เมื่อร่างกายส่วนล่างไม่รับความรู้สึก แต่ระบบภายในยังทำงาน: เข้าใจภาวะไขสันหลังบาดเจ็บและปัญหาลูกอัณฑะฝ่อ
“หมอครับ ตั้งแต่อุบัติเหตุผ่าตัดครั้งนั้น ผมไม่รู้สึกครึ่งท่อนล่างเลย แต่แปลกที่บางครั้งอวัยวะเพศมันก็แข็งตัวขึ้นมาเองทั้งที่ผมไม่ได้สั่งการ และที่กังวลมากคือ ทำไมลูกอัณฑะผมถึงเล็กลงเรื่อยๆ แบบนี้มีวิธีแก้ไหมครับ?”
นี่คือคำถามที่เต็มไปด้วยความกังวลจากคุณเอก (นามสมมติ) ชายวัย 38 ปี ที่เคยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังและต้นคอจากอุบัติเหตุรุนแรง แม้การผ่าตัดจะช่วยรักษาชีวิตไว้ได้ แต่สิ่งที่ตามมาคือความผิดปกติของระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและสภาพจิตใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องความเป็นชายที่เขารู้สึกว่ากำลังสูญเสียไป
ทำไมสั่งการไม่ได้แต่ยังแข็งตัว? (กลไกการทำงานของไขสันหลัง)
การที่อวัยวะเพศแข็งตัวได้เองโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรือสั่งการไม่ได้ เปรียบเสมือน "ระบบไฟฟ้าลัดวงจร" ในร่างกายครับ ปกติแล้วการแข็งตัวมี 2 ระบบหลัก คือระบบที่สั่งการจากสมอง (ความรู้สึกรัก) และระบบตอบสนองอัตโนมัติ (การสัมผัสโดยตรง)
ในกรณีที่มีการบาดเจ็บของไขสันหลัง เส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับสมองอาจขาดตอน ทำให้เราสั่งการไม่ได้และไม่รู้สึกสัมผัส แต่ "ศูนย์ควบคุมการแข็งตัวอัตโนมัติ" ที่อยู่บริเวณไขสันหลังส่วนเอวยังทำงานอยู่ เมื่อมีการเสียดสีหรือมีการกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศหรือกระเพาะปัสสาวะเต็ม ระบบนี้จะทำงานเองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากสมองนั่นเองครับ
อาการไข่ฝ่อหรืออัณฑะเล็กลง (Testicular Atrophy)
ภาวะที่ลูกอัณฑะมีขนาดเล็กลงหลังการบาดเจ็บไขสันหลัง (Spinal Cord Injury) เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแต่คนมักไม่ค่อยพูดถึงครับ สาเหตุหลักเกิดจาก:
-
การควบคุมอุณหภูมิผิดปกติ: ลูกอัณฑะต้องการอุณหภูมิที่เย็นกว่าร่างกายเล็กน้อยเพื่อผลิตเชื้ออสุจิและการทำงานของฮอร์โมน เมื่อร่างกายส่วนล่างเป็นอัมพาต การนั่งรถเข็นนานๆ หรือการที่กล้ามเนื้อปรับอุณหภูมิถุงอัณฑะไม่ทำงาน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนเนื้อเยื่ออัณฑะฝ่อตัว
-
ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง: การบาดเจ็บของระบบประสาทส่งผลกระทบต่อการส่งสัญญาณระหว่างสมองและต่อมไร้ท่อ ทำให้การผลิตฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ลดลง
-
การไหลเวียนโลหิต: การที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนล่างเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ได้น้อยลง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รีบต้องดูแล
-
การนั่งบนรถเข็นต่อเนื่องเกิน 4-6 ชั่วโมงโดยไม่ขยับตัว
-
การใส่กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไปในผู้ป่วยอัมพาต
-
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำซาก
-
ภาวะโภชนาการที่ไม่เพียงพอหลังการผ่าตัดใหญ่
การตรวจวินิจฉัยเพื่อวางแผนรักษา
หากมีอาการอัณฑะฝ่อร่วมกับปัญหาระบบสืบพันธุ์ หมอแนะนำให้ตรวจดังนี้ครับ:
-
การตรวจเลือด: เพื่อดูระดับฮอร์โมนเพศชาย (Total Testosterone) และฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
-
การตรวจอัลตราซาวด์: เพื่อวัดขนาดของอัณฑะและดูการไหลเวียนของเลือดว่ามีเส้นเลือดขอดหรือความผิดปกติอื่นหรือไม่
-
การตรวจร่างกาย: ประเมินระดับการบาดเจ็บของไขสันหลัง (ASIA Score) เพื่อดูว่าการฟื้นตัวอยู่ในระดับใด
แนวทางการรักษาและฟื้นฟู
-
การปรับพฤติกรรม: พยายามเปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ เพื่อระบายความร้อน เลือกสวมกางเกงผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดตึง
-
การใช้ฮอร์โมนทดแทน: หากตรวจเลือดพบว่าฮอร์โมนเพศชายต่ำมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนในรูปแบบฉีดหรือเจลทา ซึ่งจะช่วยเรื่องมวลกล้ามเนื้อและอารมณ์ได้
-
การบริหารระบบประสาท: แม้จะสั่งการไม่ได้ แต่การทำกายภาพบำบัดกระตุ้นการเคลื่อนไหวของขาก็ช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดในอุ้งเชิงกรานได้ครับ
-
การปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง: หากต้องการมีบุตร ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการเก็บเชื้อจิโดยตรงจากอัณฑะหรือการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ซึ่งให้ผลดีมากในผู้ป่วยกลุ่มนี้
พยากรณ์โรคและความหวังในการรักษา
อาการอัณฑะฝ่อหากปล่อยไว้นานอาจกลับมามีขนาดเท่าเดิมได้ยาก แต่ "การหยุดยั้งไม่ให้เล็กลงไปกว่าเดิม" และการรักษาความสมดุลของฮอร์โมนสามารถทำได้ครับ ส่วนเรื่องการสั่งการอวัยวะเพศนั้นขึ้นอยู่กับว่าไขสันหลังถูกทำลายไปมากน้อยเพียงใด แต่ในปัจจุบันมีเครื่องมือและยาที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตทางเพศของผู้ป่วยดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
-
กระดูกพรุน: จากระดับฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำลง
-
กล้ามเนื้อฝ่อลีบ: ส่งผลให้การทำกิจวัตรประจำวันลำบากขึ้น
-
ภาวะซึมเศร้า: จากความกังวลเรื่องภาพลักษณ์และความเป็นชาย
วิธีป้องกันและการดูแลตนเอง
-
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อลดการติดเชื้อในระบบปัสสาวะ
-
สังเกตขนาดและความนุ่มแข็งของอัณฑะสม่ำเสมอ
-
ออกกำลังกายส่วนบนให้แข็งแรงเพื่อช่วยระบบไหลเวียนโลหิตรวม
-
ทานอาหารที่มีซิงค์ (Zinc) และวิตามินดีสูง
Q&A ตอบข้อสงสัย
Q: อัณฑะเล็กจะทำให้เป็นหมันไหม? A: มีโอกาสสูงครับ เพราะอุณหภูมิที่สูงและการขาดฮอร์โมนส่งผลต่อการสร้างอสุจิ หากต้องการมีลูกควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเก็บเชื้อครับ
Q: การแข็งตัวเองแบบนี้ถือว่าปกติไหมในคนเป็นอัมพาต? A: ปกติครับ เป็นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ (Reflex) ไม่ต้องตกใจครับ
Q: ถ้าฮอร์โมนต่ำ จะมีอาการอย่างไรนอกจากไข่ฝ่อ? A: จะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง กล้ามเนื้อเหลว และอาจมีอารมณ์แปรปรวนง่ายครับ
สรุปประเด็นสำคัญ
-
การบาดเจ็บไขสันหลังส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนและอวัยวะสืบพันธุ์โดยตรง
-
การแข็งตัวของอวัยวะเพศโดยสั่งการไม่ได้ เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ยังทำงานอยู่
-
อัณฑะฝ่อเกิดจากอุณหภูมิที่สูงเกินไปและการขาดการกระตุ้นจากระบบประสาท
-
การตรวจระดับฮอร์โมนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อวางแผนการดูแลระยะยาว
-
การปรับพฤติกรรมและการใช้ฮอร์โมนทดแทนสามารถช่วยบรรเทาอาการได้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #ไขสันหลังบาดเจ็บ #อัมพาต #อัณฑะฝ่อ #ฮอร์โมนเพศชาย #กายภาพบำบัด #ดูแลผู้ป่วยอัมพาต #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ชามือ #ปวดหลัง #สมรรถภาพทางเพศ #สุขภาพผู้ชาย #หมอนรองกระดูกทับเส้น #OfficeSyndrome
#SpinalCordInjury #TesticularAtrophy #Orthopedics #MaleHealth #Rehabilitation
เอกสารอ้างอิง
[1] Hamid R, et al. Epidemiology and pathophysiology of neurogenic bladder after spinal cord injury. World journal of urology. 2018. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29752515/
[2] Wyndaele JJ, et al. Surgical management of the neurogenic bladder after spinal cord injury. World journal of urology. 2018. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29680953/
[3] Romo PGB, et al. Non-surgical urologic management of neurogenic bladder after spinal cord injury. World journal of urology. 2018. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30051263/

