
เดินลงน้ำหนักขาขวาไม่ได้เลย ลุกจากเก้าอี้ทีต้องเอามือยันสุดแรง กลางคืนพลิกตัวก็ปวดจี๊ดถึงขั้วสะโพก
คุณสมศรี อายุ 75 ปี เคยรักษามะเร็งด้วยการฉายแสงเมื่อหลายปีก่อน วันหนึ่งเริ่มปวดสะโพกขวา คิดว่าคงปวดเมื่อยตามวัย เลยทนมาเรื่อย ๆ จนเดินไม่ไหว ต้องให้ลูกพยุง กว่าจะยอมมาตรวจก็ปวดมานานหลายเดือน
อาการปวดสะโพกในคนที่เคยฉายแสง บางครั้งไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา บทความนี้จะเล่าว่าทำไมต้องตรวจให้ละเอียด และทำไมการรักษาจึงต้องเลือกให้เหมาะกับแต่ละคน
พอเริ่มปวดสะโพก คนส่วนใหญ่มักคิดว่า "คงเสื่อมตามอายุ" แล้วก็ทนไป ซื้อยามากินเอง นวด ประคบ รอให้หายเอง แต่ในคนที่เคยรักษามะเร็งด้วยการฉายแสงมาก่อน อาการปวดสะโพกอาจซ่อนเรื่องที่สำคัญกว่านั้นไว้ และยิ่งปล่อยไว้นาน การรักษาก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น
คุณสมศรีเคยเป็นคนที่ทำกับข้าวเอง รดน้ำต้นไม้หน้าบ้านทุกเช้า เดินไปตลาดได้สบาย หลายปีก่อนเธอรักษามะเร็งด้วยการฉายแสงจนหาย และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
จนวันหนึ่งเริ่มปวดสะโพกขวา ตอนแรกยังเดินไหว เธอเลยคิดว่าเป็นการปวดเมื่อยตามวัย ทนกินยาแก้ปวดไปเรื่อย แต่อาการกลับค่อย ๆ แย่ลง จากเดินกะเผลก กลายเป็นลงน้ำหนักขาขวาไม่ได้ ลุกจากเตียงเองไม่ไหว ต้องให้ลูกช่วยพยุงเข้าห้องน้ำ
เธอลังเลอยู่นาน กลัวว่าถ้าไปหาหมอจะเจอเรื่องใหญ่ กว่าจะตัดสินใจมาตรวจ อาการก็เป็นมาหลายเดือนแล้ว
หลายคนไม่รู้ว่ากระดูกบริเวณคอสะโพกหักได้ แม้ไม่ได้ล้มแรง ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและในคนที่กระดูกเคยผ่านการฉายแสงมาก่อน
ลองนึกภาพคอสะโพก (femoral neck) เหมือนคอของช้อนที่เชื่อมหัวช้อนเข้ากับด้าม เป็นจุดที่รับน้ำหนักและแรงบิดมากที่สุดของข้อสะโพก เวลาเรายืน เดิน ลุก นั่ง แรงทั้งหมดจะผ่านตรงคอนี้
ทำไมถึงเกิด — ในคนที่เคยฉายแสงบริเวณเชิงกราน รังสีจะค่อย ๆ ทำให้เนื้อกระดูกอ่อนแอลง เพราะรังสีไปลดจำนวนเซลล์สร้างกระดูก และทำให้เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงกระดูกเสียหาย กระดูกที่เคยแข็งแรงจึงเปราะลงเงียบ ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
เกิดทีละขั้นอย่างไร — เมื่อกระดูกเปราะ แค่แรงกระแทกเบา ๆ หรือบางครั้งแค่การใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้คอสะโพกร้าวหรือหักได้ พอหักแล้วยังฝืนเดินต่อ รอยหักก็ขยับไปมา ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวสะโพกถูกตัดขาด หัวกระดูกเริ่มขาดเลือด และเมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน รอยหักจะไม่ติดกันเอง
ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้ — เพราะคอสะโพกเป็นจุดรับน้ำหนัก เมื่อมันหัก การลงน้ำหนักทุกครั้งจึงเจ็บ และเมื่อหัวกระดูกขาดเลือดจนเริ่มยุบ ข้อสะโพกก็ขยับไม่ได้ดีเหมือนเดิม คนไข้จึงเดินไม่ได้ ปวดเวลาพลิกตัว และขาข้างนั้นอาจดูสั้นลงหรือบิดออกเล็กน้อย
กระดูกคอสะโพกหักที่ปล่อยทิ้งไว้นานจนรอยหักไม่ติด เรียกว่าเป็นภาวะที่กระดูกไม่เชื่อมกัน การดามสกรูหรือเชื่อมกระดูกมักไม่ได้ผลดีในผู้สูงอายุ
การฉายแสงเพื่อรักษามะเร็งบริเวณเชิงกราน เป็นการรักษาที่จำเป็นและช่วยชีวิตคนไข้ได้ แต่ผลข้างเคียงระยะยาวอย่างหนึ่งคือทำให้กระดูกในบริเวณที่โดนรังสีอ่อนแอลง
อาการปวดสะโพกหลังฉายแสง อาจมาจากหลายสาเหตุ ทั้งกระดูกล้าจากรังสี กระดูกหัก หัวสะโพกขาดเลือด หรือเรื่องอื่น จึงต้องตรวจแยกให้ชัดก่อนรักษา
[1] ผู้ที่เคยฉายแสงบริเวณเชิงกรานหรือสะโพกมาก่อน
[3] ผู้ที่เริ่มปวดสะโพกเรื้อรังโดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน
[4] ผู้ที่เดินแล้วเจ็บเวลาลงน้ำหนัก หรือขาข้างหนึ่งเริ่มใช้งานได้น้อยลง
การตรวจไม่ได้ดูแค่ว่ากระดูกหักหรือไม่ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าปวดจากอะไร เพราะคำตอบจะเปลี่ยนวิธีรักษา
ซักประวัติ — เคยฉายแสงตรงไหน นานแค่ไหน ปวดมานานเท่าไร มีอุบัติเหตุหรือไม่
ตรวจร่างกาย — ดูการเดิน การลงน้ำหนัก ความยาวขา และมุมที่ขาบิด
เอกซเรย์ — ดูว่ามีรอยหัก รอยหักเก่า หรือร่องรอยผิดปกติของกระดูกหรือไม่
เอ็มอาร์ไอ (MRI) — ใช้เมื่อเอกซเรย์ยังไม่ชัด ช่วยแยกว่าเป็นกระดูกหักจากรังสี การลุกลามของมะเร็ง หรือหัวสะโพกขาดเลือด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญมากในคนที่เคยรักษามะเร็ง
สิ่งแรกที่คนไข้อยากได้คือหายปวดและกลับมาเดินได้ การรักษาจึงเริ่มจากการบรรเทาความปวดและประเมินความพร้อมของร่างกายก่อน
ระยะแรก — จัดการความปวด ดูแลภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ และเตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด เช่น ดูแลเรื่องระบบทางเดินปัสสาวะที่อาจอักเสบจากการฉายแสง เพื่อให้ปลอดภัยก่อนผ่าตัด
การรักษาที่ได้ผลจริง — เมื่อกระดูกคอสะโพกหักจนไม่ติดและหัวสะโพกเสียหายแล้ว วิธีที่ช่วยให้กลับมาเดินได้คือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (total hip replacement) ซึ่งช่วยลดความปวดและคืนการเคลื่อนไหวให้ข้อสะโพก
จุดสำคัญที่ทำให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน — ในคนที่กระดูกเคยโดนรังสี กระดูกมักไม่ยึดติดกับข้อเทียมแบบกดอัดธรรมดาได้ดี เพราะความสามารถในการสมานของกระดูกลดลง แพทย์จึงมักเลือกใช้ข้อเทียมแบบยึดด้วยซีเมนต์กระดูก ที่ยึดแน่นได้ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องรอให้กระดูกงอกเข้าไปจับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรคเดียวกันแต่ประวัติการรักษาต่างกัน จึงต้องเลือกวิธีผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละคน
การดูแลตัวเองให้แข็งแรงพอจะผ่าตัดได้ ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน แต่เพื่อให้กลับไปทำสิ่งที่รัก เดินไปตลาด รดน้ำต้นไม้ และอยู่กับครอบครัวได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมช่วยลดความปวดและทำให้กลับมาเดินได้ในคนไข้ส่วนใหญ่ ในคนที่กระดูกเคยฉายแสง การยึดข้อเทียมด้วยซีเมนต์และเทคนิคเสริมความแข็งแรงให้ผลที่ดีในระยะกลาง
อย่างไรก็ตาม กระดูกที่เคยโดนรังสีจะมีโอกาสเกิดปัญหาข้อเทียมหลวมในระยะยาวมากกว่าคนทั่วไปบ้าง จึงต้องติดตามอาการต่อเนื่องตามนัด ยิ่งมารักษาเร็วและเตรียมตัวดี ผลลัพธ์ก็ยิ่งดี
ความปวดจะเรื้อรังและรบกวนการนอน
เดินได้น้อยลงเรื่อย ๆ จนต้องนอนติดเตียง
การนอนนิ่งนาน ๆ เพิ่มโอกาสเกิดแผลกดทับ ปอดติดเชื้อ และลิ่มเลือดที่ขา
คุณภาพชีวิตและการพึ่งพาตัวเองลดลง
ข้อมูลเหล่านี้บอกเพื่อให้เห็นความจริงและตัดสินใจได้ ไม่ใช่เพื่อให้กังวล เพราะหลายอย่างป้องกันได้ถ้ามาตรวจและวางแผนทัน
[1] ถ้าเคยฉายแสงบริเวณเชิงกราน อย่ามองข้ามอาการปวดสะโพก ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
[2] ดูแลกระดูกให้แข็งแรง กินอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีนเพียงพอ รับแสงแดดพอเหมาะ
[4] ระวังการลื่นล้มในบ้าน จัดบ้านให้ปลอดภัย มีราวจับในห้องน้ำ
[5] ติดตามอาการกับแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่เคยรักษามะเร็ง
ถาม ปวดสะโพกหลังฉายแสง ต้องผ่าตัดทุกคนไหม ตอบ ไม่เสมอไป ขึ้นกับสาเหตุที่แท้จริง บางคนเป็นกระดูกล้าจากรังสีที่ดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ แต่ถ้าเป็นกระดูกหักจนไม่ติดและหัวสะโพกเสียหาย การผ่าตัดเปลี่ยนข้อจะช่วยได้มากที่สุด การตรวจให้ชัดก่อนจึงสำคัญ
ถาม ทำไมบางคนใช้ข้อเทียมแบบกดอัด แต่ฉันต้องใช้แบบซีเมนต์ ตอบ เพราะกระดูกที่เคยโดนรังสีมักไม่ยึดติดกับข้อเทียมแบบกดอัดได้ดี การยึดด้วยซีเมนต์จึงแน่นและมั่นคงกว่าตั้งแต่วันแรก เป็นการเลือกให้เหมาะกับกระดูกของแต่ละคน
ถาม ปล่อยไว้นานแล้ว ยังผ่าตัดได้ไหม ตอบ ส่วนใหญ่ยังทำได้ แต่ยิ่งนานยิ่งซับซ้อน การมาตรวจเร็วจะมีทางเลือกมากกว่าและเตรียมตัวได้ดีกว่า
ถาม ผ่าตัดแล้วจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิมไหม ตอบ คนไข้ส่วนใหญ่กลับมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นมาก แต่ต้องทำกายภาพและติดตามอาการตามนัด
[1] ปวดสะโพกในคนที่เคยฉายแสง ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยตามวัยเสมอไป ควรตรวจให้ชัด
[3] กระดูกคอสะโพกหักที่ปล่อยไว้นานในผู้สูงอายุ มักรักษาด้วยการเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
[4] ในคนที่กระดูกเคยฉายแสง การยึดข้อเทียมด้วยซีเมนต์มักเหมาะสมกว่า เพราะแน่นตั้งแต่วันแรก
[5] การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญ เพราะทำให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนได้จริง คุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้คนเดียว และการดูแลตัวเองวันนี้คือของขวัญให้คนที่คุณรัก
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติม Line ID @doctorkeng โทร 081-5303666 เว็บไซต์ doctorkeng.com
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดสะโพก #กระดูกคอสะโพกหัก #เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม #ผู้สูงอายุ #กระดูกพรุน #ผลข้างเคียงการฉายแสง #ดูแลกระดูก #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่
Q: หนูเคยฉายแสงรักษามะเร็งที่อุ้งเชิงกรานมาเมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนี้เริ่มปวดสะโพกขวามาก เดินลงน้ำหนักไม่ได้เลย แบบนี้ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ? A: ในหลายกรณีที่กระดูกคอสะโพกหักและปล่อยทิ้งไว้นาน อาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัด แต่การรักษาจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ค่ะ
Q: ปวดสะโพกแบบนี้เกิดจากอะไรได้บ้างคะ? ฉายแสงแล้วมันทำให้กระดูกอ่อนแอลงจริงเหรอ? A: การฉายแสงบริเวณเชิงกรานอาจทำให้กระดูกอ่อนแอลงได้ค่ะ และอาการปวดสะโพกในกรณีนี้อาจเกิดจากกระดูกคอสะโพกหัก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่ได้ล้มแรงๆ ค่ะ
Q: ถ้าปวดสะโพกแบบนี้ไปหาหมอ จะเจอเรื่องใหญ่ไหมคะ? กลัวว่ามันจะรักษายากขึ้นถ้าปล่อยไว้นาน A: การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้ค่ะ การปล่อยไว้นานอาจทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้นได้ค่ะ
Q: มีวิธีอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัดไหมคะ? อยากลองรักษาด้วยยาหรือกายภาพบำบัดก่อน A: การรักษาจะพิจารณาจากสาเหตุและความรุนแรงของอาการค่ะ ในบางกรณีอาจมีการรักษาอื่นๆ นอกเหนือจากการผ่าตัด แต่ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนค่ะ