ใครบ้างที่ “ไม่ควรใช้ยา NSAIDs” หรือควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด?
ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้อักเสบ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ยาแก้ปวดแรง” เช่น Ibuprofen, Diclofenac, Naproxen, Celecoxib หรือ Etoricoxib ล้วนอยู่ในกลุ่มยา NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) ซึ่งเป็นยาที่ช่วยลดการอักเสบ ลดบวม และลดอาการปวดได้ดีมาก โดยเฉพาะในโรคกระดูกและข้อ เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง เอ็นอักเสบ หรือข้อเสื่อม
แต่ยากลุ่มนี้ก็มี “ข้อควรระวัง” และ “ข้อห้ามใช้” ที่สำคัญ เพราะหากใช้ผิดคน หรือใช้ต่อเนื่องนาน อาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ โดยเฉพาะกับ “กระเพาะอาหาร ไต และหัวใจ”
มาดูกันครับว่าใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด หรือควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
กลุ่มที่ 1 : ผู้ที่มี “โรคกระเพาะอาหาร หรือเคยเป็นแผลในกระเพาะ”
เพราะยากลุ่ม NSAIDs จะไปลดสารที่ช่วยเคลือบเยื่อบุกระเพาะ ทำให้เยื่อบุกระเพาะบางลงและไวต่อกรด
ผู้ที่เคยมีแผลในกระเพาะหรือมีภาวะกรดไหลย้อนอยู่แล้ว หากกินยานี้อาจเกิดภาวะ
-
แสบท้อง ปวดท้อง
-
เป็นแผลในกระเพาะอาหาร
-
หรือเลือดออกในกระเพาะ (อุจจาระดำ)
ถ้าจำเป็นต้องใช้จริง ๆ แพทย์มักให้ร่วมกับยาเคลือบกระเพาะ เช่น Omeprazole, Esomeprazole หรือกลุ่ม PPI เพื่อป้องกันแผลในกระเพาะ
กลุ่มที่ 2 : ผู้ที่มี “โรคไต” หรือไตทำงานลดลง
ยากลุ่มนี้อาจทำให้ “เลือดไปเลี้ยงไตลดลง” ทำให้การกรองของเสียแย่ลง
ถ้าใช้ติดต่อกันนาน อาจทำให้ “ไตเสื่อมถาวร” ได้
ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติไตเสื่อม ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
กลุ่มที่ 3 : ผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือหลอดเลือด
โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดตีบ หรือเคยใส่ขดลวดหัวใจ (Stent)
ยากลุ่ม NSAIDs โดยเฉพาะแบบ “COX-2” เช่น Etoricoxib หรือ Celecoxib
อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด “หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” หรือ “เส้นเลือดสมองตีบ”
ดังนั้นถ้าเป็นโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยง หรือใช้เฉพาะเมื่อแพทย์อนุญาตเท่านั้น
กลุ่มที่ 4 : ผู้ที่กินยา “ต้านเกล็ดเลือด” หรือ “ยาละลายลิ่มเลือด”
เช่น Aspirin, Clopidogrel, Warfarin หรือ Apixaban
เพราะยากลุ่ม NSAIDs มีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงเช่นกัน
เมื่อใช้ร่วมกันจะเพิ่มความเสี่ยง “เลือดออกในกระเพาะ” หรือ “เลือดออกภายใน” ได้
ถ้าจำเป็นต้องใช้ แพทย์จะต้องประเมินความเสี่ยงและเลือกยาที่ปลอดภัยที่สุดเท่านั้น
กลุ่มที่ 5 : ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)
ในวัยนี้ กระเพาะอาหารและไตทำงานช้าลงตามธรรมชาติ
ทำให้ขับยาออกจากร่างกายได้ช้ากว่าคนหนุ่มสาว
การใช้ยา NSAIDs จึงมีโอกาสสะสมและเกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้ง่ายกว่า
ควรใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
กลุ่มที่ 6 : ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสสุดท้าย (7–9 เดือน)
ยา NSAIDs อาจทำให้ “เส้นเลือดหัวใจของทารกในครรภ์ปิดก่อนคลอด” ซึ่งเป็นอันตราย
และบางตัวยังอาจผ่านทางน้ำนมมาสู่ทารกได้
ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
กลุ่มที่ 7 : ผู้ที่เป็นโรคตับ
ยา NSAIDs บางตัวถูกเผาผลาญที่ตับ
หากตับทำงานผิดปกติ อาจทำให้ระดับยาในเลือดสูงและเกิดพิษต่อตับได้
ควรใช้เฉพาะภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ตรวจเลือดเป็นระยะ
กลุ่มที่ 8 : ผู้ที่มีภูมิแพ้ยาในกลุ่ม NSAIDs หรือ Aspirin
บางคนเมื่อกินยาเพียงเม็ดเดียว อาจมีอาการ
-
ผื่นขึ้น
-
หายใจไม่ออก
-
หน้าบวม หรือแน่นหน้าอก
ข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับคนทั่วไป
-
ห้ามซื้อยากลุ่ม NSAIDs มากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะถ้าต้องกินเกิน 3–5 วัน
-
ถ้ามีอาการปวดท้อง แสบท้อง คลื่นไส้ หรืออุจจาระดำ ให้หยุดยาและรีบพบแพทย์
-
ไม่ควรใช้ยาหลายตัวในกลุ่มเดียวกันพร้อมกัน เช่น Ibuprofen กับ Diclofenac เพราะไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้นแต่เพิ่มผลข้างเคียง
-
ดื่มน้ำให้เพียงพอระหว่างใช้ยา เพื่อช่วยลดการคั่งของยาในไต
สรุปสั้น ๆ
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นยาที่มีประโยชน์มากในการรักษาโรคกระดูกและข้อ
แต่ก็มีข้อจำกัดและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เช่น
ผู้ที่มีโรคกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์
ถ้าจำเป็นต้องใช้ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
และอย่าซื้อยากินเอง เพราะบางครั้ง “ยาที่ช่วยลดปวด” อาจกลายเป็น “ยาที่ทำร้ายร่างกาย” ได้โดยไม่รู้ตัว
พูดให้ง่ายที่สุด
“ยาแก้ปวดข้อดีเหมือนดาบสองคม ถ้าใช้ถูกวิธีช่วยให้เดินได้สบาย แต่ถ้าใช้ผิดคนอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพราะแผลในกระเพาะหรือไตวายครับ”
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการปวดข้อหรือปวดหลัง และจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนทุกครั้ง
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
คำถามที่พบบ่อย
Q: หนูเป็นกรดไหลย้อนบ่อยๆ กินยาแก้ปวดข้อได้ไหมคะ?
A: ผู้ที่มีโรคกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยงยา NSAIDs หรือปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาเคลือบกระเพาะร่วมด้วย
Q: คุณพ่อเป็นเบาหวานกับความดันโลหิตสูง กินยาแก้ปวดข้อได้หรือเปล่าคะ?
A: ผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงยา NSAIDs โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อไต
Q: ถ้าหนูเพิ่งใส่ขดลวดหัวใจมา กินยาแก้ปวดข้อได้ไหมคะ?
A: ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงยา NSAIDs โดยเฉพาะกลุ่ม COX-2 หรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
Q: หนูท้องได้ 7 เดือน กินยาแก้ปวดได้ไหมคะ?
A: หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้าย ควรหลีกเลี่ยงยา NSAIDs เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
Q: คนแก่กินยาแก้ปวดข้อบ่อยๆ จะเป็นอะไรไหมคะ?
A: ผู้สูงอายุควรใช้ยา NSAIDs เฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากไตและกระเพาะอาหารอาจทำงานลดลงตามธรรมชาติ

