ปวดข้อมือด้านนอกทุกครั้งที่อุ้มลูก แค่ล้า... หรือร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่าง?
สัญญาณที่แม่มือใหม่หลายคนปล่อยผ่าน และทำให้อาการลากยาวเป็นปี
ถ้าคุณเป็นแม่มือใหม่ที่รู้สึกปวดแปลบที่ข้อมือด้านนอก (ด้านนิ้วโป้ง) ทุกครั้งที่อุ้มลูก อาบน้ำให้ลูก หรือแม้แต่หยิบแก้วน้ำ และคิดว่า "คงแค่ล้า นอนพักแล้วหายเอง" — บทความนี้เขียนถึงคุณโดยตรง
คำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ปวดแบบนี้ต้องไปหาหมอเลยไหม หรือรอก่อนได้?" คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเป็นอะไร และรู้ทันกี่สัปดาห์
เรื่องของแม่คนหนึ่งที่อดทนมานาน 4 เดือน
คนไข้ผู้หญิงอายุ 31 ปี ลูกคนแรกอายุ 2 เดือน ก่อนตั้งครรภ์เธอทำงานออฟฟิศ ชีวิตปกติ มือแข็งแรงดี
ทุกวัน เธออุ้มลูก ให้นม อาบน้ำ พลิกตัวลูก ใส่เสื้อผ้า — ทำซ้ำกันหลายสิบครั้งตั้งแต่ตีสี่ถึงเที่ยงคืน
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอสังเกตว่าข้อมือด้านซ้ายเจ็บแปลบตรงด้านนิ้วโป้ง ทุกครั้งที่ยกแขนอุ้มลูก เธอบีบนิ้วโป้งกดลงไปก็เจ็บ แค่หมุนข้อมือก็รู้สึก
เธอเดาว่าคงเป็นเพราะอ่อนเพลีย เลยอดทนต่อไปอีก 4 เดือน
จนถึงวันที่เธอทำแก้วน้ำร่วง เพราะมือไม่มีแรงพอจะจับ
อาการแบบนี้เกิดจากอะไร?
ที่ข้อมือของเราด้านนิ้วโป้ง มีเส้นเอ็น 2 เส้นที่ทำหน้าที่ควบคุมการกางและยกนิ้วโป้งขึ้น เส้นเอ็นทั้งสองเส้นนี้ต้องวิ่งผ่าน "ช่องแคบ" ที่มีผ้าพังผืดหุ้มรัดไว้ เหมือนสายไฟที่ต้องลอดผ่านท่อพลาสติก
ในคนปกติ ท่อพลาสติกนี้มีขนาดพอดี เส้นเอ็นเลื่อนผ่านได้คล่อง
แต่เมื่ออุ้มลูกซ้ำๆ หลายสิบครั้งต่อวัน — โดยเฉพาะท่าที่กางนิ้วโป้งออกหรือยกนิ้วโป้งขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนักลูก — ผ้าพังผืดที่หุ้มอยู่จะค่อยๆ หนาตัวขึ้นทีละนิดทุกวัน จนสุดท้ายท่อแคบลง เส้นเอ็นเลื่อนผ่านยาก
นั่นคือที่มาของความเจ็บ
สิ่งที่ทำให้หลายคนแปลกใจคือนี่ไม่ใช่ "การอักเสบ" แบบที่คิด แต่เป็นการเสื่อมสภาพของผ้าพังผืดที่ค่อยๆ แข็งและหนาตัวขึ้นจากการใช้งานซ้ำซาก นี่คือเหตุผลที่ยาแก้อักเสบทั่วไปอาจบรรเทาอาการได้บ้าง แต่ไม่ทำให้หายขาด
ในแม่หลังคลอด ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์และให้นมยังทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เส้นเอ็นเปราะบางและไวต่อการเสื่อมสภาพมากขึ้นด้วย
โรคนี้คืออะไร?
โรคที่อธิบายมาทั้งหมดนี้มีชื่อว่า "โรค De Quervain" (เดอ เคอร์เวน) หรืออาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้ง พบบ่อยมากในแม่หลังคลอด โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 6 เท่า
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ • ปวดแปลบหรือเจ็บตื้อบริเวณข้อมือด้านนอก ตรงส่วนที่กระดูกข้อมือนูนออกมา (ด้านนิ้วโป้ง) • เจ็บมากขึ้นเมื่ออุ้มลูก หยิบของ บิดข้อมือ หรือกางนิ้วโป้ง • อาจมีอาการบวมและกดเจ็บตรงบริเวณนั้น • รู้สึกอ่อนแรงเมื่อจับหรือบีบสิ่งของ
ใครเสี่ยงบ้าง?
• แม่มือใหม่ โดยเฉพาะช่วง 12 เดือนแรกหลังคลอด • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์นานกว่า 40 สัปดาห์ • คนที่มีลูกคนแรก (ร่างกายยังไม่ชินกับการอุ้ม) • คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน • คนทำงานที่ใช้นิ้วโป้งซ้ำๆ เช่น แคชเชียร์ นักดนตรี นักกอล์ฟ หรือคนทำงานสายการประกอบชิ้นส่วน
หมอวินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ยาก — หมอส่วนใหญ่ทำได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก
หมอจะถามเรื่องอาการ ระยะเวลา และกิจกรรมที่กระตุ้นความเจ็บปวด จากนั้นจะกดตรวจบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้งว่าเจ็บตรงไหนชัดที่สุด
การทดสอบหลักที่ใช้เรียกว่า "Finkelstein test" — หมอจะให้คุณวางนิ้วโป้งลงในอุ้งมือแล้วกำมือหลวมๆ จากนั้นหมอจะค่อยๆ เอียงข้อมือลง ถ้ารู้สึกเจ็บแปลบตรงด้านนิ้วโป้ง ก็ชี้ไปทางโรคนี้
ในรายที่ไม่ชัดเจน หมออาจใช้อัลตราซาวด์ (คลื่นเสียง) ดูความหนาของผ้าหุ้มเส้นเอ็น หรือเอกซเรย์เพื่อแยกแยะกระดูกแตก
รักษาได้อย่างไร?
โดยทั่วไปเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน แล้วค่อยปรับตามการตอบสนอง
เริ่มต้นด้วยการพักและดามมือ ใส่สลิงพิเศษที่ดามนิ้วโป้งและข้อมือในท่าที่เหมาะสม เพื่อลดการเสียดสีของเส้นเอ็น ร่วมกับยาลดการอักเสบชนิดรับประทาน เช่น ibuprofen หรือ naproxen และประคบเย็นบริเวณที่เจ็บ วิธีนี้อาจช่วยให้ดีขึ้นในบางคน แต่โดยรวมแล้วหายขาดได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเมื่อใช้วิธีนี้อย่างเดียว
ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง 4-6 สัปดาห์ ขั้นตอนถัดไปคือการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในปลอกหุ้มเส้นเอ็น ยาจะลดการหนาตัวของปลอกเส้นเอ็นและทำให้เส้นเอ็นเลื่อนผ่านได้คล่องขึ้น วิธีนี้ได้ผลในผู้ป่วยประมาณ 80-90% และในหลายกรณีฉีดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ
ในบางรายอาการเป็นเรื้อรัง ฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีช่องเอ็นแคบมาก อาจต้องพิจารณาการเปิดปลอกเอ็น
Ultrasound-guided percutaneous release คือการเปิดปลอกเอ็นด้วยเข็มหรืออุปกรณ์ขนาดเล็ก โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทางตลอดเวลา
ข้อดีคือแพทย์สามารถมองเห็นตำแหน่งของเส้นเอ็น ปลอกเอ็น เส้นประสาท และเส้นเลือดแบบ real-time ทำให้ทำหัตถการได้แม่นยำขึ้น แผลเล็ก ไม่ใช่การผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ และมักฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดเปิดแบบเดิม
ขั้นตอนการรักษาโดยสรุป
-
แพทย์จะตรวจตำแหน่งที่ปวดบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้งก่อน
-
ใช้อัลตราซาวนด์ดูโครงสร้างใต้ผิวหนัง เพื่อดูเส้นเอ็น ปลอกเอ็น ช่องเอ็นที่ตีบ และตำแหน่งเส้นประสาทใกล้เคียง
-
ทำความสะอาดผิวหนังแบบปลอดเชื้อ
-
ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะทำหัตถการ
-
ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง โดยมองผ่านอัลตราซาวนด์ตลอดเวลา
-
ค่อย ๆ เปิดปลอกเอ็นที่รัดอยู่ เพื่อให้เอ็นนิ้วโป้งเคลื่อนไหวได้ลื่นขึ้น ไม่ถูกบีบรัดเหมือนเดิม
-
หลังทำจะปิดแผลเล็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลในหลายกรณี ขึ้นกับเทคนิคและดุลยพินิจของแพทย์
เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง? ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเปิดช่องปลอกเส้นเอ็นเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีมาก ขั้นตอนนี้ทำให้อาการหายขาดในผู้ป่วยส่วนใหญ่ และโดยทั่วไปแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว
อาการนี้หายได้ไหม?
ในแม่หลังคลอด ข่าวดีคืออาการมักดีขึ้นเมื่อฮอร์โมนกลับสู่ระดับปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 6-12 เดือนหลังคลอด แต่ในหลายรายที่ต้องดูแลลูกต่อเนื่องและไม่ได้รักษา อาการอาจยืดเยื้อนานกว่านั้น
ด้วยการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อุ้มลูกได้โดยไม่เจ็บ และทำกิจกรรมประจำวันได้โดยไม่ต้องกลัวว่ามือจะหมดแรง
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อปลอกเส้นเอ็นหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ได้รับการดูแล • อาการเจ็บปวดจะรุนแรงขึ้นและเกิดบ่อยขึ้น แม้ทำกิจกรรมเบา • กำลังมือลดลง จับของหรืออุ้มลูกได้ลำบาก • อาจมีอาการบวมเรื้อรังและเจ็บปวดแม้ขณะพัก • ยิ่งปล่อยนาน ยิ่งตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้น้อยลง
ดูแลตัวเองและป้องกันอย่างไร?
• ปรับท่าอุ้มลูก: ใช้แขนทั้งท่อน (ไม่ใช่แค่ฝ่ามือ) รับน้ำหนักลูก ลดภาระที่ข้อมือ • สลับมือ: อย่าใช้มือข้างเดิมอุ้มลูกทุกครั้ง สลับซ้าย-ขวาบ้าง • ประคบเย็น: ถ้ารู้สึกเมื่อยข้อมือหลังอุ้มลูก ประคบเย็น 15-20 นาทีช่วยลดการสะสมความเมื่อย • หยุดพักสั้นๆ บ้าง: ขณะให้นม ลองวางแขนบนหมอนรองเพื่อลดภาระที่ข้อมือ • อย่าอดทนจนอาการรุนแรง: ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
ถาม: ฉีดยาแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม?
ตอบ: ในหลายกรณีอาการหายขาดหลังฉีดยา 1-2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม หากยังต้องอุ้มลูกหรือทำงานที่ใช้นิ้วโป้งซ้ำๆ โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีอยู่บ้าง การปรับท่าทางและลดการกระตุ้นช่วยลดความเสี่ยงได้
ถาม: ให้นมลูกอยู่ รักษาได้ไหม?
ตอบ: ได้ครับ มีวิธีรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ที่ให้นม ตั้งแต่การดามมือไปจนถึงการฉีดยาเฉพาะที่ ซึ่งมีปริมาณยาเข้าสู่กระแสเลือดน้อยมาก แต่ควรแจ้งแพทย์ว่ากำลังให้นมอยู่เสมอ เพื่อให้วางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ
ถาม: ผ่าตัดแล้วกลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกิจวัตรเบาๆ ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและการดูแลหลังผ่าตัด แพทย์จะแนะนำแผนฟื้นฟูที่เหมาะสม
ถาม: ข้อมือปวด แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น De Quervain จริงไหม ทำไงดี?
ตอบ: อาการปวดข้อมือด้านนิ้วโป้งมีหลายสาเหตุ บางอย่างรักษาต่างกัน การพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจนก่อนจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและหายเร็วขึ้น การรอและอดทนเองมักทำให้อาการเรื้อรังโดยไม่จำเป็น
แล้วคุณล่ะครับ เคยปวดข้อมือแบบนี้หลังคลอดบ้างไหม หรือรู้จักแม่มือใหม่ที่มีอาการคล้ายกัน คอมเมนต์บอกได้เลย — อยากให้ทุกคนที่ปวดอยู่รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว และมีทางดูแลที่ได้ผลครับ
สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้
• ปวดข้อมือด้านนอกขณะอุ้มลูกไม่ใช่แค่ความล้า อาจเป็นสัญญาณของโรคที่รักษาได้ • โรค De Quervain เกิดจากปลอกเส้นเอ็นหนาตัวจากการใช้งานซ้ำๆ ไม่ใช่การอักเสบทั่วไป • การฉีดยาเข้าปลอกเส้นเอ็นได้ผลสูงถึง 80-90% — ในหลายกรณีไม่ต้องผ่าตัด • ยิ่งรู้เร็ว รักษาง่าย อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรังจนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ • ปรับท่าอุ้มลูกและสลับมือช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอาการกลับมา
ความเจ็บปวดในมือของคุณสำคัญมาก เพราะมือเดียวกันนั้นคืออ้อมแขนที่ลูกรู้จักและรู้สึกอุ่นใจที่สุด ดูแลตัวเองด้วยนะครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรค De Quervain และอาการปวดข้อมือในแม่หลังคลอด ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
-
Huisstede, et al. Consensus on a multidisciplinary treatment guideline for de Quervain disease: results from the European HANDGUIDE study. (2014). Phys Ther. PMID: 24700135. DOI: 10.2522/ptj.20130069
-
Geraets, Geijer, Goudswaard. [Dutch College of General Practitioners' practice guideline on symptoms of the hand and wrist: a summary]. (2010). Ned Tijdschr Geneeskd. PMID: 20482923
-
Fakoya, et al. De Quervain's Disease: A Discourse on Etiology, Diagnosis, and Treatment. (2023). Cureus. PMID: 37252462. DOI: 10.7759/cureus.38079
#DeQuervain #ปวดข้อมือ #แม่มือใหม่ #ปวดข้อมือหลังคลอด #เส้นเอ็นอักเสบ #ปวดนิ้วโป้ง #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #ออร์โธปิดิกส์ #สุขภาพแม่และเด็ก #ดูแลสุขภาพ #ปวดมือ

