หลายคนเมื่ออายุมากขึ้น เริ่มมีอาการปวดเข่า เวลาเดินขึ้นลงบันไดจะรู้สึกเจ็บ บางครั้งได้ยินเสียงดัง “กร๊อบแกร๊บ” ในข้อเข่า จนสงสัยว่าตัวเองเป็นข้อเข่าเสื่อมหรือยัง และที่สำคัญคือ “จะรู้ได้อย่างไรว่า ถึงเวลาต้องรักษาแล้ว”
คุณลำดวน อายุ 60 ปี เป็นแม่บ้านที่ชอบทำกับข้าวและเดินตลาดทุกเช้า ช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีอาการปวดเข่า เดินไกลไม่ได้ ต้องหยุดพักเป็นระยะ ๆ บางครั้งรู้สึกเหมือนเข่าบวมตึง พอไปเดินห้างหรือขึ้นบันไดก็ยิ่งเจ็บมากขึ้น จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก
ข้อเข่าเปรียบเหมือนบานพับที่มีกระดูกอ่อนปกคลุมและมีน้ำหล่อเลี้ยงข้างใน ทำให้เคลื่อนไหวได้ลื่น หากกระดูกอ่อนสึกหรอ น้ำหล่อเลี้ยงลดลง หรือโครงสร้างเข่าเสียสมดุล จะเกิดการเสียดสีเหมือนบานพับที่ไม่มีน้ำมันหล่อลื่น ทำให้เกิด “ข้อเข่าเสื่อม”
อายุที่มากขึ้น กระดูกอ่อนสึกตามธรรมชาติ
น้ำหนักตัวมาก ทำให้เข่ารับน้ำหนักเกิน
ใช้งานเข่าหนัก เช่น ยกของหนัก นั่งยอง ๆ หรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน
อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บที่เข่าในอดีต
พันธุกรรม มีคนในครอบครัวเป็นข้อเข่าเสื่อม
ปวดเข่าเวลาเดิน นั่งพับเพียบ หรือลุกขึ้นยืน
ข้อเข่ามีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว
เข่าบวมตึง รู้สึกเหมือนมีน้ำในข้อ
ขาโก่ง เดินผิดรูป
หากรุนแรงมาก อาจเดินไม่ไหวหรือเข่าติด
ปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
เข่าบวมแดง ร้อน ร่วมกับไข้ อาจมีการติดเชื้อ
เดินลำบาก ขาอ่อนแรง
ไม่สามารถเหยียดหรือพับเข่าได้เหมือนเดิม
แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น กดรอบข้อเข่า ดูการเคลื่อนไหว จากนั้นอาจตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
เอกซเรย์ เพื่อดูความสึกหรอของข้อเข่า
อัลตราซาวด์ ใช้ดูการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อและของเหลวในข้อ
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อดูรายละเอียดของกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นรอบเข่า
ปรับพฤติกรรม เลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ หรือยกของหนัก
ใช้ยา เช่น ยาแก้ปวด ลดอักเสบ หรือยาทาเฉพาะที่
กายภาพบำบัด เช่น ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงข้อเข่า
การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic acid) เพิ่มความลื่นของข้อ ทำให้เดินได้คล่องขึ้น
ปวดมากจนใช้ชีวิตไม่ได้
ข้อเข่าโก่งหรือผิดรูปมาก
รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น ในกรณีเหล่านี้ อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หากรักษาและดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง อาการสามารถดีขึ้นและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ แต่ข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100% จึงควรดูแลต่อเนื่องเพื่อชะลอการเสื่อมและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ข้อเข่าติดแข็ง เคลื่อนไหวลำบาก
กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง
เดินผิดรูป ทำให้กระดูกสะโพกและหลังได้รับผลกระทบตามมา
ควบคุมน้ำหนัก
เลือกการออกกำลังกายที่ไม่กระแทกเข่า เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเมื่อเข่าเจ็บ
ยืดกล้ามเนื้อต้นขาและน่องสม่ำเสมอ
เลือกรองเท้าที่พื้นนุ่มและพอดี
สรุป
ข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่สามารถควบคุมอาการได้ หากสังเกตสัญญาณเตือนและเข้ารับการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และลดโอกาสที่จะต้องผ่าตัดในอนาคต
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
#ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #กายภาพบำบัด #ฉีดยาลดอักเสบ #เปลี่ยนข้อเข่าเทียม


Q: ปวดเข่าเวลาเดินขึ้นบันไดนี่เป็นข้อเข่าเสื่อมเลยไหมคะ? A: อาการปวดเข่าเวลาเดินขึ้นลงบันไดเป็นสัญญาณหนึ่งของข้อเข่าเสื่อม แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน
Q: ถ้าเข่ามีเสียงดังกร๊อบแกร๊บตลอดเวลา ต้องรีบไปหาหมอเลยไหม? A: หากมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บร่วมกับอาการปวดหรือบวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
Q: ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเลยไหม ถ้าปวดเข่ามาก ๆ? A: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง หากการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลและอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก
Q: ข้อเข่าเสื่อมรักษาให้หายขาดได้ไหมคะ? A: ข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100% แต่การรักษาและการดูแลตนเองอย่างถูกต้องจะช่วยชะลอการเสื่อมและบรรเทาอาการได้