มียาฉีดสำหรับกระดูกพรุนที่เพิ่งมีในไทย ซึ่งทำงานต่างจากยาที่ใช้กันอยู่โดยสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ชะลอการสลายของกระดูก แต่สร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาได้จริงๆ และหลายคนที่ควรได้รับยานี้ ยังไม่รู้ว่ามันมีอยู่แล้ว


ยาที่สร้างกระดูก — สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ


ทำไมยารักษากระดูกพรุนส่วนใหญ่แค่ "ชะลอ" แต่มียาหนึ่งที่ทำได้มากกว่านั้น

หญิงวัย 67 ปีท่านหนึ่ง รู้ว่าตัวเองเป็นกระดูกพรุนมาได้ 5 ปีแล้ว เธอกินยาทุกสัปดาห์ไม่เคยขาด ทำตามคำแนะนำแพทย์ทุกอย่าง ชีวิตยังคงปกติ — ทำกับข้าว ไปตลาด ดูแลหลาน

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอก้าวพลาดที่ขั้นบันไดบ้าน กระดูกสะโพกหัก ทั้งที่กินยากระดูกอยู่

เธอต้องนอนพักรักษาตัวหลายสัปดาห์ หยุดทำทุกอย่างที่เคยทำ และเริ่มตั้งคำถามว่า "ถ้ากินยาอยู่แล้ว ทำไมยังหักได้อีก?"

คำถามนั้นพาเธอมาพบผม

ในหลายกรณีแบบนี้ คำตอบคือยาที่ใช้อยู่ทำหน้าที่แค่ "ชะลอ" การสลายของกระดูก แต่ไม่ได้ "สร้างกระดูกใหม่" ขึ้นมาเพิ่ม และสำหรับบางคน แค่ชะลอ อาจไม่พอแล้ว

กระดูกของเราไม่ใช่โครงแข็งที่อยู่นิ่งๆ ทุกวัน มีเซลล์ทำลายกระดูก (เรียกว่า osteoclast) ที่ทำงานคู่กับเซลล์สร้างกระดูก (osteoblast) ในคนปกติ ทั้งสองทำงานสมดุลกัน เปรียบเหมือนทีมซ่อมบ้านและทีมรื้อบ้านที่ทำงานควบคู่กัน

แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือฮอร์โมนลดลงหลังหมดประจำเดือน ทีมรื้อเริ่มทำงานเร็วกว่าทีมสร้าง → กระดูกเริ่มบาง → กระดูกพรุน

ยาส่วนใหญ่ที่ใช้รักษา (กลุ่ม bisphosphonate เช่น alendronate) ทำหน้าที่แค่ "หยุดทีมรื้อ" กระดูกไม่สลายเร็ว แต่ก็ไม่ได้สร้างใหม่เพิ่มขึ้นมาก เหมือนหยุดรถเร่งไว้ แต่ไม่ได้เติมน้ำมัน

ในร่างกายของเรา มีโปรตีนตัวหนึ่งชื่อ "sclerostin" (สเคลอโรสติน) ทำหน้าที่เหมือนสัญญาณห้ามสร้างกระดูก — คอยบอกเซลล์สร้างกระดูกให้หยุดทำงาน

ยา romosozumab ทำสิ่งที่ยาเก่าทำไม่ได้ มันปิดกั้นสัญญาณห้ามนั้น → เซลล์สร้างกระดูกกลับมาทำงาน พร้อมกัน → ลดการทำลายกระดูกไปด้วย

ทำสองอย่างพร้อมกัน ทั้งสร้างและลดทำลาย เป็นกลไกที่ต่างจากยาเดิมโดยสิ้นเชิง

romosozumab คือยาฉีดใต้ผิวหนัง ฉีดเดือนละ 1 ครั้ง ผลิตโดย Amgen และ UCB ได้รับการอนุมัติจาก อย. อเมริกาในปี 2019

ใครที่เหมาะกับยานี้

• ผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก เช่น กระดูกสันหลังหรือสะโพกเคยหักมาก่อน • ผู้ที่ใช้ยากระดูกเดิมมาแล้วแต่ยังมีกระดูกหักซ้ำ หรือค่าความหนาแน่นกระดูกยังต่ำมาก • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงกระดูกให้เร็วที่สุด เพราะความเสี่ยงสูงมาก

แพทย์จะพิจารณาร่วมกับ

ผลการตรวจความหนาแน่นกระดูก (DEXA scan) ประวัติกระดูกหัก และยาที่ใช้อยู่เดิม รวมถึงค่าแคลเซียมในเลือดและการทำงานของไต

ข้อควรรู้ที่สำคัญมากก่อนเริ่มยา

romosozumab ฉีดได้ 12 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นต้องต่อด้วยยากระดูกชนิดอื่นทันที ถ้าหยุดยาโดยไม่ต่อ กระดูกที่สร้างขึ้นมาอาจสลายกลับได้เร็ว

และที่สำคัญที่สุด ยานี้ไม่เหมาะกับทุกคน

ผู้ที่มีประวัติหัวใจวายหรือสมองขาดเลือด (stroke) ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ควรเริ่มใช้ยานี้ เพราะการศึกษาพบว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เล็กน้อย แพทย์จะประเมินความเสี่ยง-ประโยชน์อย่างรอบด้านก่อนสั่งยาเสมอ

นอกจากนี้ต้องตรวจให้แน่ใจก่อนเริ่มว่าระดับแคลเซียมในเลือดปกติ เพราะยานี้อาจทำให้แคลเซียมในเลือดต่ำได้ถ้าไม่ระวัง

เมื่อฉีดครบ 12 เดือนและต่อด้วยยา antiresorptive ทันที ความหนาแน่นกระดูกสันหลังอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 13% และกระดูกสะโพกประมาณ 6% ในหลายกรณีความเสี่ยงกระดูกสันหลังหักลดลงได้ถึง 73%

แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจมีผลมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ การตรวจติดตามกับแพทย์สม่ำเสมอคือสิ่งสำคัญ

ถ้าไม่รักษากระดูกพรุนอย่างต่อเนื่อง

กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง หรือกระดูกข้อมือ อาจหักได้จากแรงกระแทกเล็กน้อย หรือในบางกรณีอาจหักได้จากแค่การก้าวผิดพลาด ในผู้สูงอายุ กระดูกสะโพกหักคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณภาพชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

สิ่งที่ช่วยได้คู่กับการรักษา

• รับประทานแคลเซียมและวิตามินดีตามที่แพทย์แนะนำ — ยาจะทำงานได้ดีขึ้น • ออกกำลังกายแบบมีแรงต้านเบาๆ เช่น เดิน ยืนขาเดียว หรือยกน้ำหนักเบา — กระตุ้นการสร้างกระดูก • ป้องกันการล้มในบ้าน เช่น แสงสว่างที่ดี พื้นไม่ลื่น รองเท้าที่มั่นคง • ตรวจ DEXA scan ตามนัดแพทย์ เพื่อดูว่าค่ากระดูกเปลี่ยนแปลงยังไง • แจ้งแพทย์ทันทีถ้ามีอาการเจ็บหน้าอก หรือชาครึ่งตัว ระหว่างใช้ยา

ถาม: ยา romosozumab ต่างจากยากระดูกที่กินอยู่ทุกสัปดาห์ยังไง?

ตอบ: ยากลุ่มที่กินทุกสัปดาห์ (เช่น alendronate) ทำหน้าที่หลักคือ "ชะลอการสลาย" ของกระดูก แต่ romosozumab ทำสองอย่างพร้อมกัน คือทั้ง "สร้างกระดูกใหม่" และ "ลดการสลาย" ทำให้ความหนาแน่นกระดูกเพิ่มขึ้นได้เร็วและมากกว่า

ถาม: ฉีดครบ 12 เดือนแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

ตอบ: ต้องต่อยากระดูกชนิดอื่นทันที (denosumab หรือ bisphosphonate) โดยไม่หยุดช่วง เพราะถ้าหยุดยาโดยไม่ต่อ กระดูกที่เพิ่มขึ้นมาอาจสลายกลับได้อย่างรวดเร็ว แพทย์จะวางแผนให้ว่าหลัง 12 เดือนควรใช้ยาอะไรต่อ

ถาม: มีใครบ้างที่ห้ามใช้ยานี้?

ตอบ: ผู้ที่มีประวัติหัวใจวายหรือสมองขาดเลือดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ควรเริ่มยานี้ นอกจากนี้ต้องแก้ไขภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำก่อนเริ่ม และแพทย์จะประเมินประวัติโรคหัวใจก่อนทุกครั้ง

ถาม: ผลข้างเคียงที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง?

ตอบ: ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือปวดบริเวณที่ฉีด และปวดข้อ ที่ต้องระวังและสำคัญที่สุดคือความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบางราย จึงต้องแจ้งประวัติโรคหัวใจกับแพทย์ให้ครบถ้วนก่อนเริ่มยา

ถาม: กินยากระดูกอยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนมาใช้ romosozumab ไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนครับ romosozumab เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก หรือที่ใช้ยาเดิมแล้วยังมีปัญหาอยู่ ถ้ายาที่ใช้อยู่ได้ผลดีและค่ากระดูกปกติ ก็อาจไม่จำเป็น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล

ถ้ามีคนในครอบครัวที่กำลังรักษากระดูกพรุนอยู่ และอยากรู้ว่ามีทางเลือกใหม่ๆ ไหม — ส่งบทความนี้ให้เขาอ่านก่อนไปพบแพทย์ครั้งหน้าได้เลยครับ

สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้

• Romosozumab คือยากระดูกชนิดพิเศษที่สร้างกระดูกใหม่และลดการสลายพร้อมกัน ต่างจากยาเดิมโดยสิ้นเชิง • เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก หรือที่ยาเดิมไม่ได้ผลเพียงพอ • ฉีดเพียง 12 เดือน แล้วต้องต่อยา antiresorptive ทันทีเพื่อรักษาผลที่ได้ไว้ • ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติหัวใจวาย/สมองขาดเลือดใน 1 ปีที่ผ่านมา — ต้องประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจก่อนเสมอ • การวินิจฉัยและเลือกยาที่เหมาะกับแต่ละคน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

กระดูกพรุนไม่ใช่แค่เรื่องของผู้สูงอายุ และทางเลือกในการรักษามีมากกว่าที่หลายคนคิด สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าทางเลือกใดเหมาะกับสภาพร่างกายของคุณจริงๆ ก่อนตัดสินใจ คุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้คนเดียวครับ


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับยา romosozumab และการรักษากระดูกพรุน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


คำถามที่พบบ่อย

Q: ยานี้ต่างจากยากระดูกพรุนที่ใช้อยู่เดิมยังไง?

A: ยาเดิมแค่ชะลอการสลายกระดูก แต่ยานี้ทำได้สองอย่างพร้อม — สร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาเพิ่มและลดการทำลายด้วย จึงเพิ่มความหนาแน่นกระดูกได้เร็วกว่า

Q: ใครควรใช้ยานี้?

A: คนที่กระดูกหักมาแล้วหรือค่าความหนาแน่นกระดูกต่ำมากแม้กินยาเดิมอยู่ และต้องการให้กระดูกแข็งขึ้นเร็วๆ เพื่อป้องกันการหักซ้ำ

Q: ต้องฉีดนานแค่ไหน และหลังจากนั้นทำอย่างไร?

A: ฉีดได้ 12 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นต้องเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นทันที ถ้าหยุดยาเลย กระดูกที่สร้างขึ้นจะสลายกลับเร็ว