รักษาข้อเท้าพลิกแล้ว แต่ยังเจ็บข้างนอกข้อเท้าอยู่ บางทีมีเสียง "ป๊อป" เวลาขยับ หรือรู้สึกเหมือนเส้นเอ็นเกี่ยวค้างอยู่ อดทนมาหลายเดือน แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหาย

ผู้ชายวัย 38 ปีคนหนึ่ง วิ่งและเตะบอลมาตลอด ข้อเท้าพลิก รักษาแล้ว ดูเหมือนหาย — แต่ไม่หายจริง เจ็บซ้ำทุกครั้งที่ออกกำลัง ทานยาแก้ปวดก็แค่บรรเทาชั่วคราว จนตัดสินใจมาตรวจ พบว่าปัญหาไม่ใช่เอ็นข้อเท้า แต่เป็นเส้นเอ็นอีกเส้นที่อยู่ด้านหลังตาตุ่มนอก

บทความนี้จะอธิบายว่าเส้นเอ็นนี้คืออะไร เกิดอะไรขึ้น และรักษาอย่างไร


สัญญาณที่บอกว่าเจ็บข้อเท้าซ้ำของคุณ อาจมาจากเส้นเอ็นที่หลายคนยังไม่รู้จัก


ทำไมเจ็บข้างข้อเท้าซ้ำๆ แม้รักษาข้อเท้าพลิกแล้วก็ยังไม่หาย


คุณรู้ได้อย่างไรว่าเจ็บข้างข้อเท้าซ้ำๆ แบบนี้ ไม่ใช่แค่ข้อเท้าพลิก — แต่เส้นเอ็นด้านข้างข้อเท้ากำลังได้รับบาดเจ็บสะสม?

ถ้าคุณเคยรักษาข้อเท้าพลิก แต่ยังเจ็บข้างนอกข้อเท้าซ้ำอยู่ บางทีมีเสียงดัง หรือรู้สึกเส้นเอ็นกระโดดข้ามตาตุ่ม — เรื่องนี้เขียนถึงคุณโดยตรง

หลายคนที่มาพบผมเริ่มต้นจากการ "อดทน" มานาน 6 เดือน บางรายนานกว่า 1 ปี โดยคิดว่าอาการจะค่อยๆ หายไปเอง จนถึงวันที่เดินไม่ไหว หรือออกกำลังกายไม่ได้เลย

ผู้ชายวัย 38 ปีคนหนึ่งที่รักการวิ่งและเตะบอลกับเพื่อนในวันหยุดมาตลอดชีวิต

ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เขาวิ่งรอบสวนสาธารณะ ชีวิตกระฉับกระเฉงดี

จนกระทั่งวันหนึ่งขณะเตะบอล ข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรง เขารักษาตัวเองที่บ้านด้วยการพักและทานยาแก้ปวด อาการบวมยุบ เขาคิดว่าหาย

หลังจากกลับไปวิ่งใหม่ เขาสังเกตว่าข้างนอกข้อเท้าเจ็บอยู่ตลอด บางครั้งมีเสียง "ป๊อป" หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรเกี่ยวข้ามตาตุ่มออกมาด้านหน้าเวลาขยับข้อเท้า เขาทนไปเรื่อยๆ โดยคิดว่าคงหายเองเหมือนครั้งที่แล้ว

ผ่านไป 1 ปี ออกกำลังกายแทบไม่ได้ เดินบนพื้นต่างระดับก็เจ็บ ข้อเท้ารู้สึกไม่มั่นคง เขาเริ่มห่วงว่าตัวเองอาจต้องหยุดวิ่งถาวร

จนในที่สุดเขาตัดสินใจมาพบผม การตรวจพบว่าเส้นเอ็นด้านนอกข้อเท้าที่เรียกว่า "เส้นเอ็นเพอโรเนียล" มีการฉีกขาดตามยาวและเริ่มเลื่อนหลุดออกจากร่องที่ควรอยู่ — ไม่ใช่แค่เอ็นข้อเท้าพลิกธรรมดา

ด้านนอกของข้อเท้า ด้านหลังกระดูกโปนที่เรียกว่า "ตาตุ่มนอก" มีร่องเล็กๆ เหมือนรางรถไฟอยู่

ในร่องนี้มีเส้นเอ็น 2 เส้นวิ่งลงมาเหมือนสายพาน ทำหน้าที่ควบคุมการหมุนข้อเท้าออกด้านนอกและพยุงอุ้งเท้า ทุกก้าวที่เราเดิน วิ่ง หรือเลี้ยวทิศ เส้นเอ็นทั้งสองทำงานตลอดเวลา

มีแถบเอ็นแข็งแรงที่ทำหน้าที่เหมือน "สายรัด" ยึดเส้นเอ็นทั้งสองไว้ในร่อง ไม่ให้เลื่อนออก

เมื่อข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรงหรือกระแทกฉับพลัน สายรัดนี้อาจฉีกหรือหลุดออก เมื่อนั้นเส้นเอ็นจะเลื่อนข้ามตาตุ่มออกมาด้านหน้าทุกครั้งที่ขยับข้อเท้า นี่คืออาการที่รู้สึกเหมือน "เส้นเอ็นกระโดด" หรือ "เกี่ยว" และได้ยินเสียง "ป๊อป"

นอกจากนี้ เส้นเอ็นเส้นที่อยู่ชิดตาตุ่มมากกว่า ยังมีโอกาสสูงที่จะฉีกตามยาว เหมือนผลกล้วยที่ถูกบีบแล้วแตกเป็นเสี้ยว รอยฉีกเล็กๆ จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

คนที่มีรูปเท้าแบบ "ส้นเท้าเอียงเข้า" (คาวัสฟุต) มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เพราะเส้นเอ็นด้านนอกต้องรับแรงมากผิดปกติตลอดเวลา

เส้นเอ็นด้านนอกข้อเท้าสองเส้นนี้มีชื่อเรียกว่า "เส้นเอ็นเพอโรเนียล" ปัญหาที่พบบ่อยมี 2 รูปแบบหลัก

รูปแบบแรก — เส้นเอ็นเลื่อนหลุด เกิดจากสายรัดยึดเส้นเอ็นฉีกหรือหลุดออก ทำให้เส้นเอ็นเลื่อนข้ามตาตุ่มออกด้านหน้าเวลาขยับข้อเท้า บางรายเลื่อนแล้วกลับได้เอง บางรายค้างอยู่ข้างนอก สาเหตุมักมาจากข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรง การเล่นกีฬาที่บิดข้อเท้าฉับพลัน เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล สกี

รูปแบบที่สอง — เส้นเอ็นฉีกตามยาว เกิดที่เส้นเอ็นเส้นที่อยู่ชิดตาตุ่มมากกว่าเป็นหลัก เพราะรับแรงกดมากกว่า รอยฉีกจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บางรายไม่มีอาการชัดเจนจนรอยฉีกลุกลามมาก

อาการที่ควรสังเกต:

• เจ็บข้างนอกข้อเท้า บริเวณด้านหลังและใต้ตาตุ่มนอก

• บวมหรือนุ่มกดเจ็บตามแนวเส้นเอ็นด้านหลังตาตุ่ม

• ได้ยินเสียง "ป๊อป" หรือรู้สึกเส้นเอ็นกระโดดเวลาขยับข้อเท้าขึ้นลง

• รู้สึกข้อเท้าไม่มั่นคง ก้าวไม่แน่ใจบนพื้นไม่เรียบ

• อาการแย่ลงเมื่อวิ่งหรือออกกำลังกาย

ใครมีความเสี่ยงบ้าง?

• ผู้ที่เคยข้อเท้าพลิกซ้ำๆ โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

• นักกีฬา โดยเฉพาะนักบาสเกตบอล นักฟุตบอล นักสกี นักวิ่ง

• ผู้ที่มีรูปเท้าแบบส้นเท้าเอียงเข้า ซึ่งทำให้เส้นเอ็นด้านนอกรับแรงมากผิดปกติ

• ผู้ที่ข้อเท้าหลวมจากเอ็นข้อเท้าหย่อน

• ผู้ที่มีร่องหลังตาตุ่มตื้นหรือแบนกว่าปกติ ทำให้เส้นเอ็นเลื่อนออกได้ง่าย

หมอวินิจฉัยได้อย่างไร?

เริ่มจากซักประวัติว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มีเสียงดังหรือรู้สึกเส้นเอ็นเลื่อนไหม จากนั้นตรวจร่างกาย กดตามแนวเส้นเอ็น ทดสอบความมั่นคงของข้อเท้า และดูรูปร่างของส้นเท้า

เครื่องมือช่วยวินิจฉัยที่สำคัญ:

• อัลตราซาวด์แบบไดนามิก — ตรวจขณะขยับข้อเท้าไปพร้อมกัน เห็นเส้นเอ็นเลื่อนได้ชัดเจนแบบเรียลไทม์ บอกได้ทั้งว่ามีการเลื่อนหลุดและมีรอยฉีกหรือไม่

• เอ็มอาร์ไอ (MRI — Magnetic Resonance Imaging) — ให้ภาพรายละเอียดสูง เห็นรูปร่างของเส้นเอ็น ตำแหน่งและขนาดของรอยฉีก รวมถึงสภาพของสายรัดยึดเส้นเอ็น

ทั้งสองวิธีช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

รักษาอย่างไร — จากเบาไปหนัก

สำหรับอาการไม่รุนแรงหรือเพิ่งเกิดใหม่

แพทย์อาจเริ่มจากการพักข้อเท้าหรือใส่เฝือกชั่วคราวประมาณ 4–6 สัปดาห์ ร่วมกับกายภาพบำบัดเพื่อเสริมความแข็งแรง หากมีการอักเสบ แพทย์อาจพิจารณายาลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เช่น ibuprofen หรือ diclofenac ตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่ไม่ดีขึ้นหรืออาการชัดเจน

การผ่าตัดมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักอยู่ที่ไหน

ถ้าเส้นเอ็นเลื่อนหลุดเป็นซ้ำๆ — ผ่าตัดซ่อมสายรัดยึดเส้นเอ็น บางรายต้องทำให้ร่องหลังตาตุ่มลึกขึ้นร่วมด้วย ผลลัพธ์โดยทั่วไปดีมาก ไม่มีการเลื่อนซ้ำและคะแนนการใช้งานข้อเท้าดีขึ้นอย่างชัดเจน

ถ้าเส้นเอ็นฉีกน้อยกว่าครึ่ง — ตัดส่วนที่เสื่อมออก แล้วเย็บซ่อมให้กลับเป็นรูปทรงปกติ

ถ้าเส้นเอ็นฉีกมากกว่าครึ่ง — เส้นเอ็นนั้นซ่อมไม่ไหวแล้ว แพทย์จะเย็บต่อเชื่อมเข้ากับเส้นเอ็นอีกเส้นข้างๆ ให้ทำหน้าที่แทน

การส่องกล้องเข้าไปในปลอกเส้นเอ็น — เป็นวิธีผ่าตัดผ่านรูเล็กมาก บาดแผลน้อย สามารถทั้งตรวจและรักษาได้ในครั้งเดียว เหมาะกับรายที่การบาดเจ็บยังไม่รุนแรงมาก

สิ่งที่สำคัญมากและห้ามลืม — เมื่อไหร่ที่ต้องผ่าตัดกระดูกด้วย

ถ้าตรวจพบว่ามีส้นเท้าเอียงเข้า ต้องแก้ไขรูปเท้าควบคู่ไปด้วยเสมอ ด้วยการตัดกระดูกส้นเท้าเพื่อขยับแนวส้นเท้ากลับเข้าที่ ถ้าไม่ทำ ไม่ว่าจะซ่อมเส้นเอ็นดีแค่ไหน ก็มีโอกาสฉีกซ้ำสูงมาก เพราะรากของปัญหายังอยู่

หายไหม ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

ในหลายกรณี หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสูงและกลับมาทำกิจกรรมที่ชอบได้

ระยะเวลาฟื้นตัวโดยทั่วไปหลังผ่าตัด: เริ่มจากพักไม่ลงน้ำหนัก 2 สัปดาห์ จากนั้นใส่บูทพยุงและค่อยๆ ลงน้ำหนักในสัปดาห์ที่ 2–6 ต่อด้วยกายภาพบำบัดเสริมความแข็งแรงในสัปดาห์ที่ 6–16 และกลับไปเล่นกีฬาได้ในเดือนที่ 4–6 ขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของการรักษา

ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น?

เส้นเอ็นที่เลื่อนหลุดซ้ำๆ จะทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เสื่อมสภาพ รอยฉีกที่เล็กจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ต้องซ่อมด้วยวิธีที่ซับซ้อนกว่าเดิม ข้อเท้าไม่มั่นคงเพิ่มขึ้น เสี่ยงหกล้มบาดเจ็บซ้ำ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวลดลง

วิธีป้องกันที่ทำได้:

• รักษาข้อเท้าพลิกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ไม่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ประเมิน

• ฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าและการทรงตัว โดยเฉพาะการยืนขาเดียวและการฝึกสมดุล

• ใส่รองเท้าที่รองรับอุ้งเท้าและส้นเท้าได้ดีเวลาออกกำลังกาย

• ถ้ามีรูปเท้าผิดปกติหรือส้นเท้าเอียงเข้า ควรได้รับการประเมินก่อนบาดเจ็บ

• หากเจ็บข้างนอกข้อเท้าไม่ดีขึ้นหลัง 2–3 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน

ถาม: ข้อเท้าพลิกแล้วยังเจ็บข้างนอกอยู่หลายสัปดาห์ ต้องทำ MRI ไหม? ตอบ: ถ้ามีอาการกดเจ็บตามแนวเส้นเอ็นด้านหลังตาตุ่ม รู้สึกเส้นเอ็นเลื่อนหรือมีเสียงดัง การทำอัลตราซาวด์หรือ MRI มีประโยชน์มากในการแยกว่าปัญหาอยู่ที่เส้นเอ็นยึดข้อเท้าหรือเส้นเอ็นเพอโรเนียล เพราะการรักษาต่างกัน

ถาม: มีเสียง "ป๊อป" และเส้นเอ็นเลื่อนออกมาเวลาขยับข้อเท้า ต้องผ่าตัดเสมอไหม? ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าเพิ่งเกิดและอาการไม่รุนแรง อาจลองพักใส่เฝือกก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าอาการเป็นซ้ำหรือรบกวนการใช้ชีวิต การประเมินจากแพทย์จะช่วยตัดสินใจว่าจำเป็นต้องซ่อมสายรัดยึดเส้นเอ็นหรือไม่

ถาม: มีส้นเท้าเอียงเข้า แล้วเส้นเอ็นด้านข้างฉีก จำเป็นต้องผ่าตัดกระดูกด้วยไหม? ตอบ: ในหลายกรณีใช่ เพราะถ้าไม่แก้รูปเท้า เส้นเอ็นที่ซ่อมแล้วจะรับแรงมากผิดปกติต่อไปและอาจฉีกซ้ำ การตัดกระดูกส้นเท้าเพื่อขยับแนวส้นเท้ามักทำควบคู่กับการซ่อมเส้นเอ็น อย่างไรก็ตามแพทย์จะพิจารณาจากการตรวจและภาพถ่ายของแต่ละคน

ถาม: ผ่าตัดเส้นเอ็นเพอโรเนียลแล้ว จะกลับไปวิ่งหรือเล่นกีฬาได้ไหม? ตอบ: ในหลายกรณีกลับไปทำกิจกรรมที่ชอบได้ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4–6 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของการรักษาและการทำกายภาพบำบัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมมีความพึงพอใจสูง

ถาม: อาการเส้นเอ็นเพอโรเนียลเลื่อนหลุด ต่างจากข้อเท้าพลิกอย่างไร? ตอบ: ข้อเท้าพลิกมักเจ็บด้านหน้าตาตุ่มนอก และเจ็บมากทันทีหลังพลิก แต่เส้นเอ็นเพอโรเนียลเลื่อนจะรู้สึกเหมือนมีอะไร "กระโดด" หรือ "เกี่ยว" ข้ามตาตุ่มออกมาด้านหน้า โดยเฉพาะเวลาขยับข้อเท้าขึ้น อาการมักอยู่ด้านหลังตาตุ่มนอก ไม่ใช่ด้านหน้า

แล้วคุณล่ะครับ เคยมีอาการเจ็บข้างนอกข้อเท้าซ้ำๆ แบบนี้ไหม คอมเมนต์เล่าให้ฟังได้เลย

สรุป 5 ข้อที่ควรจำ:

• เส้นเอ็นเพอโรเนียลด้านนอกข้อเท้า อาจเลื่อนหลุดหรือฉีกตามยาวได้ ซึ่งต่างจากข้อเท้าพลิกธรรมดา

• อาการที่ควรสงสัย ได้แก่ เจ็บข้างนอกข้อเท้า มีเสียงดัง รู้สึกเส้นเอ็นเลื่อน ข้อเท้าไม่มั่นคง แม้รักษาข้อเท้าพลิกแล้ว

• อัลตราซาวด์แบบไดนามิกและ MRI ช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำ และกำหนดแนวทางรักษาที่เหมาะสม

• การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง ตั้งแต่การพักและกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัด

• ถ้ามีส้นเท้าเอียงเข้า จำเป็นต้องแก้ไขรูปเท้าควบคู่กับการซ่อมเส้นเอ็น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าซ้ำๆ ไม่ควรเป็นสิ่งที่คุณต้องอยู่กับมันตลอดไป

คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ มีหลายคนที่ผ่านประสบการณ์คล้ายกันและดีขึ้นได้ — เมื่อรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนจริงๆ และได้รับการดูแลที่ตรงจุด


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบาดเจ็บของเส้นเอ็นเพอโรเนียลบริเวณข้อเท้า ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



เอกสารอ้างอิง

  1. Sobotie, Brown, Miskovsky. Peroneal Tendoscopy Technique. (2023). Video J Sports Med. PMID: 40308676. DOI: 10.1177/26350254231176825

  2. Willegger, et al. [Peroneal tendon pathologies : From the diagnosis to treatment]. (2021). Orthopade. PMID: 34160639. DOI: 10.1007/s00132-021-04116-6

  3. Monsour, et al. Fibularis Intersection Syndrome: A Rare Cause of Lateral Foot Pain in Runners. (2021). Am J Phys Med Rehabil. PMID: 32576747. DOI: 10.1097/PHM.0000000000001509

  4. Iceman, et al. Peroneus Tertius Syndrome: A Rare Cause of Anterolateral Ankle and Rearfoot Pain. (2020). J Foot Ankle Surg. PMID: 31668958. DOI: 10.1053/j.jfas.2019.04.015

  5. Davda, et al. Peroneal tendon disorders. (2017). EFORT Open Rev. PMID: 28736620. DOI: 10.1302/2058-5241.2.160047

  6. Poage, Roth, Scott. Peroneal Nerve Palsy: Evaluation and Management. (2016). J Am Acad Orthop Surg. PMID: 26700629. DOI: 10.5435/JAAOS-D-14-00420

#เส้นเอ็นข้อเท้า #เส้นเอ็นเพอโรเนียล #ข้อเท้าพลิก #ปวดข้อเท้า #เจ็บข้างข้อเท้า #ข้อเท้าไม่มั่นคง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกและข้อ #ออร์โธปิดิกส์ #ดูแลข้อเท้า #ปวดเท้า #FootAndAnkle #PeronealTendon #AnklePain