



ช่วงนี้หลายคนหันมารักษาอาการปวดเข่า โดยเฉพาะเข่าเสื่อม ด้วยการฉีด PRP หรือ Platelet Rich Plasma
“ยิ่งฉีดยิ่งปวด ข้อเข่าบวมขึ้นกว่าเดิม! เดินแทบไม่ได้!”
วันนี้หมออยากอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ ครับ ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และควรทำอย่างไร
PRP (Platelet Rich Plasma) คือการนำเลือดของตัวเอง มาปั่นแยกเอาเฉพาะเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วฉีดกลับเข้าไปในข้อ
จุดประสงค์คือเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อในข้อ เช่น กระดูกอ่อน หรือเยื่อบุข้อ ฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น ลดการอักเสบ และชะลอการเสื่อมในระยะยาว
ผลข้างเคียงจาก PRP เอง
ฉีดในข้อที่อักเสบรุนแรง หรือมีของเหลวในข้อมากอยู่แล้ว
ปัญหามาจากโครงสร้างในข้ออื่น ๆ ไม่ใช่แค่ผิวกระดูกอ่อน
ต้องมีการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด
ตรวจภาพข้อเข่าด้วย X-ray หรือในบางกรณีอาจต้องทำ Ultrasound หรือ MRI เพื่อดูสภาพเนื้อเยื่อภายใน
ควรหลีกเลี่ยง PRP ช่วงที่ข้ออักเสบมาก มีบวมหรือปวดรุนแรง
คนที่ข้อเสื่อมระยะต้นหรือกลาง มักจะได้ผลดีมากกว่าระยะรุนแรง
PRP ไม่ใช่การรักษาแบบเร่งด่วน ต้องใช้เวลาให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง
ไม่ควรฉีดซ้ำถี่เกินไปโดยไม่มีการประเมินร่วมกับอาการจริง
หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคเลือด หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด
ไม่ควรใช้งานข้อเข่าหนัก ๆ เช่น ยกของ วิ่ง นั่งยอง ๆ หรือขึ้นลงบันไดบ่อยในช่วงหลังฉีด 3–7 วัน
PRP เป็นหนึ่งในทางเลือกของการรักษาเข่าเสื่อมที่ดี โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะฉีด และไม่ได้เห็นผลเร็วแบบฉีดแล้วเดินได้เลย
หากมีอาการปวด บวม รุนแรงขึ้นหลังฉีด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ไม่ควรรอให้เรื้อรัง
สิ่งสำคัญคือต้องตรวจประเมินให้ครบถ้วน และเลือกแนวทางที่เหมาะกับข้อเข่าของแต่ละคนจริง ๆ
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
#PRP #เข่าเสื่อม #ปวดเข่า #ข้อเข่าอักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ฉีดข้อเข่า #PlateletRichPlasma
Q: ฉีด PRP แล้วปวดเข่าหนักกว่าเดิม เป็นเพราะอะไรคะคุณหมอ? A: อาจเกิดจากผลข้างเคียงของ PRP เอง หรือฉีดในข้อที่อักเสบรุนแรง หรือมีปัญหาโครงสร้างอื่นในข้อเข่าค่ะ Q: ถ้าเข่าบวมมากอยู่แล้ว ยังจะฉีด PRP ได้ไหมคะ? A: ควรหลีกเลี่ยงการฉีด PRP ในช่วงที่ข้อเข่ามีอาการบวมหรือปวดรุนแรงค่ะ Q: ฉีด PRP แล้วจะหายปวดเข่าทันทีเลยไหมคะ? A: PRP ไม่ใช่การรักษาแบบเร่งด่วน ต้องใช้เวลาให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองค่ะ Q: ทำไมบางคนฉีด PRP แล้วไม่ค่อยได้ผล หรือปวดมากขึ้น? A: อาจเป็นเพราะข้อเสื่อมในระยะรุนแรง หรือมีปัญหาอื่นนอกเหนือจากผิวกระดูกอ่อนที่ต้องได้รับการรักษาที่แตกต่างกันไปค่ะ Q: มีวิธีไหนบ้างที่จะรู้ว่าเราเหมาะกับการฉีด PRP หรือไม่? A: แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจต้องตรวจภาพข้อเข่าเพิ่มเติมเพื่อประเมินความเหมาะสมค่ะ