เก๊าท์ vs รูมาตอยด์ ต่างกันอย่างไร? ปวดข้อเหมือนกันแต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน
หลายคนมีอาการข้อบวม แดง ปวดตอนเช้า จนสงสัยว่าเป็นเก๊าท์หรือรูมาตอยด์ เพราะทั้งสองโรคนี้ต่างก็ทำให้ข้ออักเสบได้เหมือนกัน แต่ในความจริงแล้ว “ต้นเหตุ” และ “การรักษา” ต่างกันโดยสิ้นเชิง การแยกให้ถูกตั้งแต่แรกสำคัญมาก เพราะการรักษาผิดทางอาจทำให้ข้อเสียหายถาวรได้ครับ
เก๊าท์: เมื่อกรดยูริกสูงจนตกผลึกในข้อ
โรคเก๊าท์ (Gout) เกิดจากการที่ระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน จนตกผลึกเป็นผลึกเล็ก ๆ ในข้อ โดยเฉพาะข้อที่อยู่ปลาย ๆ ของร่างกาย เช่น ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า ผลึกเหล่านี้จะกระตุ้นให้ร่างกายอักเสบอย่างเฉียบพลัน ทำให้ปวด บวม แดง ร้อนมากจนแตะไม่ได้
ลักษณะสำคัญของโรคเก๊าท์
-
ปวดข้อแบบเฉียบพลัน มักปวดมากจนเดินไม่ได้
-
อาการมักเกิดตอนกลางคืนหรือเช้ามืด
-
ปวดบวมชัดเจนที่ข้อเดียว เช่น โคนนิ้วหัวแม่เท้า (พบมากที่สุด)
-
อาการจะดีขึ้นภายใน 5–7 วัน แม้ไม่กินยาก็ทุเลาได้ แต่จะกลับมาเป็นซ้ำ
-
เมื่อเป็นนาน ๆ ผลึกยูริกจะสะสมใต้ผิวหนัง เป็นก้อนนูน ๆ ที่เรียกว่า “โทฟัส” (Tophi) และอาจทำลายข้อได้
สาเหตุหลักของเก๊าท์
-
พันธุกรรม (ไตขับกรดยูริกได้น้อย)
-
กินอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล ซุปเข้มข้น น้ำซุปกระดูก
-
ดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ น้ำอัดลม
-
โรคประจำตัว เช่น ไตเสื่อม ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
-
ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะบางชนิด
รูมาตอยด์: โรคภูมิคุ้มกันทำลายข้อตัวเอง
รูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) เป็นโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ร่างกาย “สร้างภูมิคุ้มกันมาทำร้ายเยื่อบุข้อของตัวเอง” ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในหลายข้อพร้อมกัน โดยเฉพาะข้อเล็ก ๆ ของมือและเท้า
ลักษณะสำคัญของรูมาตอยด์
-
เริ่มจากข้อนิ้วมือ ข้อมือ หรือข้อนิ้วเท้าอักเสบพร้อมกันหลายข้อ
-
มักอักเสบ “สองข้างเท่ากัน” เช่น ทั้งข้อมือซ้ายและขวา
-
ปวด ข้อบวม แข็งตึงตอนเช้าเกิน 30 นาที
-
อาการค่อย ๆ เป็น ไม่หายเอง ต้องใช้ยา
-
ถ้าไม่รักษา ข้อจะค่อย ๆ เสียรูป เช่น นิ้วเอียง ข้อมือโก่ง
-
บางรายมีอาการนอกข้อ เช่น เหนื่อยง่าย โลหิตจาง ตาแห้ง ปอดอักเสบ หรือก้อนรูมาตอยด์ใต้ผิวหนัง
สาเหตุของรูมาตอยด์
ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ระบบภูมิคุ้มกัน และสิ่งแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่ ความเครียด การติดเชื้อบางชนิด
วิธีแยกเบื้องต้นจากอาการที่พบได้บ่อย
-
เก๊าท์มักเป็นเฉียบพลัน ปวดมากในข้อเดียว โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้า ส่วนรูมาตอยด์มักเริ่มค่อย ๆ หลายข้อพร้อมกัน
-
เก๊าท์บวมแดงร้อนชัดเจน แต่รูมาตอยด์บวมเรื้อรัง ข้อแข็งโดยไม่แดงจัด
-
เก๊าท์มักเป็น ๆ หาย ๆ แต่รูมาตอยด์ถ้าไม่รักษาจะเรื้อรังและทำลายข้อถาวร
การตรวจยืนยันโรค
เก๊าท์:
-
ตรวจเลือดวัดระดับกรดยูริก
-
เจาะน้ำในข้อดูผลึกยูริก (วิธีที่แม่นยำที่สุด)
-
เอกซเรย์ข้อดูผลึกยูริกสะสมหรือติดกระดูก
รูมาตอยด์:
-
ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น Rheumatoid factor (RF) และ Anti-CCP
-
เอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์ดูเยื่อบุข้อบวมและกระดูกเริ่มสึก
แนวทางการรักษา
โรคเก๊าท์:
-
ช่วงข้ออักเสบเฉียบพลัน: ใช้ยาแก้อักเสบ ยาสเตียรอยด์ หรือยากลุ่มคอลชิซีน
-
หลังจากอาการปวดหายแล้ว: เริ่มยาลดกรดยูริก (เช่น allopurinol, febuxostat) เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
-
ปรับพฤติกรรม: ดื่มน้ำมาก งดแอลกอฮอล์ ลดอาหารพิวรีนสูง ควบคุมน้ำหนัก
โรครูมาตอยด์:
-
ต้องรักษาด้วยยาควบคุมภูมิคุ้มกัน (DMARDs) เช่น Methotrexate, Hydroxychloroquine, Sulfasalazine
-
อาจใช้ยาชีวภาพ (Biologics) ในรายที่รุนแรง
-
ต้องติดตามแพทย์ต่อเนื่อง เพราะหากหยุดยาเอง ข้ออาจถูกทำลายจนพิการได้
-
ทำกายภาพบำบัดเพื่อคงการเคลื่อนไหวของข้อ
สรุปให้เข้าใจง่าย
-
เก๊าท์ เกิดจากกรดยูริกสูง ตกผลึกในข้อ เป็นเฉียบพลัน ปวดบวมแดงร้อน มักเป็นข้อเดียว
-
รูมาตอยด์ เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ข้ออักเสบเรื้อรังหลายข้อพร้อมกัน โดยเฉพาะข้อเล็ก ๆ มือ เท้า
-
ทั้งสองโรคต่างกันโดยสิ้นเชิง การตรวจเลือดและเอกซเรย์ช่วยแยกได้แน่ชัด
หากมีอาการข้อบวมเรื้อรัง ปวดตอนเช้า หรือปวดบวมซ้ำ ๆ ควรพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ เพื่อวินิจฉัยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะโรครูมาตอยด์ยิ่งรักษาเร็วเท่าไร ข้อจะถูกทำลายน้อยลงมากเท่านั้นครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เก๊าท์ #รูมาตอยด์ #ปวดข้อ #ข้ออักเสบ #หมอเก่ง #สุขภาพข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดข้อตอนเช้าเหมือนกัน เป็นเก๊าท์หรือรูมาตอยด์คะ?
A: อาการปวดข้อตอนเช้าอาจเป็นได้ทั้งสองโรค แต่รูมาตอยด์มักมีอาการข้อแข็งตึงนานกว่า 30 นาที ส่วนเก๊าท์มักปวดเฉียบพลันที่ข้อเดียว
Q: ถ้าปวดนิ้วหัวแม่เท้ามากๆ เป็นเก๊าท์ใช่ไหมคะ?
A: การปวดที่นิ้วหัวแม่เท้าเป็นลักษณะที่พบบ่อยของโรคเก๊าท์ แต่การวินิจฉัยที่แน่นอนควรปรึกษาแพทย์
Q: รูมาตอยด์รักษาหายขาดไหมคะ?
A: รูมาตอยด์เป็นโรคเรื้อรังที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาจะช่วยควบคุมอาการและชะลอการทำลายข้อ
Q: ต้องกินยาลดกรดยูริกตลอดชีวิตไหมคะ ถ้าเป็นเก๊าท์?
A: ในหลายกรณี ผู้ป่วยเก๊าท์อาจต้องรับประทานยาลดกรดยูริกอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมระดับกรดยูริกในเลือด
Q: เก๊าท์กับรูมาตอยด์ รักษาเหมือนกันไหม?
A: การรักษาโรคเก๊าท์และรูมาตอยด์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเก๊าท์เน้นการลดกรดยูริก ส่วนรูมาตอยด์เน้นการควบคุมการอักเสบของระบบภูมิคุ้มกัน

