เพิ่งฉีด "ยา Denosumab" (ยารักษากระดูกพรุน) ไปเมื่อไม่กี่วัน... จะไปอุดฟันหรือขูดหินปูนได้ไหม?
"หมอครับ/หมอคะ หนูเพิ่งไปฉีดกันกระดูกพรุนมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคมนี้เอง พอดีมีนัดอุดฟันกับขูดหินปูนสัปดาห์หน้า จะทำได้เลยไหม หรือต้องรอไปก่อน กลัวจะมีปัญหาเรื่องกระดูกตายที่ขากรรไกรจังเลย"
เป็นคำถามที่ยอดเยี่ยมและแสดงถึงความรอบคอบมากครับ เพราะสำหรับคนไข้ที่รักษาโรคกระดูกพรุน การดูแลสุขภาพช่องปากถือเป็นเรื่อง "คู่ขนาน" ที่สำคัญมาก เนื่องจากยาบางกลุ่มมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของกระดูกขากรรไกร วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ชัดเจน เพื่อให้คุณไปพบทันตแพทย์ได้อย่างสบายใจครับ
เรื่องเล่าจากคนไข้: "ป้าสมศรีกับนัดทำฟันหลังฉีดยา"
ป้าสมศรี อายุ 68 ปี ฉีดยาแก้กระดูกพรุนที่ชื่อว่า Denosumab (เดโนซูแมบ) เป็นประจำทุก 6 เดือน เมื่อสัปดาห์ก่อนป้าเพิ่งฉีดเข็มล่าสุดไป แต่บังเอิญมีอาการเสียวฟันและอยากไปขูดหินปูน
ลูกสาวป้าสมศรีไปอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตว่า "ฉีดยากระดูกพรุนห้ามทำฟัน" เลยกังวลมากจนไม่กล้าให้แม่ไปหาหมอฟัน หมอจึงต้องอธิบายให้ฟังว่า จริงๆ แล้ว "ทำฟันได้" แต่ต้องดูว่าทำอะไร และต้องแจ้งคุณหมออย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุดครับ
ยา Denosumab กับสุขภาพช่องปาก
ยารักษากระดูกพรุนกลุ่มนี้ (denosumab) ทำหน้าที่เหมือน "สารเคลือบกระดูก" ช่วยไม่ให้เซลล์สลายกระดูกทำงานมากเกินไป ทำให้กระดูกของเราแข็งแรงขึ้นและไม่หักง่าย
แต่เนื่องจากกระดูกขากรรไกรเป็นส่วนที่มีการซ่อมแซมตัวเองบ่อย (จากการเคี้ยวและการมีฟัน) ยาตัวนี้อาจไปชะลอการสร้างกระดูกใหม่ในบางจุด หากมีการทำหัตถการที่ "รุนแรงถึงขั้นเห็นกระดูก" เช่น การถอนฟันหรือผ่าฟันคุด ก็อาจทำให้แผลหายช้าลงได้ แต่ถ้าเป็นการทำฟันทั่วไปที่ไม่ได้ยุ่งกับเนื้อกระดูกโดยตรง ความเสี่ยงก็น้อยมากจนแทบไม่มีเลยครับ
ความรู้พื้นฐานของยา Prolia (Denosumab)
ยาตัวนี้คือยารักษากระดูกพรุนชนิดฉีดใต้ผิวหนัง
-
ชื่อยา: เดโนซูแมบ (Denosumab) หรือชื่อทางการค้าว่า Prolia
-
การออกฤทธิ์: ยับยั้งโปรตีนที่กระตุ้นการสลายกระดูก
-
ภาวะที่กังวล: ภาวะกระดูกขากรรไกรตาย (Osteonecrosis of the Jaw - ONJ) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก (ประมาณ 1 ใน 1,000 ถึง 1 ใน 10,000 ของคนไข้โรคกระดูกพรุน)
5 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนทำฟัน
-
ประเภทของงานทันตกรรม: งานทั่วไป (ขูดหินปูน/อุดฟัน) vs งานผ่าตัด (ถอนฟัน/รากเทียม)
-
ความสะอาดในช่องปาก: หากช่องปากสะอาด ความเสี่ยงในการติดเชื้อก็น้อยลง
-
ระยะเวลาที่ฉีดยา: คุณเพิ่งฉีดไปเมื่อ 11 มี.ค. 69 ซึ่งยาเพิ่งเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่
-
โรคประจำตัวอื่น ๆ: เช่น เบาหวาน หรือการใช้ยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย จะเพิ่มความเสี่ยง
-
สุขภาพเหงือก: หากมีเหงือกอักเสบรุนแรง ควรได้รับการรักษาก่อนทำหัตถการใหญ่
การตรวจวินิจฉัยและเตรียมตัวก่อนทำฟัน
หากคุณฉีด Prolia มาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. และจะไปอุดฟันหรือขูดหินปูน:
-
การแจ้งข้อมูล: ต้องบอกทันตแพทย์ชัดเจนว่า "เพิ่งฉีดยา Prolia มาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 69"
-
การตรวจร่างกาย: ทันตแพทย์จะตรวจดูว่ามีภาวะเหงือกอักเสบหรือการติดเชื้อในช่องปากหรือไม่
-
เอกซเรย์ฟัน: เพื่อดูสภาพรากฟันและกระดูกขากรรไกรโดยรวม
แนวทางการรักษาและคำแนะนำ (ตอบคำถามโดยตรง)
สำหรับกรณีของคุณที่ต้องการ "อุดฟันและขูดหินปูน" หมอขอแยกคำแนะนำดังนี้ครับ:
-
การขูดหินปูนและการอุดฟัน: "สามารถทำได้เลยครับ" งานกลุ่มนี้เป็นหัตถการที่ไม่กระทบกระเทือนถึงกระดูกขากรรไกร ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดยาหรือเลื่อนนัดทำฟัน
-
การรักษารากฟัน: สามารถทำได้ตามปกติเช่นกัน
-
การถอนฟัน ผ่าฟันคุด หรือปักรากเทียม: หากเป็นงานกลุ่มนี้ หมอแนะนำให้ "ปรึกษาแพทย์กระดูก" ที่ดูแลคุณก่อน โดยทั่วไปมักจะแนะนำให้ทำก่อนฉีดยา หรือรอให้ยาหมดฤทธิ์ใกล้เข็มถัดไป (Drug Holiday) แต่สำหรับอุดฟัน/ขูดหินปูน ไม่ต้องกังวลครับ
-
การใช้ยาฆ่าเชื้อ: ในบางรายที่มีความเสี่ยงสูง ทันตแพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะทานก่อนและหลังทำฟัน
-
การติดตามผล: หลังทำฟันเสร็จ ให้สังเกตว่าแผลหายปกติไหม มีกระดูกโผล่หรือปวดรุนแรงหรือไม่ (ซึ่งพบได้ยากมากในการอุดฟัน)
พยากรณ์โรค (ทำฟันแล้วจะเป็นอย่างไร)
หลังจากการอุดฟันและขูดหินปูน คุณจะสามารถใช้งานฟันได้ตามปกติ อาการเสียวฟันหรือปวดฟันจะหายไป และไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของยา Prolia ที่คุณเพิ่งฉีดไปครับ ยายังคงทำหน้าที่บำรุงกระดูกของคุณได้ตามปกติ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น (หากมองข้ามสุขภาพช่องปาก)
หากคุณกังวลจนไม่กล้าไปขูดหินปูนหรืออุดฟัน อาจส่งผลเสียมากกว่า:
-
ฟันผุรุกลามจนต้อง "ถอนฟัน" (ซึ่งการถอนฟันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าการอุดฟันมาก)
-
เหงือกอักเสบเรื้อรัง จนติดเชื้อลามไปที่กระดูกขากรรไกร
-
ปวดฟันจนทานอาหารไม่ได้ ส่งผลให้ขาดสารอาหารและกระดูกยิ่งบางลง
5 วิธีดูแลตัวเองหลังทำฟัน (สำหรับคนฉีด Prolia)
-
รักษาความสะอาด: แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ
-
สังเกตแผล: หากมีเลือดออกผิดปกติหรือเหงือกบวมแดงนานเกินไป ให้กลับไปหาหมอฟัน
-
แจ้งหมอทุกครั้ง: ไม่ว่าจะเปลี่ยนหมอฟันกี่ท่าน ต้องแจ้งเรื่องยา Prolia เสมอ
-
ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน: ให้ตรงกับรอบการฉีดยาจะดีที่สุด (ทำฟันก่อนฉีดยา 1-2 สัปดาห์)
-
ดื่มน้ำสะอาด: ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
Q&A Section
Q: เพิ่งฉีด Prolia เมื่อ 11 มี.ค. 69 จะอุดฟันวันที่ 18 มี.ค. นี้ได้เลยไหม? A: ได้แน่นอนครับ การอุดฟันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกระดูก ทำได้เลยครับ
Q: ทำไมบางคนบอกว่าฉีดยากระดูกพรุนแล้วห้ามทำฟัน? A: เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนครับ ความจริงคือทำได้ แต่ต้องระวัง "การถอนฟัน" หรือ "งานศัลยกรรมขากรรไกร" เท่านั้น ส่วนงานพื้นฐานทำได้ปกติครับ
Q: ถ้าต้องถอนฟันด่วนจริง ๆ หลังจากฉีด Prolia ไปแล้วทำอย่างไร? A: ทันตแพทย์จะใช้เทคนิคพิเศษที่ลดการบาดเจ็บของกระดูก และอาจให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ซึ่งสามารถทำได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญครับ
สรุป
-
การอุดฟันและขูดหินปูน "ปลอดภัย" สำหรับคนไข้ที่ฉีด Prolia
-
ไม่จำเป็นต้องเลื่อนนัดทำฟัน และไม่จำเป็นต้องหยุดยา
-
ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่าใช้ยา Prolia อยู่
-
การดูแลฟันให้ดี (อุดฟันตั้งแต่ยังผุไม่มาก) ช่วยป้องกันไม่ให้ต้อง "ถอนฟัน" ในอนาคต ซึ่งปลอดภัยกว่ามาก
-
หากต้อง "ถอนฟัน" ควรปรึกษาทั้งแพทย์กระดูกและทันตแพทย์ร่วมกัน
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#Prolia #กระดูกพรุน #ทำฟัน #อุดฟัน #ขูดหินปูน #เดโนซูแมบ #กระดูกขากรรไกรตาย #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ชามือ #ปวดหลัง #ปวดเข่า #Osteoporosis #Denosumab #DentalCare #ONJ #HealthyBones
เอกสารอ้างอิง
[1] Patel N, Seoudi N. Management of Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw: An Overview of National and International Guidelines. The British journal of oral & maxillofacial surgery. 2024. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39448352/
[2] Masri D, et al. The therapeutic window: timing dentoalveolar surgery to minimize MRONJ risk in denosumab-treated osteoporotic patients. JBMR plus. 2026. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41943819/
[3] Beth-Tasdogan NH, et al. Interventions for managing medication-related osteonecrosis of the jaw. The Cochrane database of systematic reviews. 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35866376/
