

  • พันธุกรรม (บางครอบครัวจะพบว่าคนในบ้านเป็นเก๊าท์หลายคน)

  • น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง

  • ดื่มเหล้า เบียร์ เป็นประจำ

  • โรคไตเรื้อรัง หรือยาขับปัสสาวะบางชนิด

ถ้ายังไม่ปวดข้อ ต้องกินยาลดกรดยูริกไหม?

ไม่จำเป็นในทุกคนครับ!

หมอจะพิจารณาให้ยาก็ต่อเมื่อ:

  • มีระดับกรดยูริกสูงมาก (> 9 mg/dL)

  • หรือมีโรคร่วม เช่น ไตเสื่อม นิ่วในไต ความดันสูง เบาหวาน

  • หรือเริ่มมีอาการปวดข้อแล้ว (เก๊าท์เฉียบพลัน)

แต่ถ้าคุณกรดยูริกสูงเพียงเล็กน้อย และยังไม่มีอาการอะไร หมอจะแนะนำให้ ควบคุมอาหารและพฤติกรรมก่อน เช่น

  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น (วันละ 2–3 ลิตร)

  • ลดของหวาน น้ำตาล และอาหารพิวรีนสูง

  • งดแอลกอฮอล์โดยเฉพาะเบียร์

  • ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มเสี่ยงเป็นเก๊าท์?

คนที่มีกรดยูริกสูง อาจอยู่ดี ๆ วันหนึ่งก็เริ่มมีอาการ “ข้ออักเสบเฉียบพลัน” ได้ครับ เช่น ปวดบวมแดงที่ข้อเท้า นิ้วโป้งเท้า หรือข้อเข่า

อาการจะมาเร็ว ปวดจนเดินแทบไม่ได้ และมักเกิดตอนกลางคืน

ดังนั้น ถ้าเริ่มมีอาการแบบนี้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและวินิจฉัยให้แน่ชัด ว่าใช่เก๊าท์หรือไม่ และต้องเริ่มรักษาทันที

หมอสรุปว่า…

การมีกรดยูริกในเลือดสูง ยังไม่เท่ากับเป็นโรคเก๊าท์ ครับ แต่เป็นสัญญาณเตือนให้เราดูแลตัวเองมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเก๊าท์ในอนาคต

หากดูแลพฤติกรรมและอาหารได้ดี หลายคนก็สามารถลดกรดยูริกลงได้ โดยไม่ต้องใช้ยาเลยครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

Q: กรดยูริกสูง 9.1 mg/dL แต่ไม่เคยปวดข้อเลย แบบนี้เป็นเก๊าท์แล้วใช่ไหมคะ?

A: การมีกรดยูริกสูงยังไม่ถือว่าเป็นโรคเก๊าท์ทันที แต่เป็นสัญญาณเตือนให้ดูแลตัวเองครับ

Q: ถ้ากรดยูริกสูงแต่ยังไม่ปวดข้อ ต้องกินยาลดกรดยูริกเลยไหมคะ?

A: แพทย์จะพิจารณาให้ยาตามระดับกรดยูริกและโรคร่วมครับ หากสูงไม่มากอาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรมก่อน

Q: อะไรที่ทำให้กรดยูริกในเลือดสูงขึ้นคะ?

A: ปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม น้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ หรือโรคไตเรื้อรังครับ

Q: ถ้ากรดยูริกสูงแล้วจะเริ่มมีอาการปวดข้อตอนไหนคะ?

A: อาการปวดข้อเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นได้ในบางคนที่มีกรดยูริกสูง โดยมักมีอาการปวดบวมแดงที่ข้อครับ

Q: มีวิธีลดกรดยูริกโดยไม่ต้องใช้ยาไหมคะ?

A: การดื่มน้ำให้มากขึ้น ลดของหวานและอาหารพิวรีนสูง งดแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกาย อาจช่วยลดกรดยูริกลงได้ครับ


เอกสารอ้างอิง

[1] Fiori E, et al. Asymptomatic hyperuricemia: to treat or not a threat? A clinical and evidence-based approach to the management of hyperuricemia in the context of cardiovascular diseases. Journal of hypertension. 2024. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39051476/

[2] Stewart S, et al. Development of gout in people with asymptomatic hyperuricemia: study protocol for a 5-year prospective cohort. BMJ open. 2024. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39510780/

[3] Sun M, et al. 2024 Update of Chinese Guidelines for Diagnosis and Treatment of Hyperuricemia and Gout Part I: Recommendations for General Patients. International journal of rheumatic diseases. 2025. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40692263/