โรคเก๊าท์กับนิ่วในไต มีความเกี่ยวข้องกันไหม?
คำตอบคือ “มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรงครับ” เพราะนิ่วชนิดหนึ่งเกิดจาก “กรดยูริก” เช่นเดียวกับโรคเก๊าท์
กรดยูริกเกี่ยวอะไรกับนิ่ว?
เมื่อร่างกายมีกรดยูริกสูงมาก ๆ ไม่เพียงแต่จะสะสมในข้อจนกลายเป็นเก๊าท์ ยังอาจตกผลึกในทางเดินปัสสาวะจนเกิด “นิ่วกรดยูริก (uric acid stones)” ได้
นิ่วชนิดนี้ไม่เห็นใน X-ray ปกติ ต้องอาศัย ultrasound หรือ CT scan เพื่อวินิจฉัย
ใครเสี่ยงเป็นนิ่วกรดยูริก?
-
คนที่มีกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน
-
ดื่มน้ำน้อย
-
ปัสสาวะมีความเป็นกรดมาก
-
มีโรคไตหรือเบาหวานร่วมด้วย
ป้องกันนิ่วจากเก๊าท์ได้อย่างไร?
-
ดื่มน้ำให้มาก (2–3 ลิตร/วัน)
-
ควบคุมระดับกรดยูริกให้อยู่ในเกณฑ์
-
ลดอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ น้ำตาล เบียร์
-
ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ (ในบางรายแพทย์อาจให้ยาเสริม)
หมอสรุปว่า…
ถ้าเป็นโรคเก๊าท์แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินยาตลอดชีวิตทุกคน แต่ก็ไม่ควรหยุดยาเองเด็ดขาด ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
และอย่าลืมว่า…กรดยูริกสูงไม่ใช่แค่ทำให้ปวดข้อ ยังเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
📞 โทร: 081-530-3666
#โรคเก๊าท์ #ข้ออักเสบ #กรดยูริกสูง #เก๊าท์ในผู้หญิง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ดูแลข้อก่อนปวด #สุขภาพกระดูกและข้อ #นิ่ว
คำถามที่พบบ่อย
Q: เป็นโรคเก๊าท์แล้ว จะเป็นนิ่วในไตด้วยไหมคะ?
A: มีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วกรดยูริกได้ค่ะ หากมีกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน
Q: นิ่วกรดยูริก ตรวจเจอใน X-ray ได้ไหมคะ?
A: นิ่วกรดยูริกมักไม่เห็นใน X-ray ปกติค่ะ ต้องอาศัยการตรวจด้วยอัลตราซาวด์หรือ CT scan
Q: ถ้าเป็นเก๊าท์ ต้องกินยาลดกรดยูริกตลอดชีวิตเลยไหมคะ?
A: ไม่จำเป็นต้องกินยาตลอดชีวิตทุกคนค่ะ แต่อยู่ในการดูแลของแพทย์และไม่ควรหยุดยาเอง
Q: มีวิธีป้องกันนิ่วจากโรคเก๊าท์ไหมคะ?
A: การดื่มน้ำมากๆ ควบคุมระดับกรดยูริก และลดอาหารที่มีพิวรีนสูง อาจช่วยป้องกันได้ค่ะ
Q: คนที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นนิ่วกรดยูริกมากกว่าคนทั่วไปไหมคะ?
A: การมีโรคไตหรือเบาหวานร่วมด้วย อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นนิ่วกรดยูริกค่ะ

