ระวัง! ใช้ยาแก้อักเสบ แก้ปวดกลุ่ม etoricoxib เกินขนาด อาจเสี่ยงไตวายเฉียบพลัน

“หมอคะ หนูปวดหลังเรื้อรัง เลยกินยา etoricoxib ที่เพื่อนแนะนำมากินต่อเนื่องเกือบอาทิตย์ แล้วอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเวียนหัว ปัสสาวะน้อยลง แล้วก็หน้าบวม มือบวม… หนูเป็นอะไรคะหมอ?”

นี่คือคำถามจากคุณแป้ง อายุ 36 ปี ที่มาหาหมอด้วยความตกใจ และคำตอบของหมอก็ทำให้เธออึ้งไปชั่วขณะ…

“หนูมีภาวะไตวายเฉียบพลัน”

ทำไมแค่กินยา แก้อักเสบถึงทำให้ไตวายได้?

หมออยากอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า ยา etoricoxib เป็นยาแก้อักเสบที่อยู่ในกลุ่มที่ชื่อว่า “NSAIDs” ซึ่งนิยมใช้มาก เพราะช่วยลดอาการปวดจากข้อเสื่อม หมอนรองกระดูกทับเส้น หรือข้ออักเสบเรื้อรังต่าง ๆ ได้ดีมาก โดยเฉพาะในคนที่ไม่อยากกินยาสเตียรอยด์

แต่ข้อเสียคือ… หากกินในปริมาณมาก หรือใช้ติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะในคนที่ร่างกายขาดน้ำ คนเป็นโรคไต ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรืออายุมาก — ยานี้อาจไปลดการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงไต ทำให้ไตเสียการทำงานแบบเฉียบพลันได้

อาการที่ควรระวัง ถ้าใช้ etoricoxib หรือยาในกลุ่มเดียวกัน

อาการที่บ่งบอกว่าอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน เช่น

  • ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะเลยใน 12–24 ชม.

  • บวมที่หน้า มือ เท้า หรือขา

  • เวียนหัว เหนื่อยง่าย ความดันสูงขึ้น

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

  • ปวดเอวหรือแน่นหลังบริเวณไต

ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ในระหว่างใช้ยา ควรหยุดยาแล้วพบแพทย์ทันที อย่ารอให้อาการหนัก

การตรวจเพื่อยืนยันภาวะไตวาย

แพทย์จะซักประวัติการใช้ยา ตรวจร่างกาย และอาจตรวจเพิ่มเติมดังนี้:

  • ตรวจเลือดดูค่าการทำงานของไต (BUN, Creatinine)

  • ตรวจปัสสาวะดูปริมาณและองค์ประกอบ

  • อาจมีการทำ ultrasound ตรวจลักษณะของไต

ถ้าพบว่าเป็นไตวายเฉียบพลันจริง อาจต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล และบางรายอาจต้องล้างไตชั่วคราว

แล้วจะป้องกันภาวะนี้ได้อย่างไร?

  1. ห้ามซื้อยาแก้อักเสบมากินเอง โดยเฉพาะถ้าใช้ต่อเนื่องหลายวัน

  2. ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น ไต ความดัน เบาหวาน หรืออายุมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใด ๆ ทุกครั้ง

  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อป่วย หรืออากาศร้อน

  4. หากใช้ยาแล้วมีอาการผิดปกติ รีบพบแพทย์ทันที

  5. หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ หรือยาลดความดันบางกลุ่ม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงไตวาย

หมอสรุปให้ฟังแบบนี้ครับ…

ยากลุ่ม NSAIDs รวมถึง etoricoxib มีประโยชน์มาก แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะหากใช้ผิดวิธี อาจส่งผลเสียต่อไตอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงเดิมอยู่แล้ว

หมอไม่อยากให้ทุกคนกลัวการใช้ยา แต่ขอให้รู้จักข้อควรระวัง และปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ โดยเฉพาะถ้าต้องใช้ต่อเนื่องหลายวัน

“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

#หมอเก่งกระดูกและข้อ #NSAIDs #ไตวาย #ยาลดการอักเสบ

คำถามที่พบบ่อย

Q: หนูทานยา etoricoxib มา 3 วันแล้ว รู้สึกปวดหลังน้อยลง แต่ก็ยังกังวลเรื่องไต จะทานต่อได้ไหมคะ?

A: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้ยาต่อเนื่อง และแจ้งอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

Q: ถ้าหนูไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไรเลย การทานยา etoricoxib ติดต่อกันหลายวัน จะอันตรายต่อไตไหมคะ?

A: การใช้ยาเกินขนาดหรือติดต่อกันนานโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำงานของไตได้

Q: มีอาการบวมที่หน้าและมือหลังจากทานยา etoricoxib ควรทำอย่างไรคะ?

A: หากมีอาการบวมผิดปกติ ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัย

Q: ยาแก้ปวดตัวอื่น ๆ ก็มีผลต่อไตเหมือนยา etoricoxib ไหมคะ?

A: ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อื่น ๆ ก็อาจมีผลข้างเคียงต่อไตได้เช่นกัน ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์

Q: ถ้าหนูปวดหลังเรื้อรัง ควรทานยา etoricoxib ไปเรื่อย ๆ เลยได้ไหมคะ?

A: การใช้ยาต่อเนื่องควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อประเมินความจำเป็นและติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด


เอกสารอ้างอิง

[1] Curtis SP, et al. Renal effects of etoricoxib and comparator nonsteroidal anti-inflammatory drugs in controlled clinical trials. Clinical Therapeutics. 2004. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/14996519/

[2] Agrawal NG, et al. Pharmacokinetics of etoricoxib in patients with renal impairment. Journal of Clinical Pharmacology. 2004. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/14681341/

[3] LaForge JM, et al. Non-steroidal Anti-inflammatory Drugs: Clinical Implications, Renal Impairment Risks, and AKI. Advances in Therapy. 2023. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36947330/