ยาเก๊าท์ที่กินมาตลอด อาจกำลังทำร้ายไตโดยที่คุณไม่รู้
ไม่ใช่เรื่องของการแพ้ยา แต่เป็นเรื่องของการที่ไตไม่แข็งแรงพอที่จะกำจัดยาได้ทัน
เมื่อเก๊าท์เจอโรคไต ยาตัวเดิมอาจไม่ใช่คำตอบที่ปลอดภัยอีกต่อไป
หลายคนที่เป็นเก๊าท์มานานและเพิ่งรู้ว่าไตเริ่มไม่ดี มักถามคำถามเดียวกัน
"ยาที่กินอยู่ ยังกินได้ไหม?"
คำตอบคือ — บางตัวกินต่อได้ บางตัวต้องปรับ และบางตัวต้องหยุดทันที เพราะไตที่ไม่แข็งแรงเปลี่ยนทุกอย่าง
ลุงสมศักดิ์ อายุ 62 ปี เป็นเก๊าท์มาเกือบสิบปี คุ้นเคยกับอาการปวดข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้าจนชินไปแล้ว
ทุกครั้งที่ปวด ก็หยิบยาแก้อักเสบตัวเดิมมากิน วางไว้ข้างเตียงเป็นนิสัย
จนวันหนึ่ง ผลตรวจเลือดบอกว่าไตทำงานลดลง หมอที่ดูแลโรคไตบอกสั้นๆ ว่า "ยาแก้ปวดข้ออักเสบที่กินอยู่ ต้องหยุดเลย"
ลุงสมศักดิ์งง — ถ้าหยุดยาแก้ปวด แล้วตอนเก๊าท์กำเริบจะทำยังไง? ต้องทนเจ็บอยู่คนเดียวไหม?
ทำไมเก๊าท์กับโรคไตถึงพบด้วยกันบ่อยขนาดนี้?
ร่างกายทุกคนผลิตของเสียชนิดหนึ่งจากการย่อยโปรตีนและเซลล์เก่า เรียกว่า "กรดยูริก" ไตที่ดีจะกรองกรดยูริกออกทางปัสสาวะทุกวัน ไม่ให้สะสมเกินไป
แต่เมื่อไตเริ่มทำงานได้น้อยลง กรดยูริกในเลือดก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนท่อระบายน้ำที่อุดตันครึ่งหนึ่ง น้ำย่อมล้นออกมา
กรดยูริกที่สูงนานวัน จะตกผลึกเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเศษแก้วบดละเอียด ไปสะสมในช่องข้อ เมื่อใดที่ร่างกายพบผลึกนั้น ก็จะส่งเม็ดเลือดขาวเข้าโจมตีทันที ผลคือ ปวด บวม แดง ร้อน อย่างรุนแรง นั่นคือเก๊าท์กำเริบ
ปัญหาที่ซ้อนกันคือ กรดยูริกที่สูงก็ทำร้ายไตเพิ่มเติมในระยะยาว และยาหลายตัวที่ใช้รักษาเก๊าท์ก็ถูกกำจัดออกทางไต เมื่อไตอ่อนแอ ยาสะสมในร่างกายนานกว่าปกติ ทั้งเพิ่มผลข้างเคียงและทำร้ายไตซ้ำได้อีก
เก๊าท์กับโรคไต — สองโรคที่พบด้วยกันบ่อยมาก
คนที่มีโรคไตมีความเสี่ยงต่อเก๊าท์สูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะไตที่ทำงานน้อยลงกำจัดกรดยูริกได้น้อยลงตามไปด้วย
กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
• ผู้ที่ค่าการทำงานของไต (eGFR — estimated Glomerular Filtration Rate) ต่ำกว่า 60 • ผู้ที่กินยาขับปัสสาวะเพื่อควบคุมความดันโลหิตหรือลดบวม เพราะยาบางตัวในกลุ่มนี้ทำให้กรดยูริกสูงขึ้น • ผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไป หรือผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน • ผู้ที่กินอาหารทะเล เครื่องในสัตว์ หรือเนื้อแดงในปริมาณมาก • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
แพทย์ตรวจอะไรบ้างเมื่อมีเก๊าท์ร่วมกับโรคไต?
การซักประวัติและตรวจร่างกายจะครอบคลุม: ลักษณะและตำแหน่งการปวด อาหารที่รับประทาน ยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด รวมถึงการมองหาก้อนขาวๆ ที่ผิวหนังรอบข้อซึ่งอาจเป็นก้อนสะสมของกรดยูริก
การตรวจเลือดวัดระดับกรดยูริกและค่าการทำงานของไต
การอัลตราซาวด์ข้อช่วยมองเห็นผลึกกรดยูริกในข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อได้โดยตรง โดยไม่ต้องเจาะข้อ
การเอกซเรย์ใช้ดูความเสียหายของข้อในระยะยาว
ทางเลือกรักษาเก๊าท์ในคนที่มีโรคไต — ปรับยาอย่างไร?
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่ "รักษาได้" แต่คือ "รักษาอย่างไรให้ปลอดภัยกับไตที่มีอยู่"
เมื่อเก๊าท์กำเริบเฉียบพลัน
ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน นาพร็อกเซน หรือไดโคลฟีแนค คือยาที่ต้องหยุดทันทีในคนที่ไตทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะยาเหล่านี้ทำให้เลือดไหลเข้าไตน้อยลง ไตที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วอาจเสียหายหนักขึ้นหรือวายเฉียบพลันได้
ทางเลือกที่แพทย์จะพิจารณาแทน
โคลชิซีน เป็นยาดั้งเดิมสำหรับเก๊าท์ ยังใช้ได้ในคนโรคไตแต่ต้องลดขนาดยาลงตามค่าการทำงานของไต หากใช้ขนาดปกติในคนที่ไตไม่ดี ยาจะสะสมในร่างกายและทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
ยาสเตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการรักษาระยะสั้นเมื่อไม่สามารถใช้ยาตัวอื่นได้ หรือในกรณีที่ปวดเฉพาะข้อเดียว แพทย์อาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อโดยตรง
การลดกรดยูริกระยะยาว
อัลโลพิวรินอล เป็นยาลดกรดยูริกตัวแรกที่แนะนำในคนโรคไต ทำงานโดยลดการผลิตกรดยูริกในร่างกาย แต่ต้องเริ่มจากขนาดต่ำกว่าปกติและค่อยๆ เพิ่มขึ้นช้าๆ เพื่อให้ไตรับไหว นอกจากนี้ยังต้องระวังการแพ้ยารุนแรงซึ่งพบได้ในบางคน
เฟบูโซสตัท เป็นยาลดกรดยูริกอีกตัว ข้อดีคือถูกกำจัดทางตับเป็นหลัก จึงไม่ต้องปรับขนาดยาในคนที่ไตไม่ดีระดับปานกลาง ซึ่งทำให้เป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าในบางกรณี
โพรเบเนซิด คือยาที่ช่วยขับกรดยูริกออกทางไต แต่จำเป็นต้องใช้ไตที่ดีพอสมควรในการทำงาน ในคนที่ไตทำงานต่ำกว่าระดับหนึ่ง ยาตัวนี้ไม่มีผลและอาจเป็นอันตรายได้
เก๊าท์ในคนที่มีโรคไต ควบคุมได้ไหม?
ควบคุมได้ครับ แต่ต้องอาศัยการวางแผนร่วมกันอย่างละเอียดระหว่างแพทย์โรคไตและแพทย์ที่ดูแลโรคข้อ
เมื่อระดับกรดยูริกในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง การกำเริบของเก๊าท์จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และงานวิจัยบางส่วนพบว่าการรักษาที่ดีอาจช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ด้วย
ในช่วงแรกที่เริ่มปรับยา อาจยังมีการกำเริบบ้าง นั่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่ายาไม่ได้ผล
ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น?
กรดยูริกที่สูงต่อเนื่องและไม่ได้รับการดูแลสามารถนำไปสู่การกำเริบบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น ก้อนสะสมกรดยูริกที่ข้อและเนื้อเยื่อ ความเสียหายของข้อถาวรในระยะยาว และอาจเร่งความเสื่อมของไตให้เร็วขึ้นในบางกรณี
ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วหากเก๊าท์กำเริบบ่อย หรือเริ่มมีก้อนขาวๆ ผุดขึ้นตามข้อ
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดการกำเริบของเก๊าท์เมื่อมีโรคไต
• ดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่แพทย์โรคไตแนะนำ — คนโรคไตบางรายอาจมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณน้ำ ต้องถามแพทย์ก่อน
• ลดอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง อาหารทะเล และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรักโทสสูง
• งดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
• รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม เพราะน้ำหนักเกินทำให้ทั้งไตและเก๊าท์แย่ลง
• ไม่ซื้อยาแก้ปวดข้ออักเสบกินเองโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
ถาม: ฉันเป็นโรคไตและเก๊าท์ ยังกินยาลดกรดยูริกที่หมอสั่งไว้ได้ไหม? ตอบ: ได้ครับ แต่ต้องให้แพทย์ทบทวนขนาดยาให้เหมาะกับค่าไตปัจจุบัน ยาบางตัวต้องปรับขนาดหรือเปลี่ยนชนิด ควรนำยาทั้งหมดที่กินอยู่มาให้แพทย์ดูในนัดถัดไป
ถาม: ตอนเก๊าท์กำเริบ กินยาแก้ปวดทั่วไปได้ไหม ถ้ามีโรคไต? ตอบ: ขึ้นอยู่กับชนิดยาครับ ยาพาราเซตามอลในขนาดปกติมักใช้ได้ แต่ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟนหรือนาพร็อกเซน ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อไตไม่ดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
ถาม: ถ้ากินยาลดกรดยูริกครบแล้ว เก๊าท์จะหายขาดไหม? ตอบ: เก๊าท์ในคนโรคไตมักต้องรักษาต่อเนื่องระยะยาวครับ การรักษาที่ดีช่วยลดการกำเริบและป้องกันความเสียหายของข้อ แต่การหยุดยาเองอาจทำให้กำเริบได้อีก
ถาม: ยาสเตียรอยด์ฉีดเข้าข้อปลอดภัยกับไตไหม? ตอบ: โดยทั่วไปการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อโดยตรงมีผลต่อร่างกายน้อยกว่าการกินยา เพราะยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ครับ แต่ควรรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินสภาพข้อก่อนทุกครั้ง
ถ้ามีคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่เป็นเก๊าท์และโรคไตพร้อมกัน และกังวลเรื่องการใช้ยา ส่งบทความนี้ให้เขาอ่านได้เลยครับ
สิ่งที่ควรจำ
• ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ห้ามใช้ในคนที่ไตทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
• โคลชิซีนยังใช้รักษาเก๊าท์ได้แต่ต้องปรับขนาดยาให้เหมาะกับค่าไต
• อัลโลพิวรินอลเป็นยาลดกรดยูริกตัวแรกที่ใช้ได้ในคนโรคไต แต่ต้องเริ่มจากขนาดต่ำ
• เฟบูโซสตัทเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องปรับขนาดในโรคไตระดับกลาง
• การรักษาเก๊าท์ที่ดีอาจช่วยชะลอการเสื่อมของไตได้ด้วย
ความเจ็บปวดจากเก๊าท์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทนอยู่คนเดียวครับ โดยเฉพาะเมื่อมีโรคไตร่วมด้วย เพราะทุกยาที่ใช้ต้องผ่านการพิจารณาให้ละเอียดกว่าปกติ
แต่ที่ดีคือ มีทางออกเสมอ ถ้าได้รับการวินิจฉัยและวางแผนรักษาที่ถูกต้อง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการเก๊าท์ในผู้ป่วยโรคไต ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
-
FitzGerald, et al. 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. (2020). Arthritis Rheumatol. PMID: 32390306. DOI: 10.1002/art.41247
-
FitzGerald, et al. 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. (2020). Arthritis Care Res (Hoboken). PMID: 32391934. DOI: 10.1002/acr.24180
-
Wang, et al. Target Serum Urate Achievement and Chronic Kidney Disease Progression in Patients With Gout and Kidney Disease. (2025). JAMA Intern Med. PMID: 39585678. DOI: 10.1001/jamainternmed.2024.6212
-
Yang, et al. Insights into renal damage in hyperuricemia: Focus on renal protection (Review). (2025). Mol Med Rep. PMID: 39717954. DOI: 10.3892/mmr.2024.13424
-
Johnson, et al. Controversies and practical management of patients with gout and chronic kidney disease. (2024). Kidney Int. PMID: 39033815. DOI: 10.1016/j.kint.2024.05.033
-
Hu, et al. The SGLT2 inhibitor dapagliflozin ameliorates renal fibrosis in hyperuricemic nephropathy. (2024). Cell Rep Med. PMID: 39168099. DOI: 10.1016/j.xcrm.2024.101690
-
Yanai, et al. Molecular Biological and Clinical Understanding of the Pathophysiology and Treatments of Hyperuricemia and Its Association with Metabolic Syndrome, Cardiovascular Diseases and Chronic Kidney Disease. (2021). Int J Mol Sci. PMID: 34502127. DOI: 10.3390/ijms22179221
-
Bikbov, et al. Global, regional, and national burden of chronic kidney disease, 1990-2017: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2017. (2020). Lancet. PMID: 32061315. DOI: 10.1016/S0140-6736(20)30045-3
-
Singh, Gaffo. Gout epidemiology and comorbidities. (2020). Semin Arthritis Rheum. PMID: 32620196. DOI: 10.1016/j.semarthrit.2020.04.008
-
Hanna, et al. A Practical Approach to Nutrition, Protein-Energy Wasting, Sarcopenia, and Cachexia in Patients with Chronic Kidney Disease. (2020). Blood Purif. PMID: 31851983. DOI: 10.1159/000504240
-
Vargas-Santos, Neogi. Management of Gout and Hyperuricemia in CKD. (2017). Am J Kidney Dis. PMID: 28456346. DOI: 10.1053/j.ajkd.2017.01.055
#เก๊าท์ #โรคไต #CKD #ยาเก๊าท์ #กรดยูริก #ปวดข้อ #สุขภาพไต #ปรับยา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ เมื่อเก๊าท์เจอโรคไต ยาตัวเดิมอาจไม่ใช่คำตอบที่ปลอดภัยอีกต่อไป

