
เดินขึ้นบันไดทีไร เสียวแปลบที่สะโพกด้านนอกทุกครั้ง
คุณสมศรี อายุ 53 ปี เป็นแบบนี้มาสามเดือน นึกว่าข้อสะโพกเสื่อม เลยเลิกออกไปเดินเล่นตอนเย็นที่เคยชอบ กินยาแก้ปวดก็ดีขึ้นแค่แป๊บเดียวแล้วกลับมาอีก เธอเริ่มสงสัยว่า ตกลงมันเป็นอะไรกันแน่
ความจริงคือ อาการปวดสะโพกด้านนอกแบบนี้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้อสะโพกเสื่อม และมักรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่ามันคืออะไร และทางไหนได้ผลที่สุด
นอนตะแคงทับข้างไหนก็เจ็บ ปวดสะโพกด้านนอกแบบนี้ อาจไม่ใช่ข้อสะโพกเสื่อมอย่างที่คิด
หลายคนพอปวดสะโพก ก็คิดทันทีว่า "ข้อสะโพกเสื่อมแล้วแน่ๆ เดี๋ยวต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ" แล้วก็กังวลไปล่วงหน้า แต่ความจริงมีอาการปวดสะโพกอีกแบบหนึ่งที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป อาการเด่นของมันไม่ได้อยู่ที่ขาหนีบหรือด้านในข้อ แต่อยู่ที่ "ด้านนอก" ของสะโพก ตรงปุ่มกระดูกที่เรากดแล้วเจ็บ และมักเจ็บเวลานอนตะแคงทับ เดินขึ้นบันได หรือยืนลงน้ำหนักขาเดียวนานๆ
อาการแบบนี้มีชื่อว่า "กลุ่มอาการปวดปุ่มกระดูกสะโพกด้านนอก" (greater trochanteric pain syndrome) ซึ่งเมื่อก่อนเรียกกันว่า "ปลอกหุ้มเอ็นสะโพกอักเสบ" (trochanteric bursitis) ข่าวดีคือมันไม่ใช่ข้อสะโพกเสื่อม และส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด
หลายคนไม่รู้ว่าอาการปวดด้านนอกสะโพกที่ทรมานมานาน จริงๆ แล้วเกิดจากอะไร และทำไมยาแก้ปวดถึงช่วยได้แค่ชั่วคราว ลองมาทำความเข้าใจไปด้วยกันแบบง่ายๆ ครับ
ที่ปุ่มกระดูกด้านนอกของสะโพก มีเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อก้น (เอ็นกล้ามเนื้อ gluteus medius) มาเกาะอยู่ เอ็นเส้นนี้ทำหน้าที่สำคัญมาก คือช่วยพยุงให้เชิงกรานของเราตรง ไม่เอียงตก เวลาที่เรายืนลงน้ำหนักขาข้างเดียว เช่น ตอนก้าวเดินแต่ละก้าว
"ทำไมถึงเกิด" — เมื่อเราใช้งานเอ็นเส้นนี้ซ้ำๆ เป็นเวลานานหลายปี บวกกับอายุที่มากขึ้น เอ็นจะค่อยๆ เสื่อมและอ่อนแอลง เหมือนเชือกที่ถูกใช้งานหนักมานาน เส้นใยข้างในเริ่มเปื่อยและขาดเป็นจุดเล็กๆ
"เกิดทีละขั้นอย่างไร" — นอกจากการใช้งานซ้ำแล้ว ยังมีอีกปัจจัยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ คือ "การกดทับ" ลองนึกถึงเวลาเรานั่งไขว่ห้าง นอนตะแคงทับ หรือยืนพักน้ำหนักลงขาเดียวจนสะโพกเอียง ท่าทางเหล่านี้ทำให้แถบเอ็นด้านข้างต้นขา (iliotibial band) รัดกดลงบนเอ็นและปุ่มกระดูกตรงนั้นพอดี เอ็นที่อ่อนแออยู่แล้วจึงถูกบีบกดซ้ำเข้าไปอีก เลยเสื่อมเร็วขึ้นและเจ็บมากขึ้น ส่วนปลอกน้ำหล่อลื่น (bursa) ที่อยู่ใกล้ๆ ก็อาจอักเสบบวมตามมาทีหลัง
"ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้" — เพราะตัวปัญหาหลักคือเอ็นที่ "เสื่อม" ไม่ใช่แค่ "อักเสบ" ยาแก้ปวดลดอักเสบจึงช่วยได้แค่ชั่วคราว พอหยุดยาหรือกลับไปใช้ท่าเดิม อาการก็กลับมา และที่เจ็บเวลานอนตะแคงทับ ก็เพราะน้ำหนักตัวกดลงบนปุ่มกระดูกที่มีเอ็นเสื่อมอยู่พอดีนั่นเอง
โรคนี้คืออาการปวดและกดเจ็บที่ปุ่มกระดูกด้านนอกของสะโพก โดยมีสาเหตุหลักจากความเสื่อมหรือการฉีกบางส่วนของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อก้นที่มาเกาะตรงนั้น ร่วมกับการกดทับซ้ำๆ จากแถบเอ็นด้านข้างต้นขา
ปวดและกดเจ็บที่ "ด้านนอก" ของสะโพก บริเวณปุ่มกระดูกที่คลำได้
เจ็บมากเวลานอนตะแคงทับข้างที่ปวด จนบางคนนอนไม่หลับ
เจ็บเวลาเดินขึ้นบันได ลุกจากเก้าอี้ ยืนลงน้ำหนักขาเดียวนานๆ หรือเดินไกลๆ
บางครั้งปวดร้าวลงไปด้านนอกของต้นขา แต่มักไม่เลยเข่า
[1] ผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงวัยหมดประจำเดือน พบได้บ่อยกว่าผู้ชายหลายเท่า
[3] คนที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย เพราะการเดินจะผิดท่าและลงน้ำหนักไม่สมดุล
[5] คนที่มีท่านั่งหรือยืนที่กดทับด้านข้างสะโพกบ่อยๆ เช่น นั่งไขว่ห้าง ยืนพักน้ำหนักลงขาเดียว
การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะอาการปวดสะโพกมีหลายสาเหตุที่ต้องแยกออกจากกัน ขั้นตอนมีดังนี้
[1] ซักประวัติ — ตำแหน่งที่ปวด ลักษณะอาการ ท่าที่ทำให้เจ็บ และอาการที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
[2] ตรวจร่างกาย — กดตรงปุ่มกระดูกด้านนอกเพื่อหาจุดเจ็บ ทดสอบโดยให้กางขาต้านแรง หรือยืนลงน้ำหนักขาเดียว เพื่อดูว่ากระตุ้นอาการเดิมได้ไหม
[3] อัลตราซาวด์ (ultrasound) — เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก เพราะเห็นภาพเส้นเอ็นและปลอกน้ำหล่อลื่นได้แบบเรียลไทม์ ดูได้ว่าเอ็นเสื่อม ฉีก หรือมีปลอกน้ำอักเสบ และยังใช้นำทางตอนฉีดยาให้ลงตำแหน่งที่แม่นยำได้ในห้องตรวจเลย
[5] เอ็มอาร์ไอ (MRI) — ใช้ในรายที่อาการไม่ชัดเจน หรือสงสัยว่ามีเอ็นฉีกขาดมาก เพื่อดูรายละเอียดของเอ็นและกล้ามเนื้อให้ชัดที่สุด
เป้าหมายของการรักษาคือ ทำให้เอ็นที่เสื่อมค่อยๆ แข็งแรงกลับมารับแรงได้ ลดการกดทับ และจัดการอาการปวด ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด เริ่มจากเบาไปหาหนัก
สิ่งที่สำคัญที่สุดและได้ผลดีที่สุดในระยะยาว คือการดูแลตัวเองให้ถูกวิธี เพราะเราอยากให้คุณกลับไปเดินเล่น ไปตลาด หรือเล่นกับลูกหลานได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่หายปวดชั่วคราว
ปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน — หลีกเลี่ยงท่าที่กดทับด้านข้างสะโพก เช่น เลี่ยงนั่งไขว่ห้าง เวลานอนตะแคงให้ใช้หมอนหนุนระหว่างเข่าสองข้าง ปรับการยืนไม่ให้พักน้ำหนักลงขาเดียวนานๆ
การออกกำลังกายเฉพาะส่วน — เป็นหัวใจของการรักษา เน้นบริหารกล้ามเนื้อก้นให้แข็งแรงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยทำภายใต้คำแนะนำที่ถูกต้อง การฝึกแบบนี้ช่วยให้เอ็นปรับตัวรับแรงได้ดีขึ้น และเป็นวิธีที่งานวิจัยพบว่าให้ผลดีและยั่งยืนที่สุด
ยาบรรเทาอาการ — ยาแก้ปวดลดอักเสบช่วยลดอาการช่วงแรกได้ แต่เป็นตัวช่วยระหว่างทาง ไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุ
การฉีดยา — ในรายที่ปวดมากจนทำกายภาพไม่ไหว การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด โดยเฉพาะแบบใช้อัลตราซาวด์นำทางให้ลงตำแหน่งแม่นยำ ช่วยลดปวดได้ดีในระยะสั้น ทำให้เริ่มออกกำลังกายได้ แต่ต้องเข้าใจว่ามันช่วยระยะสั้น ไม่ได้ทำให้เอ็นแข็งแรงขึ้น จึงต้องทำควบคู่กับการบริหารเสมอ
ทางเลือกอื่นในรายดื้อต่อการรักษา — เช่น คลื่นกระแทก (shockwave) หรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
การดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่อให้เรายังเดินเหิน ใช้ชีวิต และดูแลคนที่เรารักได้ไปอีกนาน
ข่าวดีคือ โรคนี้ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด แต่ต้องใจเย็นและทำต่อเนื่อง
รายที่อาการไม่นานและดูแลถูกวิธีตั้งแต่ต้น มักดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงสองสามเดือน
รายที่เป็นเรื้อรังหรือมีเอ็นเสื่อมมาก อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะดีขึ้นชัดเจน เพราะเอ็นใช้เวลาในการปรับตัวและซ่อมแซม
กุญแจสำคัญคือ "ความสม่ำเสมอ" ของการบริหารและการปรับท่าทาง ถ้าหยุดกลางคันหรือกลับไปใช้ท่าเดิม อาการมักกลับมาได้
หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ดูแล อาการมักไม่หายเอง และอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น
ปวดเรื้อรังจนนอนไม่หลับ คุณภาพชีวิตแย่ลง
เลี่ยงการเคลื่อนไหวจนกล้ามเนื้อก้นอ่อนแรงลง ทำให้เดินผิดท่าและปวดเพิ่ม
ในบางราย เอ็นที่เสื่อมอาจฉีกขาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดได้ผลยากขึ้น
ทั้งหมดนี้บอกเราว่า การวินิจฉัยให้ถูกและเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ คุ้มค่ากว่าการปล่อยไว้เสมอ
[1] ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม เพื่อลดแรงกดที่สะโพก
[3] หลีกเลี่ยงท่าที่กดทับด้านข้างสะโพกนานๆ เช่น นั่งไขว่ห้าง ยืนพักน้ำหนักลงขาเดียว
[5] เวลานอนตะแคง ใช้หมอนหนุนระหว่างเข่าเพื่อลดแรงกดที่สะโพก
ปวดสะโพกด้านนอกแบบนี้ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกไหม ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ เพราะนี่ไม่ใช่ข้อสะโพกเสื่อม แต่เป็นปัญหาที่เส้นเอ็นด้านนอก ซึ่งรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดได้ผลดีในรายส่วนใหญ่
ทำไมกินยาแก้ปวดแล้วดีขึ้นแค่ชั่วคราว เพราะยาช่วยลดอาการ แต่ไม่ได้ทำให้เอ็นที่เสื่อมแข็งแรงขึ้น การออกกำลังกายเฉพาะส่วนต่างหากที่แก้ที่ต้นเหตุ
ฉีดยาแล้วหายเลยไหม การฉีดยาช่วยลดปวดได้ดีในระยะสั้น แต่ไม่ใช่ทางออกถาวร ต้องทำควบคู่กับการบริหารเพื่อผลที่ยั่งยืน
ต้องหยุดออกกำลังกายทั้งหมดเลยไหม ไม่จำเป็นครับ เพียงปรับชนิดและปริมาณให้เหมาะสม การเคลื่อนไหวที่ถูกวิธียังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
อัลตราซาวด์ช่วยอะไรได้บ้าง ช่วยดูเส้นเอ็นและปลอกน้ำได้แบบเรียลไทม์ในห้องตรวจ และใช้นำทางตอนฉีดยาให้ลงตรงตำแหน่งได้แม่นยำขึ้น
[1] ปวดสะโพก "ด้านนอก" ที่กดเจ็บ เจ็บเวลานอนตะแคงทับและขึ้นบันได ส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้อสะโพกเสื่อม
[2] ต้นเหตุหลักคือเส้นเอ็นกล้ามเนื้อก้น "เสื่อม" ไม่ใช่แค่อักเสบ ยาแก้ปวดจึงช่วยได้แค่ชั่วคราว
[3] การวินิจฉัยที่ถูกต้องสำคัญที่สุด เพราะต้องแยกจากข้อเสื่อมและปัญหาหลัง
[4] การออกกำลังกายเฉพาะส่วนอย่างถูกวิธี คือการรักษาที่ได้ผลและยั่งยืนที่สุด ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด
[5] คุณไม่ได้เผชิญอาการนี้อยู่คนเดียว และการเริ่มดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตที่รักได้อีกครั้ง
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์เป็นรายบุคคลได้ หากมีอาการปวดเรื้อรังหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างเหมาะสม
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666 เว็บไซต์ doctorkeng.com
#ปวดสะโพก #ปวดสะโพกด้านนอก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #ปวดสะโพกไม่ผ่าตัด #อัลตราซาวด์รักษาปวด #เอ็นสะโพกอักเสบ #กระดูกและข้อเชียงใหม่ #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ
Q: อาการปวดสะโพกด้านนอกแบบนี้ คือข้อสะโพกเสื่อมจริงๆ ใช่ไหมคะ? A: ในหลายกรณี อาการปวดสะโพกด้านนอกอาจไม่ใช่ข้อสะโพกเสื่อม แต่อาจเป็นกลุ่มอาการปวดปุ่มกระดูกสะโพกด้านนอก Q: ถ้าเป็นแบบนี้ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกไหมคะ? A: ส่วนใหญ่แล้ว อาการนี้สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด Q: ทำไมยาแก้ปวดถึงช่วยได้แค่แป๊บเดียวคะ? A: ยาแก้ปวดอาจช่วยลดอาการอักเสบได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของความเสื่อมของเส้นเอ็น Q: มีวิธีรักษาอื่นนอกจากยาแก้ปวดไหมคะ? A: มีหลายวิธีในการรักษา ซึ่งอาจรวมถึงการปรับพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัด หรือการรักษาอื่นๆ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย Q: อาการนี้เป็นบ่อยไหมคะ? A: อาการปวดสะโพกด้านนอกแบบนี้พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป