เอกซเรย์เจอคอค่อม ปวดสะบัก-แขน = หมอนรองกระดูกคอเสื่อม
หลายคนมีอาการ “ปวดคอ ร้าวลงแขน หรือเจ็บสะบัก” บ่อยครั้งเข้าใจว่าเป็นแค่นอนตกหมอน แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของ หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ซึ่งหากเอกซเรย์พบว่าคอมีลักษณะค่อมผิดรูป (Kyphotic deformity) แสดงว่ามีการเสื่อมมากจนกระดูกและหมอนรองคอเสียสมดุล ทำให้เกิดอาการปวดรบกวนชีวิตประจำวัน
เคสสมมติ
คุณมานพ อายุ 55 ปี ทำงานนั่งโต๊ะและใช้คอมพิวเตอร์มาตลอดหลายสิบปี เริ่มมีอาการปวดต้นคอ ร้าวลงแขนขวาและสะบัก เวลายกแขนหรือนั่งทำงานนาน ๆ จะปวดจี๊ด บางคืนเจ็บจนต้องตื่นมานวดเอง ไปตรวจเอกซเรย์พบว่า หมอนรองกระดูกคอเสื่อม และคอมีลักษณะค่อม (kyphotic deformity)
หมอนรองกระดูกคอเสื่อมคืออะไร
ปกติหมอนรองกระดูกคอทำหน้าที่เหมือน “เบาะกันกระแทก” ระหว่างกระดูกสันหลัง เมื่อเสื่อมลง เบาะนี้จะบาง แตก หรือปลิ้นออก ทำให้กระดูกเบียดเส้นประสาทที่วิ่งลงแขนและสะบัก เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงได้
ลักษณะคอค่อม (kyphotic deformity) เกิดจากการที่กระดูกและหมอนรองเสื่อมจนแนวคอที่ควรโค้งไปข้างหน้าเล็กน้อย กลับกลายเป็นโก่งไปด้านหลัง ส่งผลให้แรงกดไม่สมดุลและปวดมากขึ้น
สาเหตุและการเกิดโรค
-
อายุที่มากขึ้น ทำให้หมอนรองคอเสื่อมตามธรรมชาติ
-
การใช้งานคอผิดท่า เช่น ก้มดูมือถือหรือทำงานคอมพิวเตอร์นาน ๆ
-
อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บที่คอ
-
ภาวะกระดูกพรุนทำให้โครงสร้างคอเสียรูปง่าย
-
พันธุกรรมบางรายที่หมอนรองเสื่อมเร็วกว่าปกติ
อาการและสัญญาณอันตราย
-
ปวดคอเรื้อรัง ร้าวไปที่แขน ไหล่ หรือสะบัก
-
ชา หรือเสียวปลายมือปลายนิ้ว
-
กล้ามเนื้อแขนหรือมืออ่อนแรง จับของไม่ถนัด
-
ขยับคอมีเสียงดัง “กร๊อบแกร๊บ”
สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์
-
แขนอ่อนแรงมาก จับของหล่นบ่อย
-
ชาเป็นบริเวณกว้าง หรือมีอาการเดินเซ ขาไม่มีแรง
-
ปวดมากจนรบกวนการนอนหลับ
-
มีอุบัติเหตุรุนแรงร่วมกับอาการคอ
ปัจจัยเสี่ยง
-
อายุ 40 ปีขึ้นไป
-
ทำงานนั่งโต๊ะหรือใช้คอมพิวเตอร์/มือถือเป็นเวลานาน
-
ผู้ที่มีโรคกระดูกพรุน
-
คนที่ไม่ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อคอไม่แข็งแรง
การตรวจวินิจฉัย
-
การตรวจร่างกาย: แพทย์จะทดสอบกำลังแขน มือ และการรับความรู้สึก
-
เอกซเรย์: เห็นแนวคอโก่งผิดรูป (kyphotic deformity) และช่องหมอนรองแคบลง
-
อัลตราซาวด์: ตรวจเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบคอ
-
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): เห็นรายละเอียดของหมอนรอง กระดูก และเส้นประสาทที่ถูกกดชัดเจน
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
-
ปรับพฤติกรรม
-
การใช้ยา
-
กายภาพบำบัด
-
การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด
-
การติดตามผล
เงื่อนไขที่ควรพิจารณาผ่าตัด
-
อาการแขนอ่อนแรงหรือชาชัดเจน และไม่ดีขึ้นหลังรักษา 6–12 สัปดาห์
-
ปวดมากจนคุณภาพชีวิตแย่ลง
-
เอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอพบการกดเส้นประสาทอย่างรุนแรง
-
คอผิดรูปชัดเจนจนส่งผลต่อเสถียรภาพของกระดูกสันหลัง
การผ่าตัดอาจเป็นการเลาะหมอนรองที่ปลิ้นออก หรือใส่เหล็กดามเพื่อแก้ไขแนวคอให้สมดุล
พยากรณ์โรค
-
หากรักษาตามลำดับขั้น ส่วนใหญ่จะดีขึ้นและควบคุมอาการได้
-
อาจมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หากยังใช้งานคอผิดท่า
-
ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขมักมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เดินและใช้แขนได้ปกติ
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
-
ปวดคอเรื้อรังจนทำงานไม่ได้
-
แขนหรือมืออ่อนแรงถาวรจากเส้นประสาทถูกกดนาน
-
ความผิดรูปของคอเพิ่มขึ้นจนกระดูกกดไขสันหลัง
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น
-
จัดท่านั่งให้หลังตรง คอไม่ก้มมาก
-
ใช้หมอนรองศีรษะที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
-
หมั่นออกกำลังกายคอและไหล่ เช่น หมุนคอเบา ๆ เอียงคอสลับข้าง
-
งดการยกของหนักหรือสะพายของ偏ด้านเดียว
-
หากปวดร้าวลงแขนต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์
สรุป
หมอนรองกระดูกคอเสื่อม โดยเฉพาะเมื่อเอกซเรย์พบว่าคอค่อม (kyphotic deformity) เป็นภาวะที่ต้องระวัง เพราะเสี่ยงกดทับเส้นประสาทจนปวดร้าวลงแขนและสะบักได้ การรักษาเริ่มจากปรับพฤติกรรม ยา กายภาพบำบัด และการฉีดยาลดอักเสบ หากไม่ดีขึ้นจึงพิจารณาผ่าตัด การใส่ใจท่านั่ง การพักคอ และการตรวจรักษาตั้งแต่ต้น จะช่วยยืดอายุการใช้งานของกระดูกคอและลดโอกาสเสื่อมเร็วเกินไป
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #ปวดคอร้าวลงแขน #คอค่อม #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดคอแล้วร้าวลงแขนแบบนี้ เป็นหมอนรองกระดูกคอเสื่อมจริงเหรอคะ?
A: อาการปวดคอร้าวลงแขนหรือสะบัก อาจเป็นสัญญาณของหมอนรองกระดูกคอเสื่อมได้ค่ะ
Q: ถ้าเอกซเรย์เจอคอค่อมแล้ว จะรักษาหายขาดไหมคะ?
A: การรักษาจะช่วยให้อาการดีขึ้นและควบคุมได้ในหลายกรณีค่ะ
Q: ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ ถ้าอาการปวดเยอะ?
A: การผ่าตัดจะพิจารณาในกรณีที่อาการรุนแรง หรือไม่ดีขึ้นหลังการรักษาแบบอื่นค่ะ
Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นอีกไหมคะ?
A: การปรับพฤติกรรมการใช้งานคอและการออกกำลังกายที่เหมาะสม อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ

