✋ มือชา นิ้วชา เพราะเส้นประสาทถูกพังผืดรัด — รักษาได้ด้วยเทคนิคฉีดยาแบบแม่นยำด้วย Ultrasound (Hydrodissection)
“หมอคะ ชามือบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางจะชาแปล๊บ ๆ ต้องสะบัดมือถึงดีขึ้น พอตรวจ Ultrasound หมอบอกว่าเส้นประสาทบวม ถูกพังผืดรัด แล้วรักษาด้วยการฉีดยาแบบ Ultrasound guided hydrodissection นี่คืออะไรคะ?”
อาการแบบนี้เป็นสัญญาณของโรค พังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) ซึ่งพบบ่อยในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้มือซ้ำ ๆ เช่น พิมพ์คอมพ์ จับเมาส์ เย็บผ้า หรือทำงานบ้าน
💡 Carpal Tunnel Syndrome คืออะไร
ภายในข้อมือของเรามีช่องแคบ ๆ เรียกว่า “Carpal tunnel” ซึ่งมีเส้นเอ็นและเส้นประสาท Median nerve วิ่งผ่าน เมื่อมีพังผืดหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ หนาตัวจากการใช้งานมือมาก เส้นประสาทนี้จะถูกกด ทำให้เกิดอาการปวด ชา หรือแสบร้อน โดยเฉพาะเวลากลางคืนหรืองอข้อมือนาน ๆ
🧠 กลไกของอาการปวดชา
เส้นประสาท Median nerve ถูกกดทับในช่องข้อมือ ทำให้เลือดมาเลี้ยงเส้นประสาทลดลง
เกิดการบวมของเส้นประสาท (nerve swelling) ซึ่งสามารถตรวจเห็นได้จากภาพ Ultrasound
พังผืดที่หนา (Palmar fascia) ยึดรัดรอบเส้นประสาท ทำให้การขยับของเส้นประสาทฝืด เกิดอาการปวดแปล๊บ ๆ หรือเหมือนไฟช็อต
🔍 การตรวจวินิจฉัย
-
ตรวจร่างกายและทดสอบแรงมือ เช่น Tinel’s sign หรือ Phalen’s test
-
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เห็นเส้นประสาท Median nerve บวมและหนาตัวในช่องข้อมือ
-
การตรวจไฟฟ้าเส้นประสาท (Nerve conduction study): ใช้ยืนยันและประเมินความรุนแรงของการกดทับ
💊 การรักษา
1. ระยะเริ่มต้น (อาการไม่รุนแรง)
-
พักมือ หลีกเลี่ยงการงอข้อมือนาน ๆ
-
ใส่ที่พยุงข้อมือ (Wrist splint) ตอนนอน
-
ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง
-
รับประทานยาลดอักเสบหรือวิตามินบีรวม
2. ระยะปานกลางถึงรุนแรง — รักษาด้วยการฉีดยาแบบแม่นยำ (Ultrasound-guided Hydrodissection)
💉 การรักษาด้วยเทคนิค Ultrasound-guided Hydrodissection
เป็นเทคนิคฉีดยาที่ปลอดภัยและได้ผลดี โดยใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อฉีดยาแยกพังผืดออกจากเส้นประสาท โดยไม่ต้องผ่าตัด
ขั้นตอนการรักษา
แพทย์ใช้เครื่อง Ultrasound มองเห็นเส้นประสาท Median nerve และพังผืดที่รัดอยู่
ใช้เข็มขนาดเล็กฉีดน้ำยา (ผสมน้ำเกลือ + ยาชา + ยาลดอักเสบขนาดต่ำ) รอบเส้นประสาท
น้ำที่ฉีดเข้าไปจะ “แยกชั้นเส้นประสาทออกจากพังผืด” (เรียกว่า Hydrodissection)
เมื่อแรงกดลดลง การไหลเวียนเลือดของเส้นประสาทดีขึ้น อาการปวด–ชาจะค่อย ๆ หายไป
⏱ ผลลัพธ์หลังฉีด
-
อาการชาลดลงภายใน 1–2 สัปดาห์
-
อาการปวดแปล๊บค่อย ๆ หายไป
-
เส้นประสาทกลับมาทำงานดีขึ้นใน 1–3 เดือน
-
ถ้ามีการกดทับมาก อาจทำซ้ำได้ทุก 3–6 เดือน
🧘♀️ การดูแลหลังฉีด
-
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก 1–2 วันแรก
-
ทำกายภาพข้อมือเบา ๆ เพื่อให้เส้นประสาทเคลื่อนไหวได้ดี
-
ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง
-
ใส่ที่พยุงข้อมือตอนนอนถ้ามีอาการชาซ้ำ
-
ปรับท่าทางทำงานและการพิมพ์ให้อยู่ในแนวตรงกับข้อศอก
⚠️ เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
-
มือชาเพิ่มขึ้นหรือชาทั้งมือ
-
มืออ่อนแรง จับของหล่นบ่อย
-
อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 สัปดาห์
-
หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ที่ทำให้เส้นประสาทไวต่อการอักเสบ
🩺 หมออยากฝากไว้
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#มือชา #CarpalTunnelSyndrome #Hydrodissection #UltrasoundGuidedInjection #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการชาที่มือเป็นอันตรายไหมคะ?
A: อาการชาที่มืออาจเป็นสัญญาณของภาวะเส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งในหลายกรณีสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
Q: การฉีดยา Hydrodissection เจ็บไหมคะ?
A: แพทย์จะใช้ยาชาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างการฉีด และเทคนิคนี้ใช้เข็มขนาดเล็ก
Q: หลังฉีดแล้วอาการชาจะหายไปเลยไหมคะ?
A: อาการชาจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ และเส้นประสาทอาจกลับมาทำงานดีขึ้นใน 1-3 เดือน
Q: ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องผ่าตัดไหมคะ?
A: ในบางกรณี หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น อาจต้องพิจารณาทางเลือกการรักษาอื่น ๆ
Q: ฉีด Hydrodissection แล้วจะกลับมาเป็นอีกไหมคะ?
A: หากมีการกดทับมาก อาจจำเป็นต้องทำซ้ำได้ทุก 3-6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
เอกสารอ้างอิง
[1] Colorado B, et al. Ultrasound-Guided Nerve Hydrodissection for Peripheral Entrapment Neuropathies. Muscle & Nerve. 2025. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40766979/
[2] Lam KHS, et al. Ultrasound-Guided Nerve Hydrodissection for Pain Management: Rationale, Methods, Current Literature, and Theoretical Mechanisms. Journal of Pain Research. 2020. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32801851/
[3] Chang KV, et al. Ultrasound Imaging and Guidance in Peripheral Nerve Entrapment: Hydrodissection Highlighted. Pain Management. 2020. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32162601/

