คุณวางฝ่ามือลงบนโต๊ะ แล้วนิ้วนางหรือนิ้วก้อยยกลงไม่ราบสนิท...
คุณรู้ได้ยังไงว่าอาการแบบนี้ ยังรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่?
วางมือไม่ราบบนโต๊ะได้ = สัญญาณที่ต้องรู้ ก่อนนิ้วงอถาวร
มีอาการอยู่อย่างหนึ่งที่หลายคนสังเกตเห็นตัวเองแล้วเงียบเอาไว้ — นิ้วนางหรือนิ้วก้อยที่ค่อยๆ งอเข้าหากัน ทีละนิดๆ
บางคนปล่อยผ่านมาหลายปี เพราะไม่เจ็บ ยังใช้มือได้อยู่ และกลัวคำว่า "ผ่าตัด"
แต่ถามว่า — ถ้าเจอเร็ว รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่จริงไหม?
คำตอบคือ ในหลายกรณี ใช่
ลุงวัย 57 ปีคนหนึ่งชอบตีกอล์ฟทุกเช้าวันอาทิตย์มาตลอด 20 ปี
ทุกวันหยุด เขาออกไปตีรอบเดิมกับเพื่อนๆ กาแฟร้อนและอากาศสดๆ ยามเช้า — นั่นคือชีวิตที่เขาดีใจที่สุด
จนวันหนึ่ง เขาสังเกตว่านิ้วนางซ้ายเริ่มงอเข้าหากัน กำด้ามไม้กอล์ฟไม่สุดเหมือนเดิม เขาเอามือวางบนโต๊ะ แล้วพบว่านิ้วนางยกลงไม่ราบอีกต่อไปแล้ว
สองปีผ่านไป เขายังลังเลอยู่ กลัวว่าต้องผ่าตัด กลัวพักฟื้นนาน กลัวว่าจะกลับไปตีกอล์ฟไม่ได้อีก
จนในที่สุดมาพบหมอ — และพบว่าในระยะที่เป็นอยู่ ยังมีตัวเลือกที่ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่
อธิบายง่ายๆ ว่าโรคนี้เกิดจากอะไร
ในฝ่ามือของเราทุกคน มีแผ่นพังผืดบางๆ อยู่ใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่เหมือน "ฐานรากของมือ" ช่วยรับแรงและประสานการทำงานของนิ้ว
ในโรคนี้ เซลล์ในพังผืดเริ่มเพิ่มจำนวนผิดปกติ และสร้างเนื้อเยื่อแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น "สายเชือก" แข็งๆ ใต้ผิวหนัง ที่ค่อยๆ ดึงนิ้วให้งอเข้าหากัน
ทำไมถึงเป็นแบบนี้? เพราะสายเชือกนั้นสั้นลงเรื่อยๆ เหมือนเอ็นที่ตึงขึ้นทุกวัน นิ้วที่ถูกดึงจึงสูญเสียความสามารถในการเหยียดออก ทีละนิดๆ โดยแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย
นั่นคือเหตุผลที่หลายคนปล่อยทิ้งไว้นาน — เพราะไม่เจ็บ แต่ฟังก์ชั่นการใช้มือหายไปทีละน้อย
โรคพังผืดนิ้วมือ หรือในภาษาแพทย์เรียกว่า "Dupuytren's Contracture" คือภาวะที่พังผืดในฝ่ามือหนาตัวขึ้นผิดปกติ จนดึงนิ้วงอเข้าหากัน โดยเฉพาะนิ้วนางและนิ้วก้อย
โรคนี้ไม่ได้เกิดจากการใช้มือมากเกินไป และไม่ใช่โรคจากเส้นเอ็น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของพังผืดในฝ่ามือที่เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บปวดในระยะแรก แต่นิ้วจะค่อยๆ งอและเหยียดได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ใครมีความเสี่ยงบ้าง?
• ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป — พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงหลายเท่า
• มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ — ปัจจัยทางพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญ
• เป็นเบาหวาน — โดยเฉพาะเบาหวานที่คุมไม่ดีและมีภาวะแทรกซ้อน
• ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ — เพิ่มความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ
• สูบบุหรี่ — มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคนี้
หมอวินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยโรคนี้ส่วนใหญ่ทำได้ด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์หรือ MRI
หมอจะถามว่านิ้วงอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีก้อนแข็งในฝ่ามือหรือไม่ และมีคนในครอบครัวเป็นแบบนี้ไหม จากนั้นจะตรวจฝ่ามือเพื่อหา "สาย" แข็งๆ ใต้ผิวหนัง และวัดองศาที่นิ้วงอ
สุดท้ายคือ "การทดสอบวางมือบนโต๊ะ" — วางฝ่ามือแบนบนโต๊ะ ถ้านิ้วยกลงไม่ได้ราบสนิท ถือว่าผลบวก ซึ่งบ่งบอกว่าถึงเวลาพิจารณาการรักษาแล้ว
ในบางกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่ม อาจใช้อัลตราซาวด์ช่วยดูพังผืดได้
รักษาได้หลายแบบ เลือกให้เหมาะกับระยะที่เป็น
หมอมักเริ่มจากการอธิบายตัวเลือกทั้งหมดให้คนไข้เข้าใจก่อน เพราะแต่ละคนมีระดับความงอและความต้องการที่ต่างกัน
ถ้าเพิ่งเริ่มมีก้อนในฝ่ามือแต่ยังวางมือราบได้ อาจยังไม่ต้องทำอะไร แค่ติดตามอาการและมาตรวจเป็นระยะ
เมื่อนิ้วเริ่มงอจนวางมือบนโต๊ะไม่ราบ มีตัวเลือกสองแบบที่ทำในคลินิกโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แบบแรกคือ "การเจาะพังผืดด้วยเข็ม" ซึ่งหมอใช้เข็มเจาะเข้าไปตัดสายพังผืดโดยตรง ทำในห้องตรวจ ฟื้นตัวเร็ว ส่วนใหญ่กลับบ้านได้เลย แบบที่สองคือ "การฉีดยาเอนไซม์" ที่ช่วยสลายพังผืดโดยตรง ทำในคลินิกเช่นกัน แต่ราคาสูงกว่า
เมื่อนิ้วงอมาก — โดยเฉพาะเมื่อนิ้วงอมากกว่า 30 องศาที่ข้อโคนนิ้ว หรืองอแม้แต่น้อยที่ข้อกลางนิ้ว — การผ่าตัดนำพังผืดออกคือคำตอบที่ถูกต้องในหลายกรณี เพราะให้ผลดีและทนทานกว่า แม้จะใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเล็กน้อย
โรคนี้รักษาหายขาดไหม?
โรคพังผืดนิ้วมือไม่ใช่โรคที่หายขาดได้ 100% แต่รักษาให้นิ้วเหยียดกลับมาได้ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ
การเจาะเข็มในคลินิกให้ผลดีในระยะสั้น ฟื้นตัวเร็ว แต่มีโอกาสที่พังผืดจะกลับมาในช่วง 3-5 ปี ซึ่งสามารถทำซ้ำได้
การผ่าตัดให้ผลทนทานกว่า แต่ก็ยังมีโอกาสกลับมาได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างพร้อมกัน
สิ่งสำคัญคือการทำกายภาพบำบัดหลังรักษา และติดตามอาการสม่ำเสมอ
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไร?
โรคนี้ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน พังผืดจะดึงนิ้วงอถาวร จนไม่สามารถเหยียดออกได้เองแม้แต่นิ้วเดียว
ในระยะนั้น การใช้มือในกิจวัตรประจำวัน เช่น สวมถุงมือ จับด้ามไม้ หรือแม้แต่จับมือทักทาย ก็ทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งนิ้วงอมากเท่าไหร่ การรักษาก็ยากขึ้น ผลลัพธ์ก็น้อยลง
ป้องกันได้ไหม?
โรคนี้ไม่มีวิธีป้องกันที่แน่ชัด แต่มีสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินโรคได้
• ควบคุมเบาหวานให้อยู่ในระดับดี เพราะเบาหวานที่คุมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก
• ลดหรือหยุดดื่มแอลกอฮอล์
• เลิกสูบบุหรี่
• ถ้ามีคนในครอบครัวเป็น ควรตรวจมือเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังอายุ 40
• อย่ารอให้นิ้วงอมากแล้วค่อยมาพบแพทย์ ยิ่งเร็ว ตัวเลือกยิ่งมีมากกว่า
ถาม: โรคพังผืดนิ้วมือ หายได้เองไหม? ตอบ: ไม่หายเองตามธรรมชาติครับ พังผืดที่งอกออกมาแล้วจะไม่หดกลับ แต่บางรายดำเนินโรคช้ามาก อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะงอมากขึ้น การติดตามอาการกับแพทย์สม่ำเสมอจึงสำคัญมาก
ถาม: การเจาะเข็มกับการฉีดยาเอนไซม์ต่างกันอย่างไร? ตอบ: การเจาะเข็มใช้เข็มตัดสายพังผืดโดยตรง ทำเร็ว ราคาถูกกว่า แต่มีโอกาสกลับมาสูงกว่า การฉีดยาเอนไซม์ใช้ยาสลายพังผืดจากภายใน ผลใกล้เคียงกันในระยะสั้น แต่ราคาสูงกว่า ทั้งสองแบบทำในคลินิกโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
ถาม: หลังรักษาต้องพักนานแค่ไหน? ตอบ: ขึ้นอยู่กับวิธีรักษาครับ การเจาะเข็มส่วนใหญ่กลับมาใช้มือได้ภายในไม่กี่วัน ส่วนการผ่าตัดอาจต้องพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดประมาณ 4-6 สัปดาห์
ถาม: รู้ได้ยังไงว่าถึงเวลาต้องรักษาแล้ว? ตอบ: สัญญาณชัดที่สุดคือวางฝ่ามือบนโต๊ะแล้วนิ้วยกลงไม่ราบ หรือนิ้วงอจนกำมือได้ลำบาก ถ้าเป็นแบบนี้ควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินครับ อย่ารอจนงอมากเพราะตัวเลือกจะน้อยลง
แล้วคุณล่ะครับ เคยลองวางมือแบนบนโต๊ะแล้วสังเกตไหมว่านิ้วราบสนิทไหม? ถ้าเคยมีอาการแบบนี้ คอมเมนต์บอกได้เลยครับ
สรุปสิ่งสำคัญที่อยากให้จำ
• โรคพังผืดนิ้วมือ คือพังผืดในฝ่ามือที่หนาตัวขึ้นผิดปกติ ดึงนิ้วงอเข้าหากัน ไม่ใช่โรคจากการใช้มือมากเกินไป
• พบบ่อยในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะที่มีเบาหวานหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
• "การทดสอบวางมือบนโต๊ะ" เป็นสัญญาณสำคัญ — วางไม่ราบ ควรมาประเมิน
• มีตัวเลือกรักษาหลายแบบ ตั้งแต่ทำในคลินิกไปจนถึงผ่าตัด ขึ้นอยู่กับระดับความงอ
• ยิ่งมาเร็ว ตัวเลือกยิ่งมีมากขึ้น ผลลัพธ์ดีกว่า
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ครับ หลายคนที่มาพบหมอในช่วงแรกพบว่าตัวเองยังมีทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคุณอย่างแท้จริง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคพังผืดนิ้วมือ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666

