คุณเคยวิ่งได้สบายดีทุกวัน แล้ววันหนึ่งก็ได้ยินเสียง "ป๊อก" ที่น่อง พร้อมกับความเจ็บปวดที่ทำให้ต้องหยุดทันที นั่นไม่ใช่ตะคริว และมันไม่ได้หายเองแน่นอน บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในน่องของคุณ ทำไมถึงเกิด และจะกลับมาวิ่งได้อย่างไร


เสียงดัง "ป๊อก" ระหว่างวิ่ง — เมื่อน่องส่งสัญญาณที่คุณไม่ควรเพิกเฉย


หลายคนคิดว่าแค่ตะคริว แต่นี่คืออาการที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ตะคริวเป็นการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นแล้วคลายได้ แต่เสียง "ป๊อก" กลางทางวิ่งพร้อมอาการเจ็บแหลมคมที่น่องนั้น คือสัญญาณว่ากล้ามเนื้อน่องได้รับบาดเจ็บจริง ยิ่งถ้าเดินแล้วเจ็บ หรือมีรอยฟกช้ำขึ้นมาในวันถัดไป ยิ่งต้องใส่ใจ

เรื่องของนักวิ่งที่ต้องหยุดกลางสนาม

สมชาย อายุ 45 ปี เป็นนักวิ่งสมัครเล่นที่ตั้งใจฝึกมาหลายเดือนเพื่อลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรก ทุกเช้าวันเสาร์เขาจะออกวิ่งกับกลุ่มเพื่อนที่สนามกีฬาใกล้บ้าน เส้นทางเดิม ระยะเดิม ทุกอย่างเหมือนปกติ

เช้าวันหนึ่ง ขณะวิ่งกิโลเมตรที่เจ็ด เขาได้ยินเสียงดัง "ป๊อก" ชัดเจนที่น่องซ้าย ตามมาด้วยความเจ็บปวดอย่างเฉียบพลัน เหมือนมีอะไรดีดใส่ด้านหลังขา เขาต้องหยุดวิ่งทันที ก้าวเดินต่อไม่ไหว เพื่อนในกลุ่มช่วยพยุงออกจากสนาม

ค่าสมัครแข่งที่จ่ายไปหลายพันบาท กำหนดการฝึกที่วางไว้อีกหกสัปดาห์ และแผนวิ่งกับเพื่อนทุกเช้าเสาร์ — ทั้งหมดต้องหยุดชะงัก

สมชายลังเลอยู่หลายวัน คิดว่าอาจจะพักแล้วหายเอง แช่น้ำอุ่น นวดเอง แต่อาการไม่ดีขึ้น เดินยังเจ็บ ลงบันไดยิ่งหนัก จนในที่สุดตัดสินใจมาพบแพทย์

กล้ามเนื้อน่องทำงานอย่างไร และทำไมจึงฉีกได้

กล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่เหมือนสปริงของรถยนต์ — รับแรงกระแทกทุกก้าว สะสมพลังงาน แล้วปลดปล่อยออกมาเพื่อขับเคลื่อนร่างกายไปข้างหน้า ในทุกก้าวของการวิ่ง กล้ามเนื้อน่องต้องรับแรงสูงถึงหลายเท่าของน้ำหนักตัว

เมื่อกล้ามเนื้อถูกดึงยืดเกินขีดจำกัดกะทันหัน โดยเฉพาะในขณะที่กำลังหดตัวอยู่พร้อมกัน เส้นใยกล้ามเนื้อก็จะขาด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

เส้นใยกล้ามเนื้อที่จุดอ่อนแอที่สุดฉีกขาดก่อน จุดนั้นมักอยู่บริเวณที่กล้ามเนื้อเปลี่ยนเป็นเอ็น ที่เรียกว่า musculotendinous junction เมื่อเส้นใยขาด เส้นเลือดฝอยในบริเวณนั้นก็แตกตาม เกิดเลือดออกเล็กน้อยในกล้ามเนื้อ นั่นคือสาเหตุของเสียง "ป๊อก" และความเจ็บปวดทันที ในวันถัดมา เลือดที่ออกจากจุดฉีกจะไหลลงตามแรงโน้มถ่วงไปสะสมที่ข้อเท้าและส้นเท้า ทำให้มีรอยฟกช้ำสีม่วงดำปรากฏขึ้น แม้รอยฟกช้ำจะไม่ได้อยู่ตรงจุดที่เจ็บโดยตรงก็ตาม

กล้ามเนื้อน่องฉีกคืออะไร

กล้ามเนื้อน่องประกอบด้วยกล้ามเนื้อหลักสองมัด คือ gastrocnemius ที่อยู่ด้านนอกและมองเห็นได้ชัดเจน กับ soleus ที่อยู่ลึกลงไปด้านใน

การฉีกของกล้ามเนื้อน่องที่พบบ่อยที่สุดในนักวิ่งคือการฉีกที่กล้ามเนื้อน่องหัวใน (medial gastrocnemius) ซึ่งนักการแพทย์เรียกว่า "tennis leg" เนื่องจากพบมากในนักเทนนิสที่ต้องพุ่งตัวจากท่าหยุดกะทันหัน แต่ในปัจจุบันพบบ่อยมากในนักวิ่งทุกระดับ

กล้ามเนื้อ gastrocnemius มีคุณสมบัติพิเศษคือพาดข้ามสองข้อต่อ ทั้งข้อเข่าและข้อเท้า ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกดึงเกินขีดจำกัด โดยเฉพาะในขณะที่เข่าเหยียดตรงพร้อมกับข้อเท้ากระดกขึ้น ซึ่งเป็นท่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในทุกก้าวของการวิ่ง

ใครเสี่ยงมากกว่า

• อายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันลดลงตามอายุ • เพิ่มระยะทางวิ่งเร็วเกินไป โดยไม่ให้ร่างกายปรับตัวทีละน้อย • พักไม่เพียงพอหรือวิ่งต่อเนื่องหลายวันโดยไม่มีวันพัก • เคยบาดเจ็บที่น่องมาก่อน เพราะรอยแผลเดิมทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นอ่อนแอลง • กล้ามเนื้อน่องอ่อนแรงหรือมีความยืดหยุ่นน้อย โดยไม่ได้ฝึกเสริมสร้างความแข็งแรงควบคู่กับการวิ่ง

แพทย์ตรวจและวินิจฉัยอย่างไร

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ว่าเกิดอาการขณะทำกิจกรรมอะไร มีเสียงดังหรือไม่ ตำแหน่งที่เจ็บอยู่ที่ไหน และมีอาการบวมหรือฟกช้ำตามมาหรือเปล่า

จากนั้นตรวจร่างกายโดยคลำหาจุดกดเจ็บที่น่อง ทดสอบการเคลื่อนไหวของข้อเท้าและเข่า และอาจทำการทดสอบพิเศษเพื่อดูความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อน่อง

การตรวจอัลตราซาวด์เป็นการตรวจภาพแรกที่แพทย์มักเลือกใช้ เพราะทำได้ทันที ราคาไม่สูง และบอกได้ชัดเจนว่ามีรอยฉีก มีน้ำหรือเลือดขังอยู่ที่ใด ในกรณีที่บาดเจ็บรุนแรงหรืออาการไม่ชัดเจน แพทย์อาจส่งตรวจ MRI เพิ่มเติม ซึ่งให้รายละเอียดของรอยฉีกและขอบเขตความเสียหายได้ชัดเจนกว่า

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือแพทย์จะประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำ (DVT) หรือไม่ เพราะอาการบวมและเจ็บที่น่องอาจเกิดจากสาเหตุนี้ได้เช่นกัน และต้องการการรักษาที่แตกต่างออกไป

แนวทางการรักษา

การรักษากล้ามเนื้อน่องฉีกในระดับที่พบบ่อยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เริ่มจากการดูแลตนเองในช่วงแรกด้วยหลักการ RICE คือพักไม่ลงน้ำหนักมาก ประคบน้ำแข็งเพื่อลดบวมและปวด พันผ้ายืดเพื่อพยุงกล้ามเนื้อ และยกขาสูงเพื่อลดการบวม

เมื่ออาการเจ็บเฉียบพลันลดลง นักกายภาพบำบัดจะเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูทีละขั้น เริ่มจากการยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ การใส่รองเท้าส้นสูงเล็กน้อยหรือรองรับส้นเท้าเพื่อลดแรงตึงที่กล้ามเนื้อ จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มการฝึกเกร็งกล้ามเนื้อแบบมีน้ำหนัก เช่น การยืนเขย่งปลายเท้า ทั้งแบบขาเหยียดตรงและงอเข่า

เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น จะเข้าสู่โปรแกรมกลับมาวิ่ง ซึ่งเริ่มจากการเดินเร็ว วิ่งช้า และค่อย ๆ เพิ่มความเร็วและระยะทางตามลำดับ โดยทั่วไปผู้บาดเจ็บสามารถเดินโดยไม่เจ็บได้ภายใน 3 วัน วิ่งได้มากกว่า 90% ของความเร็วสูงสุดภายใน 14 วัน และกลับไปฝึกซ้อมเต็มรูปแบบได้ภายใน 14-19 วัน ในกรณีที่ไม่รุนแรง

ส่วนใหญ่หายได้ดีแค่ไหน

ข่าวดีคือกล้ามเนื้อน่องฉีกในระดับทั่วไปมีพยากรณ์โรคที่ดีมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับมาวิ่งได้ตามปกติภายใน 2-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยฉีก

ยิ่งเริ่มต้นรักษาและฟื้นฟูเร็ว ยิ่งกลับมาวิ่งได้เร็ว กุญแจสำคัญคือการไม่รีบกลับไปวิ่งก่อนที่กล้ามเนื้อจะพร้อม เพราะนั่นคือสาเหตุหลักของการบาดเจ็บซ้ำ

ถ้าไม่รักษาให้ถูกวิธีจะเกิดอะไรขึ้น

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่ามากกว่า 1 ใน 6 ของผู้ที่บาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ gastrocnemius จะเกิดการบาดเจ็บซ้ำ และในจำนวนนั้น 79% เกิดขึ้นภายใน 6 เดือนหลังจากบาดเจ็บครั้งแรก

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการกลับไปวิ่งเร็วเกินไปก่อนที่กล้ามเนื้อจะฟื้นตัวสมบูรณ์ หรือการฟื้นฟูที่ไม่ครบขั้นตอน นอกจากนี้ถ้าปล่อยให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเรื้อรัง ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการวิ่งในระยะยาวได้

ป้องกันได้อย่างไร

• อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่งทุกครั้ง อย่างน้อย 5-10 นาที • เพิ่มระยะทางวิ่งทีละน้อยไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์ ไม่กระโดดจากระยะสั้นไประยะยาวทันที • เสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อน่องด้วยการเขย่งปลายเท้าเป็นประจำ • พักและฟื้นฟูให้เพียงพอ ไม่วิ่งทุกวันโดยไม่มีวันพัก • ฟังสัญญาณร่างกาย ถ้าน่องรู้สึกตึงหรือเจ็บผิดปกติให้หยุดพักก่อน

คำถามที่นักวิ่งมักถามมากที่สุด

• กลับไปวิ่งได้เมื่อไร ขึ้นอยู่กับความรุนแรง แต่โดยทั่วไปในกรณีที่ไม่รุนแรงสามารถเดินได้ปกติภายใน 3 วัน และวิ่งได้ภายใน 14 วัน ในรายที่รุนแรงกว่าอาจใช้เวลา 6-12 สัปดาห์ แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละราย

• ต่างจากตะคริวอย่างไร ตะคริวคือกล้ามเนื้อหดเกร็งชั่วคราวและหายเองได้ในไม่กี่นาที ส่วนกล้ามเนื้อน่องฉีกจะมีอาการเจ็บเฉียบพลันทันที มักมีเสียงดัง เดินลำบาก และอาการไม่หายเองอย่างรวดเร็ว อาจมีบวมและฟกช้ำตามมาด้วย

• ต้องผ่าตัดไหม กล้ามเนื้อน่องฉีกส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด การรักษาแบบอนุรักษ์นิยมร่วมกับกายภาพบำบัดได้ผลดีในกรณีส่วนใหญ่

• กลับมาเป็นอีกได้ไหม ได้ โดยเฉพาะถ้ากลับไปวิ่งเร็วเกินไปหรือฟื้นฟูไม่ครบ การฝึกเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงก่อนกลับไปวิ่งเต็มที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

สิ่งที่ควรจำ

• กล้ามเนื้อน่องฉีก ไม่ใช่ตะคริว — อาการต่างกันชัดเจน ทั้งความเจ็บ เสียง และระยะเวลา • เกิดบ่อยในนักวิ่งอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเพิ่มระยะทางวิ่ง • ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด กายภาพบำบัดและการฟื้นฟูที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญ • การกลับไปวิ่งเร็วเกินไปคือสาเหตุหลักของการบาดเจ็บซ้ำ • คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ — นักวิ่งทุกคนเคยมีช่วงพักจากบาดเจ็บ สิ่งสำคัญคือฟื้นฟูให้ถูกวิธีเพื่อกลับมาวิ่งอย่างแข็งแรงและยั่งยืน


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกล้ามเนื้อน่องฉีกในนักวิ่ง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


#กล้ามเนื้อน่องฉีก #นักวิ่ง #tennisleg #บาดเจ็บจากการวิ่ง #กายภาพบำบัด #ออร์โธปิดิกส์ #หมอกระดูก #วิ่งมาราธอน #ฮาล์ฟมาราธอน #บาดเจ็บกีฬา #หมอเก่ง #doctorkeng #กล้ามเนื้อน่อง #ฟื้นฟูบาดเจ็บ #วิ่งสุขภาพ

คำถามที่พบบ่อย

Q: เสียง "ป๊อก" ที่น่องนี่มันอันตรายมากไหมคะ?

A: เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากล้ามเนื้อน่องได้รับบาดเจ็บจริงค่ะ ซึ่งอาจต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

Q: ถ้ามีเสียง "ป๊อก" แล้วเดินต่อได้นิดหน่อย แสดงว่าไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ?

A: การเดินแล้วเจ็บ หรือมีรอยฟกช้ำในวันถัดไป บ่งบอกว่าควรใส่ใจและปรึกษาแพทย์ค่ะ

Q: อาการแบบนี้ต้องพักวิ่งนานแค่ไหนคะ?

A: ระยะเวลาพักขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บค่ะ ซึ่งแพทย์จะประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสม

Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเสียง "ป๊อก" ตอนวิ่งอีกไหมคะ?

A: การวอร์มอัพ ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ และค่อยๆ เพิ่มระยะทางวิ่ง อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ


เอกสารอ้างอิง

[1] Green B, Pizzari T. Calf muscle strain injuries in sport: a systematic review of risk factors for injury. British Journal of Sports Medicine. 2017. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28259848/

[2] Meek WM, et al. Calf Strain in Athletes. JBJS Reviews. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35316243/

[3] Fields KB, Rigby MD. Muscular Calf Injuries in Runners. Current Sports Medicine Reports. 2016. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27618240/